หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
supachail
http://finance-investment-textbook.blogspot.com
Joined: พุธ ต.ค. 29, 2003 4:36 pm
67
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - supachail
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
`รบกวนขอ version 2007 ครับ ที่
[email protected]
ขอบคุณมากครับ
โดย
supachail
เสาร์ มี.ค. 28, 2009 9:31 am
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนเปลี่ยนเป็น
[email protected]
version 2007 แทน จะได้รับไฟล์ได้ ขอบคุณครับ
โดย
supachail
เสาร์ พ.ย. 01, 2008 11:02 am
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนส่งที่
[email protected]
ด้วยครับ Version 2007 ขอบคุณพี่ครรชิตมากครับ
โดย
supachail
เสาร์ พ.ย. 01, 2008 10:57 am
0
0
The Snowball
ขอสนับสนุนด้วยครับ
โดย
supachail
อาทิตย์ ต.ค. 05, 2008 10:09 am
0
0
มหกรรมหนังสือแห่งชาติ
งานนี้ ไม่พลาดแน่นอน
โดย
supachail
อาทิตย์ ต.ค. 05, 2008 9:59 am
0
0
กู้สั้นหรือกู้ยาวดี (แนวทางการคิด ถ้าคุณกำลังจะซื้อบ้าน)
ผมขออณุญาติ เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม นะครับ (จากประสบการณ์จริง) ในการเปรียบเทียบสินเชื่อ บ้าน ระหว่าง ธนาคาร ซึ่งก็จะมีข้อเสนอต่างๆ มากมาย เราจะต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ เพื่อให้มั่นใจ ว่า เงื่อนไขต่างๆ เหมาะสม กับตัวเรามากที่สุด เงื่อนไขที่ดีทีสุดสำหรับเพื่อนเรา อาจไม่เหมาะกัยเราก็ได้นะครับ 1. อัตราดอกเบี้ย เช่น ลอยตัว คงที่ โดยทั่วไป ผมจะเปรียบเทียบ โปรโมชั่น ที่ 3 ปี ว่า ธนาคารไหน เสนอดอกเบี้ยถูกที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณา อีกว่า ทิศทางดอกเบี้ยใน 2-3 ปี นี้ มีโอกาสผันผวนหรือไม่ เช่น ถ้าดอกเบี้ยอยู่ช่วงขาขึ้น โปรแกรมที่เสนอเป็นคงที่ 2-3 ปี อาจน่าสนใจกว่า (ควรคำนวณค่าเฉลี่ย ตลอด 3 ปี แลวเปรียบเทียบกัน) 2. เงื่อนไข การจ่ายค่างวด ข้อนี้ ก็สำคัญมากเช่นกัน สำหรับ บางคน ซึ่งอาจมีรายได้พิเศษ รายได้เสริม หรือ โบนัส ต้นปี ขึ้นมา ก็ต้องการที่จะโปะ บางธนาคาร ยอมให้โปะได้แค่ 2 เท่า 3 เท่า ดังนั้น เมื่อเราเลือกอายุสัญญาที่ยาว แต่เราสามารถชำระจริง ได้มากกว่า ก็อาจทำให้เราอึดอัด เพราะติดเงื่อนไข หากเลือกได้ ก็เลือกแบบที่ไม่จำกัดเงินที่ชำระ จะดีกว่า ดังนั้น เราก็ดูว่า เรามีโอกาสที่ จะมีรายได้พิเศษ มากน้อยแค่ไหน ถ้าเงินก้อนนี้ สูงกว่า ค่างวดพอสมควร ก็พิจารณาเงื่อนไขข้อนี้เป็นพิเศษหน่อย 3. เงื่อนไข ค่าปรับ หากผิดสัญญา เช่น หากปิดบัญชี ก่อน 3 ปี ค่าธรรมเนียม เป็นอย่างไร 2 % ของเงินกู้ หรือ เงินส่วนที่เหลือ หากผิดชำระหนี้ ดอกเบี้ย จะเป็นอย่างไร 4. เมื่อชำระครบ 3 ปี ก็ไปหา โอกาส refinance เพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ย จะได้ปลอดหนี้สินเร็วขึ้นนะครับ
โดย
supachail
อาทิตย์ ต.ค. 05, 2008 9:46 am
0
0
ลงทุนในLTF จะต้องเลือกอย่างไรคับ
LTF -Long term equity fund กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ซึ่งมีการลงทุนในตราสารทุน ในสัดส่วนที่ มากกว่า 65% ในปัจจุบัน แต่ละ บลจ. จะออกกองทุน LTF โดยมึความแตกต่างกันบางอย่าง เช่น จ่ายปันผล ไม่จ่ายปันผล สัดส่วน 70 ต่อ 30 โดยวัตถุประสงค์ของ LTF คือ การเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินของระบบให้เข้มแข็งมากขึ้น เนื่องเป็นการระดมทุนในระยะยาว ดังนั้น ประโยชน์ทางภาษีที่นักลงทุนได้มา ก็จะต้องแลกกับการที่เราต้องยอมให้เงินลงทุนของเรา ไม่มีสภาพคล่อง ช่วงเวลาหนึ่ง แต่นี่ก็เป็นสร้างสร้างวินัยให้กับนักลงทุนอย่างดี ผมมีข้อคิดเห็นดังนี้ 1 เริ่มต้น พิจารณา