
พอดีสนใจหุ้นตัวหนึ่ง แต่ freefloat ต่ำมากไม่ถึง 10% และมีหุ้นหมุนเวียนในมือรายย่อยแค่ 350 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขายต่อวัน บางวันไม่มีเลย ถ้าวันที่ซื้อขายมากก็ประมาณ 1-3 ล้านบาท แต่ช่วงนี้ก็เริ่มเห็นมีการซื้อขายมากขึ้นแล้ว -_-"
กิจการกำลังจะดีจากนี้ไปอีกหลายปีข้างหน้า แต่แน่นอนทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ค่อยจะขายออกมา
ปกติไม่ค่อยชอบหุ้นแบบนี้เพราะซื้อก็ยาก ขายก็ยาก แต่ตัวนี้ดูแล้วกำไรที่กำลังจะโตน่าสนใจค่ะ
ขอถามความเห็นเพื่อนๆนักลงทุนเป็นข้อๆแล้วกันนะคะ
1. ถ้าไม่มีหุ้นหมุนเวียนในตลาดอย่างนี้ราคาจะขึ้นไปได้อย่างไรคะ
2. ปกติหุ้นที่ไม่ได้เข้า set 50 กลต. มีการจำกัด freefloat ขั้นต่ำไหมคะ
3.ดูๆแล้วในอนาคตยังไงเจ้าของคงจะต้องเพิ่มสภาพคล่องแน่ๆ (แต่ไม่รู้เมื่อไหร่) นอกจากการลดpar แตกหุ้น หรือออกหุ้นเพิ่มแล้วมีวิธีการอื่นอีกมั๊ยคะ
(บริษัทนี้เคยลด par มา 1 ครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่

ยกตัวอย่าง rml ช่วงแรกๆ freefloat ก็น้อยเหมือนกัน แต่ตอนนี้ freefloat มากขึ้นเยอะ (60%) กลายเป็นหุ้นมหาชนไปแล้ว เค้าใช้วิธีการแบบไหนคะ
4. เพื่อนๆให้น้ำหนักเรื่อง สภาพคล่องกับการลงทุนขนาดไหนคะ เช่น ถ้าหุ้นดีก็ไม่ต้องสนใจว่าสภาพคล่องจะมากหรือน้อย
ในกรณีที่ port ไม่ใหญ่นะคะ ( ไม่เกิน 1 ล้านบาท )
5. การที่เจ้าของถือหุ้นตัวเองเป็นสัดส่วนที่มาก (เกิน 70%) นอกจากเรื่องอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหาร,สิทธิการออกเสียง, (ปั่นหุ้นได้ง่าย เหอะๆ)
มีข้อดีข้อเสียอย่างอื่นอีกรึเปล่าค่ะ