วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
-
- Verified User
- โพสต์: 1047
- ผู้ติดตาม: 0
วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 1
ตามลำดับของผม
1. อ่านแบบปูพรมไปหลายๆเล่ม หลายๆแนว
2. อ่านเจาะเป็นแนวๆ
3. อ่านเจาะเป็นเล่มๆในแนวข้อ 2 ตอนนี้ไม่กล้าอ่านแนวอื่น เดี๋ยวเป๋
หลังจากอ่านเจาะเป็นเล่ม หลายเที่ยวมากๆแล้ว
4. อ่านแนวที่เลือกไว้ แต่เป็นเล่มอื่น
5. ทำซ้ำข้อ 3 ใหม่ วนไปเรื่อยๆ
ปล.ข้อ 3 อ่านมากกว่าอ่านหนังสือสอบซะอีก
1. อ่านแบบปูพรมไปหลายๆเล่ม หลายๆแนว
2. อ่านเจาะเป็นแนวๆ
3. อ่านเจาะเป็นเล่มๆในแนวข้อ 2 ตอนนี้ไม่กล้าอ่านแนวอื่น เดี๋ยวเป๋
หลังจากอ่านเจาะเป็นเล่ม หลายเที่ยวมากๆแล้ว
4. อ่านแนวที่เลือกไว้ แต่เป็นเล่มอื่น
5. ทำซ้ำข้อ 3 ใหม่ วนไปเรื่อยๆ
ปล.ข้อ 3 อ่านมากกว่าอ่านหนังสือสอบซะอีก
เลือกเด็กที่เรียนดี แล้วให้เค้าพาเราไป
-
- Verified User
- โพสต์: 312
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 3
ผมว่าเด็กรุ่นใหม่ ไม่ได้อ่านน้อยลงนะพี่ มันเป็นกลุ่มๆไปมากกว่าตาม cycle ของแต่ละรุ่น เช่น เด็กที่เกิดมาในครอบครัวมีอันจะกินแล้ว ถ้าเลี้ยงไม่ถูกทางก็ไม่รู้ว่าจะต้องอ่านไปทำไม ชีวิตนี้จะดื้นรนไปเพื่ออะไร .. แต่เด็กในรุ่นเดียวกันที่เกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลางหรือจน ก็ต้องอ่านมาก ขวนขวายมาก เลี้ยงดูพ่อแม่ เป็นธรรมชาติครับsuperme เขียน:ถ้าตามหัวข้อผมว่า เด็กรุ่นใหม่ อ่านน้อยลงน้อยลง เรื่อยครับ
ผู้ใหญ่ยังมีอ่านหนักสือพิมพ์ เรื่อยๆ แต่เด็กสมัยนี้ ภาระน้อยลง การอ่านก็น้อยลงตามไปด้วย
ปล. ขอโทษครับที่นอกเรื่อง
แต่ถ้าจะว่าเด็กรุ่นใหม่อ่านน้อยลง ผมว่าน่าจะเพราะเทคโนโลยีที่ก้าวไกลขึ้น แทนการอ่านหนังสือ นั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า ก็สามารถหยิบมือถือ เปิด youtube เสียหูฟังรายการบรรยายที่ชอบ เนื้อหาวิชาการที่อยากรู้ได้โดยไม่ต้องอ่านหนังสือ เอง เป็นต้น
Invincible MOS is knowing what you're doing
-
- Verified User
- โพสต์: 150
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 4
ก่อนเริ่มลงทุน ผมเริ่มด้วยการอ่าน ๆๆๆ อย่างเดียว 1 ปีเต็ม ยังไม่ได้เปิดพอร์ตเลย 1 ปีเต็มๆ
ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองกลัวเกินไปหรือเปล่า แต่พอมาถึงตอนนี้ก็คิดว่าทำถูกแล้ว