วงเงินสูงสุด ที่เราสามารถลงทุนได้ คือ 15 % รายได้ทั้งหมด แต่ไม่เกิน 5 แสน 2 ดูว่า เงินลงทุนที่เรามี มากแค่ไหน (เทียบกับ 1) ต้องเป็นเงินเย็น ที่เราไม่ต้องการใช้ใน อีก 4-5 ปี ข้างหน้า 3. ดูว่า เราสามารถรับความเสี่ยงได้ระดับใด เหมาะสมกับ LTF หรือไม่ หากเราลงทุนแล้ว นอนไม่หลับ เวลา NAV ลดลง ก็อาจไม่เหมาะกับเรานะครับ 4. ศึกษานโยบายกองทุน และ บลจ ตลอดจน ค่าธรรมเนียมต่างๆ 5. จังหวะในการซื้อขาย เนื่องจาก เป็นการลงทุนระยะยาว 5 ปีปฎิทิน ดังนั้น เมื่อลงทุน ให้มองว่า นับจากวันนี้ ไปอีก 5ปี คุณคิดว่า ตลาดโดยรวม มันดีกว่านี้ มั้ย ถ้าคิด ดีกว่าพอสมควร ก็ซื้อได้ ครับ 6. การซื้อ LTF จะมี margin of safety นั่นคือ นักลงทุนที่มี ฐานภาษี 10% เมื่อลงทุน LTF ก็สามารถลดหย่อนภาษี 10% เมื่อเวลาผ่านไป หาก NAV ลดลงน้อยกว่า 10% ก็ยังถือว่าไม่ขาดทุน
โดย
supachail
อาทิตย์ ต.ค. 05, 2008 9:20 am
0
0
รบกวนขอไฟล์ด้วยครับ
รบกวนคุณ wongves ช่วยส่งที่
[email protected]
ขอบคุณมากๆครับผม
โดย
supachail
จันทร์ เม.ย. 21, 2008 10:10 pm
0
0
EPS2007
รบกวนพี่ครรชิต ส่งมาที่
[email protected]
ครับ ขอบพระคุณครับ
โดย
supachail
จันทร์ เม.ย. 21, 2008 9:49 pm
0
0
Ask for EPS update
P' Kanchit Pls send me via
[email protected]
Thank you so much Supachail
โดย
supachail
จันทร์ มิ.ย. 19, 2006 9:28 pm
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนขอ update ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
[email protected]
โดย
supachail
เสาร์ มี.ค. 12, 2005 7:23 pm
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนพี่ครรชิตส่งที่
[email protected]
ขอบคุณมากครับในความเอื้อเฟื้อตลอดมา
โดย
supachail
จันทร์ พ.ค. 10, 2004 5:15 pm
0
0
หนังสือบทเรียนจากนักลงทุนชั้นนำของโลก
ผมเพิ่งไปสัปดาห์หนังสือมา ก็ได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่นี้มาแล้ว ส่วนที่แปลมา 2 เล่มก่อน ก็มีในพอร์ทแล้ว (พูดเหมือนเก็บหุ้นเลย แฮะ) ลดตั้ง 15% เล่มก่อนๆ ไปซื้อที่ซีเอ็ด ก็ไม่มีส่วนลดใดๆ แม้ว่าเป็นสมาชิกนะครับ ใครมีโอกาสไปงานก็เชิญนะครับ แต่คนแน่นมากเลย ที่จอดรถก็หายาก และต้องไปจอดไกลสุดๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณ web แปลหนังสือดีๆ ให้พวกเราได้อ่านไปเรื่อยๆ ทำให้พวกเราประหยัดเวลาในการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษไปได้มาก ผมเห็นคนสนใจหนังสือของคุณweb ไม่น้อย(ในงาน)เลย ตอนผมเลือกซื้อหนังสือ มีคนถามผม ว่า หนังสือลงทุนอย่างวอเรน บัฟเฟต์ ดีมั้ย ผมก็บอกว่า ดีมากเลย ยังแนะนำให้เขาซื้อ เพื่อนผมที่ไปเดินด้วยกัน ผมก็แนะนำให้ซื้อด้วย แถมซื้อคู่กับเล่มใหม่ ได้ลด 20% แนะ ( ขายคู่ เหลือ 460 บาท ) ผมขอเชียร์ให้แปล common stock and uncommonn profit ด้วยคนครับ
โดย
supachail
อังคาร มี.ค. 30, 2004 10:22 am
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนพี่ครรชิต ส่งไปที่
[email protected]
ขอบคุณมากครับ
โดย
supachail
จันทร์ มี.ค. 22, 2004 4:53 pm
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนพี่ครรชิต ส่งไปที่
[email protected]
ขอบคุณมากครับ
โดย
supachail
จันทร์ มี.ค. 22, 2004 4:52 pm
0
0
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ
ขอบคุณพี่วิบูลย์สำหรับข้อคิดเห็นครับ ถามเพิ่มเติมจากท่านผู้รู้ อีกเรื่องครับ คือในหนังสืออาจารย์บัฟเฟต จะแนะนำให้เราหาหุ้นที่มี EPS เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ครับ แต่มันก็หายากเหมือนกัน ทีนี้ ผมอยากทราบว่า แล้วบริษัทที่กำไรมาตลอด แต่ว่าอาจเติบโตน้อย หรือ กำไรคงที่ แต่ก็กำไรทุกปี ก็ทำให้มูลค่ากิจการเพิ่มขึ้น แม้จะมีปันผลอยู่บางส่วน ใช่มั้นครับ เพราะกำไรสุทธิแต่ละปี ทำให้ ส่วนของผู้ถือหุ้น ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยู่ดี ราคาหุ้น ก็ควรจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทีนี้ สมมุติว่า กำไรต่อหุ้นลดลง แต่ก็ยังเป็นบวกอยู่ เช่น EPS 45 = 10 Baht ราคา หุ้น 100 B , P/E = 10 EPS 46 = 7 Baht คือถ้าดูจาก ส่วนของผู้ถือหุ้น 46 ก็จะเพิ่มขึ้นจากปี 45 เนื่องจากกำไรสะสมเพิ่มขึ้น ดังนั้น BVPS ก็สูงขึ้น Price ควรสูงขึ้นด้วย แต่หาก ดูจาก P/E พอประกาศ EPS ลดลงจากปีก่อน ราคาจะลดลง จาก 100 ลงไปเหลือ 70 หรือเปล่า หากตลาดคิดว่า P/E 10 หรือ ว่า หากราคาเท่าเดิม P/E ใหม่ จะเป็น 15 เท่า ดูเหมือนแพงขึ้น (หากดู P/E อย่างเดียว) ผมคิดว่า ราคาหุ้น ก็น่าจะยังสูงขึ้นได้ แต่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ตรงนี้ ถือเป็นข้อควรระวัง สำหรับการใช้ P/E ด้วยมั้ยครับ รบกวนขอคำชี้แนะด้วยครับ
โดย
supachail
พฤหัสฯ. มี.ค. 04, 2004 3:42 pm
0
0
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ
รบกวนถามความเห็นพี่วิบูลย์ หรือ พี่ๆ ท่านอื่นๆ เกี่ยวกับธนาคาร ตัวหนึ่ง ที่ ROE สูงๆ แต่อยู่ๆมาก็ประกาศเพิ่มทุน กระทันหัน ทั้งๆที่ก็ปฏิเสธมาโดยตลอด จนตลาดตกใจมากๆ พี่มีความเห็นอย่างไรบ้าง และ สำหรับคนที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิม สมมุติ เราคิดว่า ราคาเหมาะสม คือ X พอมีข่าวนี้ ราคาควรเป็น 0.8X ใช่มั้ยครับ เนื่องจากผลของ dillution effect ( หุ้นที่เพิ่ม ประมาณ 25% ของหุ้นเดิม ดังนั้น สัดส่วนหุ้นเดิมต่อหุ้นใหม่ จะเป็น 4: 5 or 80% ) ใช่หรือไม่ครับ หากเป็นอย่างนี้ หากราคายังลงไปต่ำกว่านี้อีก เราก็ควรรอต่ำกว่า 0.8X ถึงจะเหมาะสม ที่จะซื้อเพิ่ม หรือไม่ ( พื้นฐานก็ยังดีอยู่) หรือ ว่า ถือรอใช้สิทธิซื้อหุ้นใหม่ ( ไม่รู้จะมีสิทธิหรือเปล่า) คำถามต่อเนื่องครับ ทำไม อีกธนาคารใหญ่ ตอนเพิ่มทุนเมื่อปลายปี ไม่มีผล dillution effect เลย ขึ้นอย่างเดียวเลย หรือ ว่า ไม่ค่อยปกปิดข้อมูล คนเลยมองว่าเป็นข่าวดีมากกว่า ขอบคุณครับ
โดย
supachail
อังคาร มี.ค. 02, 2004 4:39 pm
0
0
รบกวนถามพี่วิบูลย์ หรือ พี่ท่านอื่นๆ เรื่อง DR บางจาก
ผมอยากรบกวนสอบถามพี่วิบูลย์ หรือพี่ท่านอื่นๆ เกี่ยวกับ ดีอาร์หุ้นบางจาก โดย มีข้อมูลดังนี้ ทางบริษัท บางจาก ทำการเพิ่มทุน 3000 Million Baht และเสนอขายให้นักลงทุนในรูปของใบแสดงสิทธิ ซึ่งออกโดย บ.สยามดีอาร์ จำกัด โดยใบแสดงสิทธิ นี้ จะให้ผลประโยชน์ต่อผู้ลงทุนในลักษณะเดียวกันกับการลงทุนในหุ้นของบริษัท โดยตรง และมีกระทรวงการคลัง รับประกันเงินต้นในราคา 13 baht / 1 DR ณ ปีที่ 10 สิทธิในการแลกเปลี่ยน ผู้ถือหุ้นบริษัท ได้รับสิทธิในการแลกเปลี่ยนหุ้นสามัญเป็นใบ ดีอาร์ ในอัตรา 10 หุ้นต่อ 9 ดีอาร์ และ พิเศษ เฉพาะผู้ถือหุ้นที่นำหุ้นสามัญมาแลกเปลี่ยนเป็น ดีอาร์ จะได้รับสิทธิในการจัดสรร ในอัตรา 10 หุ้นสามัญ ต่อ 4 DR ในราคา 13 Baht /DR ( 20-22 มค ) สำหรับ กระทรวงการคลัง และ ปตท ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้รับสิทธิในการแลกเปลี่ยนหุ้นสามัญของบริษัท เป็น ดีอาร์ ในอัตรา 10 หุ้นสามัญ ต่อ 5 DR ซึ่งทั้งสองหน่วยงาน แสดงความจำนงในการแลกเปลี่ยนแล้ว แต่ทั้งสองหน่วยงาน จะไม่ได้รับสิทธิ ในการจัดสรร ดีอาร์เพิ่มเติม ผู้ออกใบแสดงสิทธิ บ.สยามดีอาร์ จำกัด(ตั้งขึ้นเฉพาะกิจ โดย ตลท.) อายุในแสดงสิทธิ สิบปี ผมลองอ่าน ข้อมูลคร่าวๆ แต่ยังงงงง อยู่ อยากถามพี่ๆ ว่า 1. เหตุใด จึงต้องระดมทุนในรูปแบบของดีอาร์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ดูแลและเก็บรักษาหุ้นบางจาก) / บางจาก<------>บ.