เวลาจิตใจไขว้เขว ตะกอนความรู้และหลักการที่ศึกษามามันมักจะผุดขึ้นมาคอยเตือนใจตัวเองเสมอ
ทุกวันนี้ก็ยังอ่านตลอด หลายๆครั้งกลับไปอ่านเล่มเก่าๆ เพื่อเตือนสติตัวเอง
แต่ผมไม่เคยอ่านแนวอื่นๆเลย เพราะผมไม่รู้จะอ่านทำไม ในเมื่อตั้งใจจะลงทุนแนว VI เพียวๆ
ตอนนี้ก็อ่าน 56-1 เป็นหลัก อ่านไปเรื่อยๆ ควบคู่กับหนังสือลงทุน
ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองกลัวเกินไปหรือเปล่า แต่พอมาถึงตอนนี้ก็คิดว่าทำถูกแล้ว
เวลาจิตใจไขว้เขว ตะกอนความรู้และหลักการที่ศึกษามามันมักจะผุดขึ้นมาคอยเตือนใจตัวเองเสมอ
ทุกวันนี้ก็ยังอ่านตลอด หลายๆครั้งกลับไปอ่านเล่มเก่าๆ เพื่อเตือนสติตัวเอง
แต่ผมไม่เคยอ่านแนวอื่นๆเลย เพราะผมไม่รู้จะอ่านทำไม ในเมื่อตั้งใจจะลงทุนแนว VI เพียวๆ
ตอนนี้ก็อ่าน 56-1 เป็นหลัก อ่านไปเรื่อยๆ ควบคู่กับหนังสือลงทุน
-
- Verified User
- โพสต์: 149
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 6
เห็นด้วยกับความคิดเห็นข้างบนครับ เหมือนผมเลย หนังสือเล่มเดียวอ่านครั้งที่ สอง ครั้งที่ สาม ได้ความรู้ไม่เหมือนกัน มันจะกระจ่างแบบวาบเลยทีละเรื่อง เออแต่อันนี้ยังไม่เจอกับหนังสือลงทุนนะครับ เจอกับหนังสือเรียนแฮะๆ หนังสือลงทุนก็อ่านครับแต่รู้สึกหลายเล่มไปหน่อยอ่านทีละเล่ม เล่มล่ะรอบเดียว เดี๋ยวต้องลองอ่านเล่มเดียวหลายๆรอบบ้างแล้ว
- ziannoom
- Verified User
- โพสต์: 1041
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 7
ส่วนตัวผมซื้อหนังสือมาดองเป็นสิบเล่ม อ่านไม่ทัน เจอเล่มไหนว่างๆก็อ่านครับ อ่านไปก็ได้ความรู้เพิ่ม ไม่อ่านหนังสือก็เข้าเวบดูดความรู้จากเพื่อนๆ ก็ได้ความรู้เหมือนกัน
ซื้อเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่า ขายเมื่อมูลค่าต่ำกว่าราคา
-
- Verified User
- โพสต์: 223
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 9
ผมเป็นโรคบ้าซื้อหนังสือครับ - -
ซื้อมาดอง เป็นจำนวนมาก แล้วค่อยๆ ย่อย ตอนนี้เริ่มหยุดซื้อแล้วครับ เยอะเกิน
แต่ลักษณะการอ่านของผม จะอ่านไม่ถึงกะจบทุกเล่มนะครับ คืออ่านๆ พอได้แนวคิดของคนคิด พอจับอะไรได้ ถ้ารู้สึกไม่ใช่ ก้อเก็บขึ้นหิ้งไปก่อนเลย
ส่วนเล่มที่ชอบมากๆ ก็จะวางไว้บนชั้นพิเศษ ไว้อ่านหลายๆรอบครับ
ซื้อมาดอง เป็นจำนวนมาก แล้วค่อยๆ ย่อย ตอนนี้เริ่มหยุดซื้อแล้วครับ เยอะเกิน