สยามดีอาร์ <------->ผู้ลงทุน 2. ดีอาร์ คล้ายๆกับ วอร์แรน หรือเปล่า เห็นข้อมูลแจ้งว่า สามารถใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ทุกๆ ไตรมาส แต่เมื่อแปลงแล้ว ไม่สามารถแปลงกลับมาเป็น ดีอาร์ได้อีก และ ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการค้ำประกันเงินต้นของกระทรวงการคลัง และ คงจะมีค่าใช้จ่ายในการแปลง ด้วยใช่มั้ยครับ แต่ที่โดดเด่น คงจะเป็นการค้ำประกันของกระทรวงการคลังในราคา สิบสามบาท ในสิ้นปีที่สิบ นับจากวันออกใบแสดงสิทธิ หรือ กรณีบางจากล้มละลาย หรือ เลิกบริษัท 3. สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ควรใช้สิทธิ หรือ ไม่ เพราะสัดส่วนแลกหุ้นเป็นดีอาร์ น้อยลง ยิ่งกระทรวงการคลัง ยิ่งได้สัดส่วน ดีอาร์น้อยลงไปอีก มีเหตุผลอะไรหรือเปล่า 4. แสดงว่า อีกหน่อย ก็มีการเทรดหุ้น ทั้ง บางจาก และ ดีอาร์บางจาก ในตลาด ใช่มั้ยครับ หรือว่า หากคนแปลงสิทธิ เป็นดีอาร์กันมากๆ จะทำให้ หุ้นบางจาก มีสภาพคล่องต่ำ ในอนาคต 5. พี่ๆ ไปใช้สิทธิกันบ้าง หรือเปล่าครับ รบกวนช่วยตอบด้วยครับ มีคนรู้จักสอบถามมาครับ พรุงนี้ วันสุดท้ายแล้วครับ
โดย
supachail
พุธ ม.ค. 21, 2004 7:18 pm
0
0
ขอปรบมือดัง ดัง ให้กับท่าน ดร.นิเวศน์
ผมก็ขอแสดงความยินดี กับพี่ VI ทุกท่าน ที่เหน็ดเหนื่อย สละเวลา และเงินทอง มาถ่ายทอดประสบการณ์ และความรู้ กับพวกเรา ความตั้งใจที่ดีต่อสังคม ก็จะทำให้ เวปไซด์นี้เจริญรุ่งเรืองต่อไปเรื่อยๆ เอ้า!!!! ไชโย !!!!
โดย
supachail
พฤหัสฯ. ธ.ค. 25, 2003 4:06 pm
0
0
นัดสังสรรค์กันในวันปีใหม่ ฉลอง TVI ขึ้นสู่ปีที่สอง
ขอแผนที่ด้วยคนครับ
[email protected]
โดย
supachail
พฤหัสฯ. ธ.ค. 25, 2003 3:27 pm
0
0
โครงการร้อยคนร้อยหุ้นควรอยู่รวมกับ Various Question หรือไม่
ผมคิดว่า ไว้ที่เดิมเหมาะสมอยู่แล้ว เป็นแนวคิดที่ดี เพียงแต่พวกเราช่วยกันเข้าไปเยี่ยมชมให้คึกคัก ใครมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็มาโพส ช่วยๆกันครับ ทั้งเจ้าของกระทู้ และคนเข้าชม
โดย
supachail
พฤหัสฯ. ธ.ค. 25, 2003 3:22 pm
0
0
ในวาระดิถี ขึ้นปีใหม่ ขอคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์ทั้ง
ผมก็ขออวยพรให้พี่ เพื่อนๆ ชาว TVI ทุกๆคน มีความสุขมากๆ และ ก้าวสู่อิสรภาพทางการเงิน ไปได้อย่างราบรื่น มีสุขภาพกายใจที่ดี และ ขอขอบคุณ พี่ๆหลายๆคน ที่ช่วยตอบคำถามต่างบนเวป และแบ่งปันประสบการณ์การลงทุน ให้กับพวกเรา ท้ายสุด ขอให้เวปไซด์ TVI อยู่กับพวกเราไปนานๆ
โดย
supachail
จันทร์ ธ.ค. 22, 2003 2:20 pm
0
0
Intelligent investor & Security analysis
รบกวนถามว่า ทั้งสองเล่ม ใครเป็นผู้แต่ง Buffet หรือ เกรแฮม แล้ว เล่มล่าสุด edition เท่าไหร่ สำนักพิมพ์อะไรครับ
โดย
supachail
จันทร์ ธ.ค. 22, 2003 1:45 pm
0
0
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ
ผมว่า พวกพี่ๆหลายคน นี่เขียนกันเก่งๆ ทั้งนั้นเลยครับ คือ ได้ความรู้ แต่ไม่เครียดมาก สงสัยว่า ไปหน้าดำคร่ำเครียดตอนวิเคราะห์เอง แต่พอมาอยู่หน้าเวป ซึ่งเป็นที่รวมของคนที่มีความคิดคล้ายๆกัน เหมือนคนคอเดียวกัน ก็เลย happy โพสแบบมีความสุข แม้ว่าราคาหุ้น ยังหัวเราะได้เลย ผมว่า พี่วิบูลย์ออก pocket book ได้เลยนะเนี่ย ลองรวบรวมดูนะครับ
โดย
supachail
พฤหัสฯ. ธ.ค. 18, 2003 3:49 pm
0
0
ดัชนีดาวโจนส์ Dow ปิดที่ 10,042.16 จุด เพิ่มขึ้น +34.00 จุด
แล้วเดี๋ยวช่วงคริสมาส พอต่างชาติถอนเงินทุนกลับไปบางส่วน พี่ไทยจะว่าอย่างไรดีครับ แต่ยังไง ก็ น่าจะเห็น 700 ก่อนสิ้นปี ใช่มั้ยครับ
โดย
supachail
พุธ ธ.ค. 17, 2003 5:27 pm
0
0
ขอปรึกษา เรื่องกองทุน RMF หน่อยครับ ไม่ทราบว่ามีใครซื้อบ้าง?