แต่ลักษณะการอ่านของผม จะอ่านไม่ถึงกะจบทุกเล่มนะครับ คืออ่านๆ พอได้แนวคิดของคนคิด พอจับอะไรได้ ถ้ารู้สึกไม่ใช่ ก้อเก็บขึ้นหิ้งไปก่อนเลย
ส่วนเล่มที่ชอบมากๆ ก็จะวางไว้บนชั้นพิเศษ ไว้อ่านหลายๆรอบครับ
- The Dark
- Verified User
- โพสต์: 209
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 10
บ้าซื้อเหมือนกันครับ เล่มไหนดีๆ ที่แนะนำๆกัน ก็จะไปลองอ่านที่ร้าน ถ้าโดนก็ซื้อครับnighthawks เขียน:ผมเป็นโรคบ้าซื้อหนังสือครับ - -
ซื้อมาดอง เป็นจำนวนมาก แล้วค่อยๆ ย่อย ตอนนี้เริ่มหยุดซื้อแล้วครับ เยอะเกิน![]()
แต่ลักษณะการอ่านของผม จะอ่านไม่ถึงกะจบทุกเล่มนะครับ คืออ่านๆ พอได้แนวคิดของคนคิด พอจับอะไรได้ ถ้ารู้สึกไม่ใช่ ก้อเก็บขึ้นหิ้งไปก่อนเลย
ส่วนเล่มที่ชอบมากๆ ก็จะวางไว้บนชั้นพิเศษ ไว้อ่านหลายๆรอบครับ
ซื้อมาดองเยอะมาก ตามอ่านไม่ทันเลยครับ



ถามไถ่โลกหล้า รักคือสิ่งใด
- vim
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2748
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 11
ผมอ่านตามที่อยากอ่านนะ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่ว่าต้องอ่านแนววีไอเท่านั้น
จริงๆแล้วผมสงสัยมาตลอดว่าหนังสือแนววีไอนั้นมันเป็นยังไง
- บางคนก็ว่าต้องราคาถูก แบบนั้นก็น่าจะหมายถึงหนังสือแนวคิดของเกรแฮม
- บางคนก็ว่าต้องมีคุณภาพที่ดี อันนั้นก็น่าจะหมายถึงแนวคิดอย่างบัฟเฟต์หรือฟิชเชอร์
- บางคนว่าสนใจที่จะประเมินกำไรในระยะแค่ 2-3 ไตรมาส บางท่านเรียกแนวคิดนี้ว่าวีไอ แต่นักลงทุนบางท่านเรียกกลุ่มนี้ว่าเก็งกำไร
ในความคิดของผม การยึดติดกับคำว่าเป็น "วีไอ" มันอาจทำให้หลงทางได้
ทุกวันนี้ผมต้องอ่านการเรื่องทิศทางกระแสเงินบ้าง อ่านเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้บ้าง หนังสือพวกนี้ก็ให้ความรู้ที่น่าสนใจว่าระบบการเงินของโลกปัจจุบันมันเป็นยังไง QE3 จะกระทบกับธุรกิจเราได้อย่างไร ทำไมเราควรไปลงทุนในประเทศอาเซียนประเทศอื่น นโยบายค่าเงินมันมีผลต่อความเสี่ยงของเงินทุนยังไง ทำไมถึงต้องซื้อขายสัญญาล่วงหน้าทั้งๆที่รู้ว่าตลาดนี้มันเสี่ยงสูง เป็นต้น
พวกนี้ถ้าเราจำกัดตัวแค่อ่านหนังสือ"แนววีไอ" เราอาจไม่ได้เข้าใจถึงประเด็นเหล่านี้เลย
จริงๆแล้วผมสงสัยมาตลอดว่าหนังสือแนววีไอนั้นมันเป็นยังไง
- บางคนก็ว่าต้องราคาถูก แบบนั้นก็น่าจะหมายถึงหนังสือแนวคิดของเกรแฮม
- บางคนก็ว่าต้องมีคุณภาพที่ดี อันนั้นก็น่าจะหมายถึงแนวคิดอย่างบัฟเฟต์หรือฟิชเชอร์