ขอบคุณพี่ CK ที่ให้ข้อคิดครับ
โดย
supachail
พุธ ธ.ค. 17, 2003 4:35 pm
0
0
น้องใหม่คนที่ 1080 ขอรายงานตัวครับ
ยินดีต้อนรับเช่นกันครับ คุณ CEO
โดย
supachail
พุธ ธ.ค. 17, 2003 4:09 pm
0
0
ขอปรึกษา เรื่องกองทุน RMF หน่อยครับ ไม่ทราบว่ามีใครซื้อบ้าง?
พี่ๆ เพื่อนๆ ครับ ผมก็มีความสนใจใน RMF เหมือนกัน อยากถามความเห็น 1. การลงทุน ในRMF เป็นการลงทุน ระยะยาว จนเกษียณ สมมุติ ว่า 25 ปี เพื่อประโยขน์ทางภาษี แต่มีความเสี่ยงในแง่ของ cycle การขึ้น ลง ของ SET index และ วัฎจักรทางธุรกิจ ไม่รู้ว่าหากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หรือ เศรษฐกิจขาลง ในบางช่วงเวลา พี่ๆ จะทำอย่างไรกันบ้าง ในเมื่อเราไม่สามารถถอนการลงทุนออก หรือ อยู่เฉยๆ ผมเข้าใจว่า พอร์ทคงไม่ขาดทุน แต่ผลตอบแทนรวมอาจไม่มาก 2. หากเปรียบเทียบ ระหว่าง กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น เน้นลงทุนในหุ้น และ กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น เพื่อการเลี้ยงชีพ (เน้นลงทุนหุ้น) ของ บลจ. เดียวกัน 2.1 RMF (flexible) ผลตอบแทนรวม อาจไม่สูง แต่ได้ ประโยชน์ทางภาษี ไม่เหมาะการทำกำไร ในแต่ละช่วงเวลา 2.2 Flexible fund เราสามารถใช้ cost averaging ในการซื้อกองทุน และสามารถทำกำไรเป็นช่วงเวลา สามารถลดพอร์ท ในช่วงวิกฤติได้ ขอความคิดเห็นกันหน่อยครับ 3. ที่ไม่แน่ใจก็คือ แม้ว่าเราจะเลือก บลจ. ที่น่าเชื่อถือ ที่สุด ผมก็ไม่มั่นใจว่า ในช่วงSET ขาลง กองทุน flexible fund จะดูแลพอร์ท ไม่ให้ลดลงมาก ได้ดีเพียงไร
โดย
supachail
พุธ ธ.ค. 17, 2003 11:40 am
0
0
รายงานราคาปิด 11 ธค (เทรดวันแรก)
วันนี้ เปิดตลาด ราคา ก็ค่อยๆ ลงมาเรื่อยๆ ราคาปิด 18.20 บาท ราคาสูงสุด 23.7 Baht ราคาต่ำสุด 18 Baht มูลค่าการซื้อ ขาย 4,350 ล้านบาท (ประมาณ 209 ล้านหุ้น) เพื่อนๆ พี่ที่ได้ IPO ขายไปหรือยัง ผมมีนิดหน่อย ขายไม่ทันเลย คาดว่า พรุ่งนี้ รอดูสถานการณ์อีกที ใครมีความเห็น เล่าสู่กันฟังหน่อยครับ
โดย
supachail
พฤหัสฯ. ธ.ค. 11, 2003 4:55 pm
0
0
ถ้าคุณเล่นหุ้นได้กำไร 300 ล้านบาท คุณจะเอาไปทำอะไร
พี่ครรชิต บอกหน่อยได้มั้ยครับ ว่า ท่านดร. ถือหุ้น ตัวใดบ้าง กี่หุ้น และ ต้นทุนประมาณเท่าไหร่ครับ
โดย
supachail
ศุกร์ ธ.ค. 05, 2003 3:47 pm
0
0
ถามเรื่องการติดตั้งระบบโทรศัทพ์และ UBC สำหรับ Apartment ครับ
ผมรู้จัก ช่าง UBC ที่มีประสบการณ์ติดตั้งงานอพาร์ทเมนท์ และมีทีมงาน หากสนใจ รบกวนแจ้ง ชื่อและโทรศัพท์ ติดต่อมาที่
[email protected]
แล้วผมจะได้บอกให้ช่างโทรไปคุยรายละเอียด เพื่อนัดดูสถานที่และ ประเมินราคาในภายหลังครับ
โดย
supachail
ศุกร์ พ.ย. 28, 2003 5:34 pm
0
0
ขอถามผู้รู้เกี่ยวกับวงการก่อสร้าง
เนื่องจากสินค้าในการก่อสร้าง ส่วนใหญ่สามารถผลิตได้ในประเทศ ประกอบกับทางรัฐ มีนโยบายส่งเสริมให้ใช้สินค้าในประเทศอยู่แล้ว สินค้าส่วนใหญ่ จะอิง มอก เป็นเกณฑ์ ครับ ขอให้ผลิตตาม มอก. ตามที่กำหนด ถือว่าใช้ได้นะครับ ในสเป็คผู้ออกแบบ จะไม่ได้ระบุยี่ห้อปูน
โดย
supachail
พฤหัสฯ. พ.ย. 06, 2003 5:59 pm
0
0
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ
ไม่ทราบว่า ผู้ลงทุนแบบ VI ควรชะลอการตัดสินใจ ลงทุน หลังจากการประกาศผลประกอบการ Q3ก่อน ใช่หรือไม่ ครับ หรือ หากตอนนี้ วิเคราะห์หุ้นบางตัว แล้ว Ok ก็ซื้อได้เลย ขอความคิดเห็น หรือคำแนะนำด้วยครับ
โดย
supachail
พฤหัสฯ. พ.ย. 06, 2003 4:18 pm
0
0
การลงทุนครั้งแรก