- บางคนว่าสนใจที่จะประเมินกำไรในระยะแค่ 2-3 ไตรมาส บางท่านเรียกแนวคิดนี้ว่าวีไอ แต่นักลงทุนบางท่านเรียกกลุ่มนี้ว่าเก็งกำไร
ในความคิดของผม การยึดติดกับคำว่าเป็น "วีไอ" มันอาจทำให้หลงทางได้
ทุกวันนี้ผมต้องอ่านการเรื่องทิศทางกระแสเงินบ้าง อ่านเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้บ้าง หนังสือพวกนี้ก็ให้ความรู้ที่น่าสนใจว่าระบบการเงินของโลกปัจจุบันมันเป็นยังไง QE3 จะกระทบกับธุรกิจเราได้อย่างไร ทำไมเราควรไปลงทุนในประเทศอาเซียนประเทศอื่น นโยบายค่าเงินมันมีผลต่อความเสี่ยงของเงินทุนยังไง ทำไมถึงต้องซื้อขายสัญญาล่วงหน้าทั้งๆที่รู้ว่าตลาดนี้มันเสี่ยงสูง เป็นต้น
พวกนี้ถ้าเราจำกัดตัวแค่อ่านหนังสือ"แนววีไอ" เราอาจไม่ได้เข้าใจถึงประเด็นเหล่านี้เลย
Vi IMrovised
-
- Verified User
- โพสต์: 312
- ผู้ติดตาม: 0
Re: วิวัฒนาการ การอ่านหนังสือ
โพสต์ที่ 12
จริงครับ ส่วนตัวผมคิดว่าแนว วีไอ คือการลงทุนอะไรก็ได้ที่เราเข้าใจ รู้ลึก รู้จริง จนมีหลักสามารถคาดเดาผลลัพธ์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งของมันได้ครับvim เขียน:ผมอ่านตามที่อยากอ่านนะ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่ว่าต้องอ่านแนววีไอเท่านั้น
จริงๆแล้วผมสงสัยมาตลอดว่าหนังสือแนววีไอนั้นมันเป็นยังไง
- บางคนก็ว่าต้องราคาถูก แบบนั้นก็น่าจะหมายถึงหนังสือแนวคิดของเกรแฮม
- บางคนก็ว่าต้องมีคุณภาพที่ดี อันนั้นก็น่าจะหมายถึงแนวคิดอย่างบัฟเฟต์หรือฟิชเชอร์
- บางคนว่าสนใจที่จะประเมินกำไรในระยะแค่ 2-3 ไตรมาส บางท่านเรียกแนวคิดนี้ว่าวีไอ แต่นักลงทุนบางท่านเรียกกลุ่มนี้ว่าเก็งกำไร
ในความคิดของผม การยึดติดกับคำว่าเป็น "วีไอ" มันอาจทำให้หลงทางได้
ทุกวันนี้ผมต้องอ่านการเรื่องทิศทางกระแสเงินบ้าง อ่านเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้บ้าง หนังสือพวกนี้ก็ให้ความรู้ที่น่าสนใจว่าระบบการเงินของโลกปัจจุบันมันเป็นยังไง QE3 จะกระทบกับธุรกิจเราได้อย่างไร ทำไมเราควรไปลงทุนในประเทศอาเซียนประเทศอื่น นโยบายค่าเงินมันมีผลต่อความเสี่ยงของเงินทุนยังไง ทำไมถึงต้องซื้อขายสัญญาล่วงหน้าทั้งๆที่รู้ว่าตลาดนี้มันเสี่ยงสูง เป็นต้น
พวกนี้ถ้าเราจำกัดตัวแค่อ่านหนังสือ"แนววีไอ" เราอาจไม่ได้เข้าใจถึงประเด็นเหล่านี้เลย
Invincible MOS is knowing what you're doing