ผมเริ่มลงทุนครั้งแรกประมาณ ปี 2537 หรือ 2538 ตอนนั้นเพิ่งทำงานได้ 1-2 ปีเอง ช่วงนั้น เศรษฐกิจเติบโต ภาวะตลาดหุ้นก็เป็นที่ดึงดูดมาก โบรกเกอร์หลายแห่ง ก็เปิดรับสมาชิกใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทำให้เด็กจบใหม่อย่างผมและเพื่อนๆ ได้มีโอกาสเปิดบัญชีซื้อ- ขายหุ้นกับเขาบ้าง ต้องยอมรับเลยว่า ตอนนั้น เราก็ยังมีเงินเก็บน้อย แต่ก็อยากลงทุน ผมได้ซื้อหุ้นบางตัว โดยการแนะนำของมาร์เกตติ้ง ก็พยายามลงทุนหุ้นเป็นแบงค์ เพราะ ดูปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งดี หุ้นสื่อสารก็น่าสนใจเพราะแนวโน้มเติบโตสูง ช่วงแรกๆ เมื่อลงทุนไปแล้ว ยอมรับเลย ว่าค่อนข้างตื่นเต้นมากๆ เหมือนว่าเงินต้นของเราจะเป็นอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลง ทุกๆวัน ก็คอยพยายามอ่านนสพ. ธุรกิจ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร มันก็มีข้อดี นะที่เรารู้สึกตื่นตัว อยู่ตลอดเวลา คอยดูว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ( High Risk High Return ก็แบบนี้ละครับ) แรกๆก็แบบ ซื้อมาไม่นาน พอมีกำไรนิดหน่อย ก็ขายแล้ว กลัวหัวใจวาย ตื่นเต้นเหลือเกิน ไม่มีใครทำนายได้ว่า ราคาจะขึ้นหรือลง หุ้นบางตัว ก็ไปซื้อตอนที่ราคาสูง ก็มีขาดทุนบ้างเหมือนกัน บางทีเราก็คิดเหมือนกัน ว่า ทำไมการลงทุนมันเป็นถึงตื่นเต้นขนาดนี้เชียวหรือ เราไม่รู้ว่า ตอนไหนเรียกว่า ราคาถูก ตอนไหนที่ราคาแพงเกินไปแล้ว เพราะ P/E ตลาด มันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกคนก็มีความหวังว่าตลาดหุ้น จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ หุ้น IPO ก็ทยอยออกสู่ตลาดเรื่อยๆ เพื่อนผมหลายคน ทำงานอยู่กับบริษัทในกลุ่มสื่อสาร ก็ได้มีโอกาสจองหุ้นที่จัดสรรให้พนักงาน พอหุ้นนั้นเข้าตลาด ก็ได้กำไรกันเป็นแถว บางตัวกำไร 50% บางตัวเป็นเท่าตัวเลย ก็ทำให้หลายคน เกิดความโลภเหมือนกัน ผมก็ไปซื้อหุ้นสื่อสารตัวหนึ่ง ตอนเข้าตลาดไปแล้ว พอซื้อไปสักพัก ราคาลง ก็ใจแป้วสิครับ มีแรงขายทำกำไรไม่น้อย แต่ยังดี ว่ารออีกไม่นานมาก ราคาก็ปรับขึ้นมา พอมีกำไรนิดหน่อย ก็ขายออกไป ก็มีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆกับตลาดหุ้นเหมือนกัน รู้สึกว่า ราคาขึ้นลงขึ้นกับจิตวิทยาของผู้ลงทุนอย่างมาก ไม่ค่อยมีใครสนใจพื้นฐานกันสักเท่าไร โชคดีได้หุ้นจองพลังงานตัวหนึ่ง พอหุ้นเข้าตลาด ราคาขึ้นไปเกือบเท่าตัว ผมดีใจมาก เป็นการลงทุนในตลาดหุ้นที่ได้กำไรมากสุด (2-3 เดือนเอง) ผมก็มีไปซื้อกองทุนด้วยความหวังพึ่งผู้บริหารมืออาชีพ ตอนแรกลงทุนกองทุนปิด เพราะคิดว่า ยังขายในตลาดได้ ปรากฏว่า เข้าตลาด ไม่มีคนสนใจ ราคาต่ำกว่า NAV 20% เราก็แย่เลย จากนั้น ก็เลยเปลี่ยนไปเป็นกองทุนเปิดดีกว่า เพราะไปซื้อขายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารได้ เราก็เออดีเหมือนกัน ช่วงนั้น SET น่าจะอยู่ 1400 -1500 แล้วมั้ง โชคดีบางตัวมีกำไรบาง ก็ขายทำกำไรบ้าง ก็ปรากฏว่า ลงทุนได้ไม่นานมาก ตลาดหุ้นถึงจุดสูงสุดประมาณ 1600 หรือ 1700 จุด แล้วก็ตกลงไปเรื่อยๆ แบบที่เราทราบๆกันนะครับ คราวนี้ก็เป็นเรื่องสิครับ ใครมีพอร์ตลงทุนก็ขาดทุนหมด หุ้นตก กองทุนก็ตก แย่กันหมด ตอนนั้นเราก็ไม่กล้า cut loss ตั้งแต่ต้น แถมที่เลวร้าย คือกองทุนที่เราลงทุน เป็นกองทุนหุ้น ซึ่งจะมีนโยบายลงทุนในหุ้น ไม่ต่ำกว่า 60% ก็แย่สิครับ เพราะตลาดหุ้นซบเซา อยู่ในขาลง กองทุนก็ยังต้องถือหุ้นอยู่ตามนโยบาย ผลก็คือ เงินต้นก็หดหายเป็นเรื่อยๆ จากตอนซื้อ 10 บาท เหลือ ต่ำสุด 2 บาท ผมยังโชคดี ที่ลงทุนตอนที่อายุยังน้อย เงินก็มีไม่มาก ตั้งแต่นั้น ผมก็หยุดการลงทุนในตลาดทุนไว้แค่นั้น สรุปภาพรวมได้ว่า การลงทุนของผม โดยรวม มีกำไรนิดหน่อย จนเมื่อปีที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือ Rich Dad Poor Dad ได้เรียนรู้ และ เห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ทำให้ผมเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการลงทุนอีกครั้งหนึ่ง และ ตั้งใจว่า จะศึกษาหาความรู้ เพื่อที่จะลงทุนในตลาดอย่างมีหลักการ ซึ่งผมคิดว่า Value investment คือ หลักการที่ดีที่เราควรนำไปปรับใช้ ประกอบกับนำความผิดพลาดในอดีตเป็นบทเรียน ให้เราระมัดระวังมากขึ้น อีกทั้งได้อ่านหนังสือของอาจารย์ นิเวศน์แล้ว ได้ประโยชน์ มากๆเลย ครับ
โดย
supachail
พฤหัสฯ. ต.ค. 30, 2003 2:49 pm
0
0
เราได้อะไรจากการลงทุน
การลงทุนนั้น เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เริ่มต้นตั้งแต่เรายังเด็กจนเข้าสู่วัยชรา โดยในช่วงวัยเด็ก พ่อแม่ ก็ลงทุนในการศึกษาของลูกๆ จนพวกเราเรียนจบ นักเรียน นักศึกษา ก็ต้องลงทุนศึกษา ใช้เวลาศึกษาหาความรู้ ต้องต่อสู้กับสิ่งล่อใจต่างๆ หรือ สิ่งที่ไม่ดี ต่างๆ รอบตัว จนวันหนึ่ง เรียนจบมหาวิทยาลัย แล้วออกสู่โลกแห่งการงาน บางคนก็ไม่หยุดอยู่นั้น ก็ขวนขวาย เรียนต่อปริญญาโท เอก ซึ่งเหล่านี้ ก็ถือว่า เป็นการลงทุนเช่นกัน เพราะกว่าจะเรียนจบ ต้องทุ่มเท เหน็ดเหนื่อย ทั้งอ่านตำรา ทำรายงาน ค้นคว้า วิจัย สารพัด เมื่อเรียนจบ คนเหล่านี้ ก็จะมีโอกาสมากขึ้น ในการที่จะได้งานที่ดี และ รายได้สูงตามมาด้วย แถมบางคนที่ไปเรียนต่างประเทศ พอจบปริญญาโท กลับมา ก็มีภาษีดีกว่า เพื่อนที่เรียนปริญญาโทในเมืองไทย ก็เป็นค่านิยมของสังคมอย่างหนึ่งที่ยังมีอยู่ ทำให้หลายๆคน ก็พยายามขวนขวายที่จะไป ผมเคยได้ยินเพื่อนบางคนเล่าให้ฟัง ว่าในยุคเศรษฐกิจบูม มีงานบางประเภทนะ รับเฉพาะคนจบต่างประเทศอย่างเดียวเลย แถมมีการแบ่งเกรด ออกเหยียดๆหน่อย จากตัวอย่างที่เล่ามา ก็เป็นเรื่องการลงทุนในการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะความรู้ สามารถทำให้เราหาเลี้ยงชีพได้ ยิ่งในยุคปัจจุบัน เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร และ มีความพยายามที่จะผลักดันให้สังคมเราก้าวไปสู่ knowledge based society มีความรู้เป็นอาวุธ ซึ่งเราทุกคนต้องพยายามเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องช่วยๆกันกระตุ้นให้คนไทย รักการอ่านมากๆ ยิ่งขึ้น การเรียนรู้ ก็มีหลายรูปแบบ จะเป็นคอร์สสั้นๆ ทั้ง ด้านภาษา , คอมพิวเตอร์ IT , หลักสูตรวิชาชีพ ซึ่งมีมากมายในตลาด จนบางที เราอาจงงๆเหมือนกันว่า จะเรียนที่ไหนดี ก็ค่อยๆเลือกกันนะครับ ที่สำคัญคือ เรียนในสิ่งที่สนใจ ทำให้ได้ผลดีที่สุด และค่าใช้จ่ายเหมาะสม ที่เขียนค่อนข้างยาว เพราะการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆนะครับ เมื่อเราเข้าสู่ชิวิตการงาน หลายๆคนก็สนุกสนาน เริ่มมีรายได้ของตัวเอง ก็เพลิดเพลินกับการใช้จ่าย อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ท่องเที่ยว สังสรรค์ เฮฮา กับเพื่อนฝูง เริ่มผ่อนรถ สักพัก ก็เริ่มผ่อนบ้าน แล้วเป็นอย่างไรครับ ปรา กฎว่า ค่าใช้จ่ายก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อย หากไม่มีวินัย รายจ่ายเกินรายได้ ก็เริ่มมีปัญหาสิครับ เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มจะมาจากไหน บางคนพอมีเงินสะสมในบัญชีตั้งแต่เด็ก ก็เบิกมาใช้ บางคนก็ยังขอพ่อแม่ แถม บางคนขอมากกว่าตอนเรียนอีก เพราะภาษีสังคมเยอะมากๆๆๆ พ่อแม่บางคน พอมีฐานะก็ให้ไป ทีนี้หากเป็นอย่างนี้ ไปเรื่อยๆก็แย่แน่ๆ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย แล้วอนาคตจะทำอย่างไร ในเมื่อวันหนึ่ง ต้องมีครอบครัวอีก ผมคิดว่า หลายๆคน ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่ไม่รู้วิธีบริหารเงินที่ดีพอ เงินเดือนเยอะแค่ไหน ก็หมดได้เหมือนกัน หากเราตั้งใจที่จะลงทุน เราก็ต้องมีเงินเก็บและต้องมีวินัยในการออมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ตรงนี้พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ผมว่า เราทุกคนต้องพยายาม อย่าลืมถามตัวเอง ว่าเราต้องการออม หรือลงทุนไปเพื่ออะไร บางคนอยากอยู่สบายยามเกษียณ ไปท่องเที่ยว มีเงินใช้จ่ายโดยไม่เป็นภาระให้ ลูกหลานในเรื่องค่าใช้จ่าย บางคนก็ต้องการหาเงินมากๆ สร้างโอกาสให้ลูก ชดเชยในสิ่งที่ตนเองไม่เคยได้ เช่น บางคนอยากไปเรียนเมืองนอก แต่ไม่มีโอกาส เนื่องจาก ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย แต่เขารู้ว่า เพื่อนที่ได้ไปเรียน พอกลับมาเมืองไทย มีโอกาสทำงานที่ดี ได้เรียนรู้โลกกว้าง เหล่านี้ ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้คนเหล้านี้ขยันขันแข็งหาเงินจนเป็นเศรษฐี อย่างที่เราเห็นตัวอย่างหลายๆคนในสังคมเรา การลงทุนนั้น จะทำให้เราได้ประโยชน์หลายอย่างที่เดียว ผมขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ - ทำให้เราเป็นคนตื่นตัว ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรศัพท์ ทำให้เราเป็นคนทันสมัย ไม่ว่า คุณจะลงทุนมากหรือน้อย - การลงทุน ทำให้เราได้ฝึกฝนการวิเคราะห์ข้อมูล การคัดเลือก มีขั้นตอนมากมาย เช่น สมมุติ คุณมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง อยากนำมาลงทุน คุณก็ต้องวิเคราะห์เป้าหมายการลงทุน ดูว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน นโยบายลงทุนเป็นอย่างไร มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือ มีความรู้ในตราสารที่จะลงทุนมากน้อยแค่ไหน เจอไปแบบนี้ บางคนก็คิดหนัก เพราะ เงินเก็บมาชั่วชีวิต หากตัดสินใจผิด แล้วเงินสูญไป ก็เป็นที่เสียดายมากทีเดียว - หากเราตั้งใจลงทุน เราต้องศึกษาข้อมูล หาความรู้ เข้าคอร์สฝึกอบรมสัมมนา เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ว่าเราควรเลือกลงทุนแบบใด เมื่อไหร่ และมากแค่ไหน - ในการลงทุนแบบ value investment เป็นการฝึกให้นักลงทุน ไม่หวั่นไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสาร ในระยะสั้น (หลักทรัพย์ที่มีคุณค่า) เป็นฝึกตัวเองที่ดีอย่างหนึ่ง ความโลภเป็นสิ่งที่เราต้องระวัง - หากเรามุ่งมั่นในการลงทุนที่ถูกต้อง และทำอย่างสม่ำเสมอ เราก็สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ - มีโอกาสได้รู้จักคนมากขึ้น โดยปกติ เราก็จะรู้จักคนในอุตสาหกรรมเดียวกันกับที่เราทำงานอยู่ แต่เมื่อเราลงทุน ในตลาดหุ้น หรือกองทุนรวม เราก็มีโอกาสได้รู้เพื่อนต่างอาชีพเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การมี website แบบนี้ ทำให้รู้สึกถึงความเป็นสังคมเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การลงทุนก็มีข้อเสียเช่นกัน - การลงทุนมีความเสี่ยง เราจึงต้องศึกษาให้ดีก่อนจะตัดสินใจลงทุน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราให้มากที่สุด หากเงินต้นหดหายไป ก็ลำบากแย่เลย - ทำให้เราเกิดความกังวล เกิดความเครียด ในยามที่หลักทรัพย์ที่ลงทุน มีความผันผวน หรือราคาลดลง บางคนอาจถึงกับนอนไม่หลับ โดยสรุป ในปัจจุบันนั้น มีการส่งเสริม ให้คนลงทุนมากขึ้น โดยมีรูปแบบการลงทุนที่มากมาย แต่ละคน คงต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาศึกษาหาข้อมูล เพื่อให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง หรือมีความผิดพลาดน้อยที่สุด และการมีเป้าหมายในการลงทุนที่ชัดเจน ประกอบกับลงทุนแบบนักลงทุนจริงๆ ไม่ใช่เป็นนักเก็งกำไร วันหนึ่งท่านก็จะไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยไม่ยากนัก ศุภชัย ลิมปนากร
โดย
supachail
พุธ ต.ค. 29, 2003 6:40 pm
0
0
หน้า
1
จากทั้งหมด
1
ชื่อล็อกอิน:
supachail
ระดับ:
Verified User
กลุ่ม:
สมาชิก
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
พุธ ต.ค. 29, 2003 4:36 pm
ใช้งานล่าสุด:
อาทิตย์ ส.ค. 09, 2009 7:55 pm
โพสต์ทั้งหมด:
67 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.00% จากโพสทั้งหมด / 0.01 ข้อความต่อวัน)
ลายเซ็นต์
http://finance-investment-textbook.blogspot.com
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว