หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
j_abac
Joined: ศุกร์ มี.ค. 17, 2006 9:40 pm
31
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - j_abac
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
จีนวันนี้ลบมากสุดในสิบปี
มัยข้อมูลไม่ตรงกันครับ The Shanghai and Shenzhen 300 Index มีหุ้นแค่ 249 ตัวที่ราคาติด floor เอง The Shanghai and Shenzhen 300 Index slid 250.18, or 9.2 percent, to 2457.49. The measure, which jumped 13 percent in the past six sessions, closed at a record yesterday. Today's rout wiped out $107.8 billion from a stock market that doubled in the past year as 249 of the key index's 300 shares plunged by the 10 percent limit. The 300 index is valued at 38 times earnings, compared with 16 times for the Morgan Stanley Capital International Emerging Markets Index. ส่วนหนึ่งน่าจะมีผล ที่ว่าเรื่อง รัฐบาลจีน รวมถึง regulator ได้ขอให้ boc งดให้ยืมเงินแก่นักลงทุนเพื่อไปเล่นหุ้น เป็นสำคัญเหมือนกัน อยากดูว่า การ forced sale รอบนี้อีกรอบจะหนักแค่ไหน
โดย
j_abac
อังคาร ก.พ. 27, 2007 8:13 pm
0
0
หุ้นกลุ่มเหล็กหนัก แนวโน้มคาดการณ์อย่างไรบ้างครับ
http://www.lme.co.uk/nickel_graphs.asp เพิ่มข้อมูล ราคานิคเกิ้ลครับ
โดย
j_abac
พฤหัสฯ. ก.พ. 22, 2007 12:24 pm
0
0
กระทู้รวมสรุปผลการดำเนินงานบจ.ไตรมาสที่ 4/2549
หลักทรัพย์ TEAM สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ประจำไตรมาส สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ประจำไตรมาส บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบ (หน่วย : พันบาท) สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม งวด 3 เดือน ปี 2549 2548 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 66,382 94,510 กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.218 0.317
โดย
j_abac
อังคาร ก.พ. 20, 2007 9:39 am
0
0
ผล------- มาตรการหมาจนตรอก
เอาทีละข้อ แบบง่ายๆนะครับ อาจจะผิดก็เป็นได้ - ค่าเงินบาท ปีนี้ที่แข็งค่าขึ้นมามากกว่าประเทศอื่นในเอเชีย เพราะ deal shin ครับ - เหตุผลที่ค่าเงินบาท เราไหลเร็วเพราะเรามิได้มีอะไร restrict นอกจากการแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งต่างจากประเทศอื่นใน อาเซียน ที่ใช้ระบบ basket - สนับสนุนให้มีการไปลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศเช่นเดียวกับ ประเทศจีน สิงคโปร์เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ยังไม่มีองค์กรที่จะทำได้ชัดเจน ถ้ารัฐจะทำก็ต้องผ่านนโยบายอะไรจำนวนมากมาย ซึ่งกว่าจะทำอะไรได้ก็ช้าเกินไป จำเป็นต้องมีอย่าง พวก เทมาเชค หรือ ซิติก แห่งประเทศไทยบ้างแล้ว ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอิสระในการตัดสินใจ แต่กว่าจะมีพวกนี้ได้ก็คงต้องใช้เวลาในการพัฒนา - การไปสนับสนุนให้ไปซื้อสินค้าระยะยาว หรือสิ่งที่จำเป็นต่อประชาชนของชาติ เห็นด้วยครับ แต่ว่าจะนำเงินที่ไหนไปซื้อ แต่หนี้เดิมๆ ก็refinance กันตลอด หนี้ใหม่ก็ต้องมาsupport ในการแทรกแซงค่าเงิน - แล้วถามว่าถ้าไม่แทรกแซงจะเป็นเช่นไร ไม่เป็นเช่นไรหรอกครับ เอกชนไทยที่ไม่ปรับตัวตาย แต่พวกบริษัทต่างประเทศหรือบริษัทไทยที่ปรับตัวได้นั้นเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ดูได้จากการที่พวกเค้า post กำไรจากค่าเงินได้เลยครับ - แล้วการแข็งค่าของค่าเงินบาทกระทบอะไรอีก ก็จะทำให้ ประโยชน์เรื่องสกุลเงินตกไป ทำให้ FDI ต่ำลงแน่นอน เพราะเราจะมีcost สูงขึ้น เพราะcost of capital ในประเทศไม่ได้ลดลง - ในการแทรกแซงค่าเงิน นั้นก็จะมีปริมาณเงินต่างประเทศแปลงมาเป็นเงินบาทจำนวนมาก และรัฐก็ทำการดูดซับเงินออกจากระบบ โดยการออกพันธบัตร แล้วนำเงินไปแทรกแซงค่าเงินบาทอีกที จะเห็นได้ว่า จำนวนเงินสำรองในรูปสกุลดอลล่าเพิ่มขึ้น พร้อมสัดส่วนหนี้รัฐที่เพิ่มขึ้นมาเช่นกัน และเมื่อ รัฐจำเป็นต้องออกพันธบัตรมาก เพื่อที่จะดูดซับเงินออกจากระบบได้ จำเป็นที่ดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้น และรัฐขายพันธบัตรให้ใคร ก็ไม่ใช่ใครเลยครับ พวก bank พาณิชย์ต่างๆ ที่โร่ระดม เงินดอกเบี้ยเงินฝากประจำสูงๆล่อใจคนไปฝาก และนำเงินพวกนี้ไปซื้อพันธบัตรกินดอกเบี้ยไว้ ซึ่งเริ่มเห็นชัดตั่งแต่ปลายปีก่อนแล้วครับ - จริงๆไม่อยากจะโทษ คมช มากนักเพราะปัญหานี้ก็ลามมาตั้งนานแล้ว แต่ที่จะบอกว่าเพราะ คมช ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะป้องกันและรับมือปัญหานี้ได้ต่างหาก เพราะขนาดคนมีความสามารถยังบอกว่ายาก แล้วยิ่งชุดนี้ก็คงยากฮะ - ถ้าจำเป็นจริงๆ อาจจะมีมาตราการอันโหดร้ายออกมาเพิ่มอีก ซึ่งอาจจะจำเป็นถึงขึ้น การจำกัดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างวันได้เลยทีเดียว - หรือว่าจะมองโลกในแง่ดี เมื่อระบบพังไป ก็จะเกิดระบบใหม่ขึ้นมาเวียนไปเรื่อยๆ ดั่งเช่นระบบ ในหนังเรื่อง matrix จนไปกว่าเราจะเจอ นีโอ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทย หลุดจากวัฐจักรพวกนี้ ซึ่งผมมองว่า นีโอ นั้นก็คือ การที่เรายืนได้ด้วยเงินออมของตัวเอง และพัฒนาต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ - และผมอยากจะโทษ ระบบของคนไทยดีกว่าครับ ที่ผิดพลาดตลอดมา ผมไม่ได้ไม่สนับสนุนเงินต่างประเทศ แต่ก็รับไม่ได้ ถ้าเป็นทาสมัน
โดย
j_abac
พฤหัสฯ. ม.ค. 18, 2007 11:08 pm
0
0
ช่วงนี้มีใครสังเกตุราคาทองแดงกันบ้างรึเปล่าครับ
ราคาช่วงเดือน5 ที่ร่วงลงมาเป็นเหตุผลกระทบจาก bernanke จากนั้นการลงครั้งหลังสุด ช่วงเดือนธันวาคม เป็นผลมาจาก ตัวเลข inventory ที่เริ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ ตัวเลข stock ของประเทศจีน
โดย
j_abac
อังคาร ม.ค. 16, 2007 11:44 pm
0
0
apure ทำไมนักลงทุนvi ไม่สนกันละคับ
ราคาข้าวโพดในตลาดโลกแพงครับ และคงเป็นเพราะเรื่องฤดูกาลด้วยคร้าบ ข้าวโพด เดี๋ยวนี้นำไปผลิตเอธานอลแย้วหยอ
โดย
j_abac
จันทร์ ม.ค. 15, 2007 10:13 pm
0
0
pttep ซื้อ ซื้อ ซื้อ
แต่ถ้าอยากเล่นตัวนี้จริงๆ แนะนำเล่นในช่วง ปลายปีนี้จะดีกว่าครับ ผมอยากให้เห็นความชัดเจน เรื่องไปลงทุนที่เวียตนาม และ ความชัดเจนโครงการในพม่า เพราะการสำรวจขุดเจาะ หากว่าล้มเหลวก็ลำบากได้ครับ (ในปลายปีนี้คาดว่า โครงการที่เวียตนามน่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นแล้ว เพราะคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามา) แต่อีกประการก็ต้องระวังนะครับ ราคาก๊าซจะเริ่มอ่อนตัวลงหลังช่วงเดือน เมษายนเป็นต้นไป ซึ่งก็เปรียบเสมือนราคา pttep อ่อนตัวลงจากยอดดอย ของมันในปีนี้ จริงๆ เล่นหุ้น cycle สิ่งหนึ่งที่ชี้ชะตาได้เช่นกัน ก็คือ การบริหารงาน ถ้าบริษัทมีproductivity สูง ยังไงก็เติบโตได้ดีครับ ดูจากEXXON ในเมกาได้ แม้นว่าราคาผลิตภัณฑ์จะลดลง แต่การขยายงานไปลงทุนเพิ่มในต่างประเทศก็ช่วยชดเชย เรื่องราคาผลิตภัณฑ์ลดลงได้ เมื่อผลประกอบการณ์ออกมา ก็ยังคงดีได้อยู่ ในภาวะ ที่ราคาพลังงานเริ่มตึงตัว
โดย
j_abac
เสาร์ ม.ค. 13, 2007 10:13 pm
0
0
pttep ซื้อ ซื้อ ซื้อ
จริงๆ pttep เป็นหุ้นที่ถือว่าผูกขาดมาก แต่ก็อยากให้ดูเรื่องหนึ่งนะครับ pttep ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับ ก๊าซ กับการขยายงาน pttep ในปีที่ผ่านมาถือว่าอ่อนแรงลงมามาก เนื่องด้วย โครงการในพม่า มีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้น และ กำไรq3 ที่ผ่านมาก็โชว์การถดถอยแบบ yoy ครั้งแรกในรอบหลายปี (แม้นว่า q3 ปีก่อนจะรับรู้กำไรมากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นผลมาจาก พายุแคธริน่า และริต้า) และ กำไรในส่วน qoq ก็ลดลงมาเรื่อยๆ ตั่งแต่ q2 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่ใช่ภาพที่ดีครับ และกำไร q1 ที่มากเกินไป ก็ส่วนหนึ่งมาจากกำไรค่าเงินด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากมองกันว่า q1 ไม่ได้มีกำไรในเรื่อง ค่าเงิน qoq ก็ไม่ได้ถือว่าถดถอย แต่ว่า YOY จะถดถอยแทนขึ้นมา
โดย
j_abac
เสาร์ ม.ค. 13, 2007 10:06 pm
0
0
บริษัทญี่ปุ่นส่วนมากจะกู้เงินจากใคร
จริงๆ ก็น่าจะใช่นะแบบพี่ eto พูดนะครับ แต่ผมสงสัยเรื่องหนึ่ง ที่ ptt จะออกหุ้นกู้ refinance รวมถึงขยายกิจการ แต่ก็ติด 30% อยู่ แบงก์ชาติตลกร้าย สกัดPTTกู้เงินนอก ขู่นำเข้าหมดไม่ได้ถูกหัก30%'พิชัย'วิ่งปรับแผนทั้งเครือ 'แบงก์ชาติ'ตลกฝืด ทำปตท.สะดุด สั่งกู้เงินนอกได้แต่ห้ามนำเข้าทั้งหมด ส่วนซื้อเครื่อง จักรให้พักไว้ต่างประเทศ และที่นำเข้ามาใช้ขยายการลงทุนต้องถูกหัก 30%ด้าน PTT พูดไม่ ออก กระอักเพราะนโยบายทางการขวางลงทุน กัดฟันสู้ต่อ 'พิชัย'เผยต้องปรับแผนใช้เงินลงทุน ใหม่หมดทั้งเครือ ส่วนปตท.ปีนี้ต้องใช้ 70,000 ล้านบาทหันกู้ในประเทศเพิ่ม แย่งกับเอกชนราย อื่น จาก ข่าวหุ้นนะครับ เลยงง นิดหน่อย
โดย
j_abac
ศุกร์ ม.ค. 12, 2007 6:59 pm
0
0
* * * จิบกาแฟ แล เศรษฐกิจ * * *
คำว่าแทรกแซง ก็ต้องบอกว่า แทรกแซงจนเกินไป ซึ่งก็จะส่งผลกระทบโดยรวม เพราะเท่ากับว่าเราจะขาดทุนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพัง รวมไปถึงการไร้ระบบ ทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการที่เราหวังพึ่งส่งออกมากจนเกินไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ BOT ที่ต้องเข้าแทรกแซง ซึ่งจะเห็นได้ว่า เราแทรกแซงอย่างเห็นได้ชัดช่วงเดือน 10 ปีก่อน ปัญหาการทำ position ของ BOT ถือว่าสำคัญมากนะครับ เพราะถ้าเกิดพลาดใหญ่หลวงขึ้นมา ก็เปรียบเสมือน นำชาติไปหายนะ ได้อีก เหมือนปี40 แต่ก็อย่างว่าครับ นโยบายหักดิบกับนโยบายเดิม เกินไป ก็ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของชาติเสียหายได้
โดย
j_abac
เสาร์ ม.ค. 06, 2007 7:35 pm
0
0
* * * จิบกาแฟ แล เศรษฐกิจ * * *
เสนอใช้ ระบบ basket peg ได้ป่ะครับ ถ้าผมจะบอกว่า ปัญหาในอดีตไม่ใช่เพราะ basket แต่เป็นเพราะ bot แทรกแซง swap ส่งผลให้ขาดทุนจากการswap เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการที่รัฐปิดบังมิให้ข้อมูลที่แท้จริงต่อเอกชน จนเอกชนไม่มีโอกาสที่จะปรับตัวทัน ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย นิยมใช้ basket หลายประเทศครับ เพื่อลดความผันผวนของสกุลเงินตนเอง กับประเทศคู่ค้า แต่ใช้ว่า basket แล้วจะไม่แข็งค่าขึ้น แต่ภาพมันจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และอยากจะให้เสนอให้พัฒนา ระบบการทำงานของประเทศไทยด้วยครับ แต่คงต้องให้ระบบเดิมๆมันพังไปก่อนจะดีกว่าครับ เพราะตอนนี้มิอาจจะฝืนได้ เพราะไม่รู้ว่า bot ทำ position ไปเท่าไรแล้ว
โดย
j_abac
ศุกร์ ม.ค. 05, 2007 8:42 pm
0
0
เจอทั้ง -108 จุด แล้วยังมาเจอ ระเบิด หุ้นตัวไหนไม่ลงเลย
ถ้าเอา vol น้อยๆก็ มีหลายตัว แต่ที่เห็นชัดเจน ก็ team ยืนได้น่าชมทีเดียว และvol ก็เป็น vol ที่อยู่ในค่าเฉลี่ยต่อวัน รอบ3เดือนด้วยครับ
โดย
j_abac
ศุกร์ ม.ค. 05, 2007 8:00 pm
0
0
เจอทั้ง -108 จุด แล้วยังมาเจอ ระเบิด หุ้นตัวไหนไม่ลงเลย
เอาหุ้น volume ระดับ 1ล้านหุ้นขึ้นไปนะครับ ใน set ก็จะมี match-w1 atc ถ้าลงน้อยๆ ก็อยากจะนับ mcs ด้วยนะครับ ใน mai ก็จะมี salee เท่าที่ได้เห็นและได้พบนะครับ ถ้าเล่นกันแบบจริงๆ เวลาน่ารับเชิง ปิรามิด ได้แล้วครับ ทยอยรับวันนี้ 10%ของเงินสด ต่อไปก็ค่อยๆ เจียดเล่น แต่ต้องทำการศึกษาให้ดี หุ้นที่เข้าข่ายผมจริงๆ คือ เงินปันผลสูงกว่า 7% (สูงถึง 10% upก็มี แต่ว่าต้องดูลูกหุ้นเข้าอีก ไม่บอกหุ้นอะไร) และมีแนวโน้ม growth ต่อเนื่อง ตลาดควรเป็นตลาดต่างประเทศ เพราะจะไม่มีผลกระทบเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศเรานัก เป็นลักษณะ OEM หรือเราเป็นแค่ภาคผลิตเท่านั้น และเป็นบริษัทที่มีความสามารถในการบริหารค่าเงินได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเชิงธุรกิจเองก็ตาม
โดย
j_abac
ศุกร์ ม.ค. 05, 2007 7:57 pm
0
0
สรุปผลการลงทุนในตลาดหุ้นจีนครับ
การที่ประชาชน มีทางเลือกที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนการเงิน ก็เป็นทางเลือกในการออม อย่างหนึ่งของคนจีน ซึ่งรัฐบาลจีนสนับสนุน และผมว่านี่คงเป็นก้าวแรกแห่งการนำไปสู่ การใช้จ่ายภายใน ของจีนในอนาคตครับ
โดย
j_abac
พุธ ม.ค. 03, 2007 10:53 pm
0
0
สรุปผลการลงทุนในตลาดหุ้นจีนครับ
การเข้าไปลงทุนในประเทศจีนโดยตรงทำได้ยากมากฮะ เพราะมี restrict มาก ถ้าตลาดประเทศจีน เซี่ยงไฮ้เอง ก็แบ่งอีก A share (for domestic) แล้วก็ B share (for domestic and foreign หุ้นใหญ่บางตัวก็ไม่ได้ออก B share ครับ)ก็คงลักษณะสมัยก่อน ในประเทศไทยที่แบ่งแยก local กับ F ออกจากกัน ก่อนจะมี NVDR เพิ่มเข้ามา โดยรวมถ้าจะเล่นหุ้นบริษัทในประเทศจีน ก็เลือกที่จะลงทุนใน ตลาดฮ่องกงได้ครับ เพราะหุ้น หลายตัวในประเทศจีน ก็มี H share ซึ่งพวกเรามีโอกาสง่ายกว่าที่จะไปลงทุน ในตลาดฮ่องกง ก็ยังมีหุ้นบางตัวที่ยังไม่ได้ กระจายหุ้น ใน A share ยกตัวอย่างก็ CCB ครับ ตัวนี้ถือว่าแข็งแกร่งนะครับ เป็นธนาคารที่มี asset มากสุดของจีน และใหญ่สุดของจีน แต่ยังไม่ได้ออก A share ในตลาดทุนประเทศจีน ไม่สนับสนุน รายย่อยเล่นเองนะครับ แต่สนับสนุนให้นำเงินไปฝากกองทุนเล่น ผมเคยได้คุย กับคนออกแบบ ตลาดจีน(เพิ่งเริ่มต้นมาได้ไม่นานเอง ช่วงปี1990) โดยเค้าบอกว่า ตลาดทุนควรสนับสนุนกองทุน เพื่อให้ ประชาชนจีนได้นำเงินออกไปลงทุนในกองทุน แล้วกองทุนนำเงินประชาชนไปลงทุนในตลาด และพร้อมที่จะออกไป ลงทุนในต่างแดนได้(ในอนาคต ประเทศจีนเริ่มที่จะสร้าง model แบบ เทมาเชคแล้วครับ) ซึ่งจะถือว่าเป็นตลาดทุนที่ยั่งยืนมากกว่า ตอนนี้ หุ้นหลายตัวในประเทศจีน p/e ถือว่าสูงมากครับ อย่าง 601398 ICBC (ถ้าใครได้ IPO ก็กำไรเกือบ 3เท่าปีก่อนครับ แต่ถ้าซื้อตอนวันแรกที่เทรดก็ได้ผลตอบแทนราวๆ 90% มีvolume เฉลี่ยต่อวันก็แค่ 300ล้านครับ แต่ปลายปีก็เพิ่มมาเป็นระดับ 600ล้านครับ)ก็มี p/e ระดับ 33 (อาทิตย์สุดท้ายของปีก่อน ราคาเพิ่มขึ้นระดับ 31%เลยทีเดียว)แล้วแต่ว่า E ของ q ล่าสุด ถือว่ามากกว่า 2q ก่อนรวมกันอีก ก็ถือว่ายังมีโอกาสเติบโตสูงมาก รวมไปถึง การที่ประเทศจีนสนับสนุน ลดภาษีจ่ายลงจาก30% เหลือ 25% ก็เป็นปัจจัยบวกยิ่งขึ้นครับ ส่วนหุ้นที่ผมมองว่าดีอีกตัว600030 citic securities ตัวนี้ถือว่า ขึ้นมาแรงมากฮะ หุ้น finance ถือว่าแรงมากๆ ทั้งรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากที่ตลาดเติบโตขึ้น และมีแนวโน้มเติบโตต่อไป ปีก่อน ให้ผลตอบแทนสูงถึง 500%up ครับ volume เทรดเฉลียก็ประมาณ 25ล้านหุ้นต่อวันครับตัวนี้ แล้วยิ่งข่าวที่ว่า จีนเริ่มลด forex rules โดยเพิ่มเพดานเงินที่ บริษัทจีนสามารถนำเงินออกไปลงทุนในต่างแดนได้ เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินหยวนอีกทาง ก็สนับสนุนในตลาดจีนสดใสยิ่งขึ้นครับ
โดย
j_abac
พุธ ม.ค. 03, 2007 10:48 pm
0
0
เวียดนามแปรรูป 53 รัฐวิสาหกิจ ต่อไปจะมีปัญหาเหมือนไทย
China plans 'Temasek model' to manage huge forex reserves 2006-12-28 CHINA is considering managing its huge foreign exchange reserves according to the "Temasek model" of Singapore, said Wu Xiaoling, vice governor of the People's Bank of China. "China is likely to set up a special investment company with the government holding the majority stake," Wu told the Beijing Morning Post. Temasek Holdings is wholly-owned by Singapore's Ministry of Finance and the company's global investment reaps an average annual return of 18 percent. The newspaper reported that a delegation headed by Li Rongrong, chairman of the State-owned Assets Supervision and Administration Commission, has visited Temasek headquarters. Li himself spoke highly of the Temasek model at a press conference held by the State Council in mid-December. The Singapore government does not interfere with the operations of Temasek and the sole responsibility for decision-making rests with Temasek's top management and the board. But Temasek is required to submit regular financial reports and distribute dividends to the ministry. China's foreign currency reserves have surged to a record high of US$1 trillion, magnifying the challenge facing the State Administration of Foreign Exchange of how to make the best use out of the resource. SAFE plans to expand its Reserves Management Department staff from about 160 now to nearly 200. Some experts argue, however, that employing more people is not the answer. The real solution, they contend, is to introduce an independent investment outfit. Since the foreign currency reserves stand as an asset on the balance sheet of the central bank, the massive stockpile can't be used to purchase foreign technology. Nor can it be used to supplement pension funds or support public services such as education, the health service and conservation. The latest suggestion involves setting up a wholly-owned investment firm, which can purchase foreign exchange from SAFE with capital it raised through bond issuances, and then, as Temasek does, invest it globally. Temasek's presence in China is mainly focused on banks and the real estate sector.
โดย
j_abac
พุธ ม.ค. 03, 2007 9:51 pm
0
0
เวียดนามแปรรูป 53 รัฐวิสาหกิจ ต่อไปจะมีปัญหาเหมือนไทย
จริงๆแล้ว ธุรกิจเกือบหมดในเวียตนามแต่เดิม เป็นของรัฐอยู่แล้วครับ ซึ่งในช่วง10ปีหลังมานี้ เวียตนามพยายามปรับปรุงโครงสร้าง และได้ขายกิจการที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อเวียตนามในอนาคตออกไป (ทำต่อไปก็สู่เค้าไม่ได้ถ้าเปิดประเทศอย่างเต็มตัว ขายตอนนี้ได้ราคาดีกว่า) เพื่อนำเงินที่ได้ไปพัฒนาระบบ ในประเทศให้ดีขึ้น สำหรับ เวียตนามแอร์ไลน์ ที่ได้พูดมา คงเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐน่าจะขายได้เงินพอสมควรเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ อีกประการที่เวียตนามจำเป็นต้องทำคงเป็นเพราะเรื่อง wto เหมือนกันกับประเทศจีน ที่ต้องกระจายหุ้น petrochina แล้วก็ sinopec ออกให้ต่างชาติได้มีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของ ถ้าดูจากรายชื่อที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นหมวดอุตสาหกรรม ซึ่งยังไงก็ต้องแข่งขันในอนาคต รัฐขายออกไปส่วนหนึ่งได้เงินกลับมาพัฒนาประเทศ(อันนี้สำคัญ เพราะเงินที่ได้ตรงนี้ต้องบริสุทธิ์จริงๆ) ซึ่งต่างจากบ้านเรา PTT เป็นลักษณะ การเพิ่มทุน โดยที่รัฐไม่จ่ายเงินเพิ่มทุนลงไป และรัฐก็ไม่ได้เงินจากการระดมทุน PTT ด้วย เพียงแต่ลดสัดส่วนถือหุ้นให้เอกชนมาเป็นเจ้าของเท่านั้น มาพูดเวียตนามแอร์ไลน์ อีกทีครับ เวียตนามแอร์ไลน์คาดว่าจะมีแผน ระดมทุนในกลางปีนี้ โดยจะเข้าเทรด3 ตลาดด้วยกัน คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง และที่เวียตนามคงเป็นที่สุดท้ายหลังจากที่ 2 ที่ผ่านไปแล้ว และเวียตนามก็ทำคล้ายกับประเทศจีนครับ หุ้น domestic นี่สำหรับ นักลงทุนในประเทศเท่านั้น สำหรับคนเวียตนามที่รวยและมีเงินอยู่นอกประเทศสามารถกลับเข้าไปซื้อหุ้นได้ครับ (ข้อมูลจะเข้าเทรดตลาดที่สิงคโปร์ กับ ฮ่องกง มีใน bloomberg ครับ) และเพื่อเป็นการลดความกังวล ในเรื่องต้นทุนพลังงานที่ต้องสูงขึ้น จากการขยายธุรกรรมการบิน รวมไปถึงการสั่งซื้อเครื่องบินลำใหม่ที่จะเข้ามาอีก 10 ลำ ซึ่งสามารถจะสร้างผลกำไรได้ในอนาคต โดยการขายหุ้น ได้มีการจ้างทีมเศรษฐกิจ และ investment banker เข้าไปดูแลการขายหุ้น ให้รัฐบาลเวียตนามได้ประโยชน์สูงสุด และคิดว่าคงจะ ล่อตาล่อใจ ถึงการพัฒนาในอนาคตของประเทศเวียตนามให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นได้ครับ และอย่างที่ได้เอ่ยไปแต่ต้น เวียตนาม ขายกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมออกมา แต่เวียตนามไม่ได้ขายกิจการที่เกี่ยวกับ ทรัพยกร ของประเทศออกมาเลย ซึ่งก็คงคล้ายกับประเทศจีน ที่แปรรูปและกระจายหุ้นในส่วน ภาคผลิต หรือภาคจัดการ แต่ภาคที่เกี่ยวข้องกับ ยุทธิศาสตร์ประเทศแล้วแปรรูปแต่ไม่กระจายหุ้นครับ (มาเลเซียก็เช่นกัน petronas ไม่ได้อยู่ในตลาด แต่ที่อยู่ในตลาดคือ petronas gas Berhadและ Petronas Dagangan Berhad ซึ่งเป็นบริษัทลูก) ซึ่งลักษณะการแปรรูป และ การกระจายหุ้นต่างกัน
โดย
j_abac
อังคาร ม.ค. 02, 2007 11:49 pm
0
0
หุ้นค้าปลีก
สมมุติถ้า ห้างแย่ๆ แล้วละก็ คงเป็นเพราะคนกลัวจนไม่อยากออกไปไหนไกล ถ้าอย่างนั้น ไม่เล่น CP7-11 หรอครับ ถ้ามีมุมมองเช่นนั้น แต่ถ้าเกิดเรื่องบ่อยๆครั้งจริง ก็อาจจะเป็นเช่นนี้ได้ครับ
โดย
j_abac
จันทร์ ม.ค. 01, 2007 5:50 pm
0
0
Risk Premium ที่เพิ่มขึ้น
ก่อนอื่นขอประนามก่อนเลยนะครับ เรื่องเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ว่า สำหรับคนที่ได้ทำการศึกษาข้อมูลมาอย่างดี ถือว่ามีโอกาสครับ ในสถานการณ์เช่นนี้ ยอมรับ สร้าง risk premium ให้กับ ตลาดทุนมากขึ้น การที่ต่างชาติ จะกลับมาลงทุนระยะสั้นคงจะยังไม่มีต่อเนื่อง แต่ก็ใช่ว่า เค้าจะทิ้งอย่างเดียว เพราะยังไงเค้าก็คงรักษา position เพื่อcontrol ให้ได้ ในมุมมองผม อย่างที่ได้เคยบอกไปว่า ราคาหุ้นตอบสนองพื้นฐานสำคัญสุด เปิดตลาดมา ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็เล่นตามแบบแผนในตัวมัน ถ้าเปิดมาตลาดแดง ถือว่าทุกคนโดนเหมือนกันหมด และจะไม่กังวลใจ หากหุ้นที่มีอยู่ เป็นหุ้นมีคุณค่า เพราะได้ศึกษาพื้นฐานมาอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นไร ผลประกอบการณ์ของหุ้นก็ยังคงดีอยู่ในอนาคต และมี growth ต่อเนื่อง รวมไปถึงปันผลที่ดี ถ้าหากราคาได้ลงมา ถือว่าเป็นเพราะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำให้เราไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของที่ต่ำลงได้อีก สำหรับหุ้นที่ต้องการ ถ้าคุณมองว่า ยังไง ผลกระทบมันทำให้ ระบบเศรษฐกิจไทยไม่ดี แต่ก็ใช่ว่า หุ้นในตลาดทั้งหมด ขึ้นกับเศรษฐกิจไทยเท่านั้น หุ้นบางตัว ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจนอกประเทศหลายตัวเลยทีเดียว เพราะการที่ เป็น OEM และเราเป็นภาคผลิต แต่ตลาดอยู่ต่างประเทศ พวกนี้ก็ถือว่าน่าสนใจ แล้วถามว่าค่าเงิน ไม่โดนกระทบหรือเช่นไร ถ้าต้นทุนวัตถุดิบ เป็นค่าเงินสกุลต่างประเทศก็ไม่กระทบเท่าไร ถ้าหากลองได้ศึกษา กลุ่มอิเลคโทรนิค จะเห็นข้อมูลที่แปลกใจว่า ทำไม มีกำไรจากค่าเงิน ทั้งที่น่าจะมีปัญหาค่าเงิน ผมมองว่า เป็นเพราะเค้ามีระบบ และวางแผนจัดการ รับมือกับปัญหานี้มาอย่างดี แล้วถามว่าพวกนี้พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น จะย้ายฐานผลิตหนีไปเลยไหม คงตอบว่าเป็นไปได้ยากมากครับ แต่ก็ใช่ว่าพวกนี้จะดีหมด อยากให้มองดูตัวproduct เป็นสำคัญว่า เป็น product ที่ถือว่าเป็น star หรือไม่ และมีgrowth ในตลาดมากแค่ไหน ส่วนวิกฤติ ยอมรับเลยว่า วิกฤติ เห็นภาพอย่างชัดเจน จนมิอาจจะพูดต่อเนื่องได้ ในโลกแห่งการลงทุน เมื่อเกิดเหตุการณ์ หลายคนก็พูดในแง่ลบต่างๆนาๆ แต่สำหรับตัวผม จะมองลบมากไปกว่านี้ทำไม มองหาแง่บวกบ้าง เพราะจริงๆ มันก็ไม่ได้แย่ลงไปหมด
โดย
j_abac
อาทิตย์ ธ.ค. 31, 2006 10:39 pm
0
0
ทำไม set ไม่ไปไหน ใช่เพราะเหตุนี้หรือไม่
ทำไมตลาดอินโดนีเซียถึงโต ก็คงมองแบบเศรษฐกิจพื้นฐานชาวบ้านแบบ เด็กโง่ๆอย่างผมมองนะครับ ตัวหุ้นจะตอบสนองไปถึงดัชนี ถ้าตัวหุ้นไม่ไป ดัชนีก็ไม่ไป และยิ่ง ตัวหุ้นที่มี impact กับ ดัชนีสูง เติบโต ดัชนีก็ยิ่งเติบโตเร็ว หุ้นที่จะแนะนำกลุ่มแรกก็คงเป็น หุ้นกลุ่มสื่อสาร TLKM กับ ISAT ที่ถือว่าร้อนแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ ถ้าเทียบหุ้น TLKM กับ บริษัทในบ้านเราก็คงเปรียบได้กับ TOT หรือว่า CAT แล้วก็อาจจะรวม TRUE และ TT&T เข้าไปได้อีก ซึ่ง TLKM เป็นบริษัททีดำเนินงานเกี่ยวกับ การสื่อสารทางสายโทรศัพท์บ้าน ให้บริการ INTERNET ให้บริการ MOBILE รวมไปถึงธุรกรรม การโทรออกต่างประเทศ และการที่ อินโดนีเซียเป็นประเทศใหญ่และการสื่อสารยังโตได้อีกมาก รวมไปถึงธุรกรรม 3G ซึ่งจะเริ่มใช้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้า ก็ยิ่งส่งผลให้ TLKM น่าสนใจยิ่งขึ้น TLKM จัดได้ว่า เป็นหุ้น MKT CAP ใหญ่สุดของตลาดอินโดนีเซียเลยทีเดียว เทียบเท่ากับ 15-16%ของมูลค่ารวมตลาด และมีมูลค่า MKT CAP มากกว่า PTT ของบ้านเราด้วยครับ TLKM ให้ผลตอบแทนปีล่าสุดไม่รวม dividend สูงถึง 68% ส่วน TLK ซึ่งเทรดที่ตลาด NYSE ให้ผลตอบแทน 85% มีผลเรื่องค่าเงินด้วยครับ อ้างอิง: http://sg.finance.yahoo.com/q/bc?s=TLKM.JK&t=1y อ้างอิง: http://sg.finance.yahoo.com/q/bc?s=TLK&t=1y ส่วนงบการเงิน TLKM มี net income เพิ่มขึ้นในระดับ63% เมื่อเทียบ YOY สำหรับงวด 9 เดือน ส่วน Q3 YOY มีnet income เพิ่มขึ้นในระดับ 53% สำหรับ outlook ในปีหน้า TLKM คาดว่าผลประกอบการณ์น่าจะยังโตในระดับสูง เนื่องด้วยจะเริ่มรับรู้รายได้ เกี่ยวกับการให้บริการ 3G อย่างเป็นทางการเข้ามา ส่วน Sector สำคัญของ ตลาดหุ้น Indonesia คือ กลุ่ม finance ซึ่งถือได้ว่า เป็น Sector ที่มีมูลค่า MKT CAP สูงสุด จะขอยกตัวอย่าง 3 Banks ละกันนะครับ เพราะถือได้ว่าเป็นสัดส่วนถึง ร้อยละ 80 ของมูลค่ารวมของ sectorนี้ 1. BBCA (PT Bank Central Asia Tbk) ราคาหุ้น เติบโตสูงในระดับถึง 77% เลยทีเดียวในปีนี้ อ้างอิง : http://sg.finance.yahoo.com/q/bc?s=BBCA.JK&t=1y ส่วนผลประกอบการณ์โตขึ้นในระดับ 19% เมื่อเทียบ YOY มี Income margin สูงถึง 36.3% 2. BBRI (Bank Rakyat Indonesia Tbk) ราคาหุ้น เติบโตสูงในระดับถึง 71.6% อ้างอิง : http://sg.finance.yahoo.com/q/bc?s=BBRI.JK&t=1y ส่วนผลประกอบการณ์โตขึ้นในระดับถึง 59% มี Income margin ระดับ 28.36% 3. BMRI (Bank Mandiri Tbk) ราคาหุ้น เติบโตสูงในระดับถึง 81% อ้างอิง : http://sg.finance.yahoo.com/q/bc?s=BMRI.JK&t=1y มีผลประกอบการณ์สำหรับnet income รวมโตขึ้น 3% ในส่วน EPSลดลง 3% ใน q ล่าสุด แต่9เดือนเติบโตในระดับ 33% ส่วน qoq เพิ่มขึ้น 25% สำหรับ q3ล่าสุด มี Income margin ระดับ 11% สำหรับ outlook กลุ่ม banking ของอินโดนีเซียในปีนี้ ได้เล่นข่าวเรื่องการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้งบ bank ในหลายตัวปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงราคาได้ตอบสนองมองไปถึงผลประกอบการณ์ในปีหน้าแล้ว โดยจะเห็นได้ชัดว่า ราคาปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังอย่างชัดเจน หุ้นใหญ่อีกหนึ่งตัวที่จะแนะนำ สำหรับตลาดอินโดนีเซีย ก็คือหุ้นในกลุ่มพลังงาน PGAS หรือว่า บริษัท PGNแต่ว่า MKT CAP ยังถือว่าน้อยกว่า BBCA และ BBRI ด้วยซ้ำ แต่ก็มีมูลค่าใกล้เคียง PTTEP บ้านเรา ในปีนี้ราคาหุ้น เติบโตสูงถึงระดับ 68% แต่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของPGAS ลงมา 16% อ้างอิง : http://sg.finance.yahoo.com/q/bc?s=pgas.JK&t=1y ส่วน ผลประกอบการณ์ บริษัท PGN โตในระดับ 190% เฉพาะครึ่งปีนี้นะครับ เพราะยังไม่มีข้อมูล update ตรงที่ผมได้เห็นรายงาน สำหรับงวด 9 เดือน สำหรับ PGN ก็ได้รับผลกระทบ เรื่องราคาก๊าซตลาดโลดลดลงจากปีก่อนลงมา แต่ได้เรื่อง ภาคผลิตที่เพิ่มขึ้นมาช่วย ส่งผลให้บริษัทยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ และในช่วงปลายปี รัฐบาลอินโดนีเซีย ก็ได้ขายหุ้น จำนวนหนึ่งออกมาเช่นกัน ทำให้ราคา PGAS ลดลงมา นี่คือส่วนหนึ่งของตลาดหุ้น อินโดนีเซีย แค่หุ้นระดับ 5ตัวที่ได้เอ่ยมาแล้วนี้นั้น ก็เทียบมูลค่าได้ถึง ระดับ 60% ของmkt cap รวมของอินโดนีเซียเลยทีเดียว ซึ่งถ้าดูการเติบโต และ outlook แล้ว ก็เห็นได้เลยว่า ทำไมตลาดหุ้น อินโดนีเซียถึงโต
โดย
j_abac
อาทิตย์ ธ.ค. 31, 2006 3:12 pm
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
ขออภัยนะครับ ตัวเลขเศรษฐกิจ ไม่ใช่ consumer sentiment วันนี้แต่เป็น consumer confident ครับ ผิดจนได้ เบลอๆครับ โทษทีครับ เลยทำให้กระทู้รกขึ้นไปอีก
โดย
j_abac
ศุกร์ ธ.ค. 29, 2006 1:17 am
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
งั้นอยากคุยเพิ่มถึงว่า เราควรจะรับมือปัญหานี้ได้เช่นไรดีกว่า เพราะเรื่องนี้สำคัญที่สุด ถ้าถึงขั้นนี้จะทำได้หรือไม่ กับการเพิ่มปริมาณเงินบาทขึ้น เพื่อแทรกแซงเงินดอลล่า แล้วนำเงินดอลล่าไปใช้ประโยชน์ต่อเนื่องอีก เพราะภาพก็เหมือน BOT เน้นที่จะแทรกแซงต่อเนื่องอยู่แล้ว หรือว่าจะออกพันธบัตร แล้วไปแทรกแซงต่อ ซึ่งมันก็ไม่มีประโยชน์อันใด เพราะหนี้ที่ก่อมีแต่ขาดทุนไปเรื่อยๆ ซึ่งก็คงมีแต่พังเท่านั้น แถมคงออกพันธบัตรได้ยากขึ้น หรือว่าจะออกพันธบัตร แต่มีต้นทุนสูงขึ้น แล้วนำมาพัฒนาประเทศ แล้วทำการแทรกแซงค่าเงินในตลาดที่ไม่มี liquidity อย่างที่ BOT สร้างไว้ เพื่อทรงค่าเงินบาทไว้ หรือว่าจะลดดอกเบี้ย อย่างที่หลายคนคิดไว้ หรือว่าจะ..... เช่นไรดี
โดย
j_abac
ศุกร์ ธ.ค. 29, 2006 1:08 am
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
ถ้าผมบอกว่า ตามคาด สำหรับ หุ้น คือ sell on fact ได้ป่ะครับ ในบางกรณี จริงๆ ถ้าเล่นหุ้นโดยพื้นฐานและมองระยะจริงๆ ก็จะมี outlook เพิ่มเติมต่อไปอีกว่า ราคาควรจะเป็นเช่นไร
โดย
j_abac
ศุกร์ ธ.ค. 29, 2006 12:57 am
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
จริงๆแล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจ สำคัญครับ ส่วนการคาดหวัง ก็เป็นการมองภาพรวมก่อน ยกตัวอย่างเช่น ก่อนอาทิตย์นี้ ก็มีการมองว่าค่าเงิน USD จะอ่อนลงไปมากเนื่องจากตัวเลข new home sale กับ exited home sale จะลดลง รวมไปถึง consumer sentiment รวมไปถึง PMI จะลดลง แต่ตัวเลขกลับออกมา เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าเงิน USD ลดการอ่อนค่าลงไปได้บ้าง แต่ทิศทางค่าเงิน USD ยังเป็นช่วงขาลงต่อครับ ส่วนออกมาตามคาด ก็ต้องมองดู outlook ต่อเนื่องครับ แล้วกำหนดทิศทางไป มีหลายครั้งครับ ที่ตัวเลขออกมาตามคาด แล้วค่าเงินจะมองรายละเอียดข้างในอีกทีครับ ส่วนที่ผมได้บอกไปว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ก็แข็งค่าขึ้นนี่ครับ เมื่อเทียบกับเยน หรือว่าค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท งง เหมือนกัน หรือว่าผมผิดเอ่ย ถ้าผิดก็ขอโทษละกันครับ ผมแค่มือใหม่
โดย
j_abac
ศุกร์ ธ.ค. 29, 2006 12:53 am
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
ในรอบ 5วัน ค่าเงินเยน อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทนะครับ เหตุผลเพราะค่าเงินบาทเราแข็งค่ากลับมาเร็วมากครับ (ผมไม่อาจจะบอกได้ว่าเป็นเพราะการเก็งกำไรหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ แต่แค่รู้ว่ามีการแทรกแซงหลายรอบมากๆครับ เพราะมีอะไรบ่งบอก http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I5002056/I5002056-47.gif ตัวเลขเศรษฐกิจ ทุกตัว มีผลกับค่าเงินหมดครับ รวมไปถึง fund flow ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เรื่องexited home sale ของเดือนพฤศจิกายน แต่ตัวเลข home price ที่ลดลงก็มีความกังวลเล็กน้อยอยู่ครับ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน ตุลาคม รวมไปถึงตัวเลข consumer sentiment ที่ออกมาดีกว่าคาดหวัง ซึ่งหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมา ก็ส่งผลให้ค่าเงิน USD แข็งค่ากลับมาได้เล็กน้อย ส่งผลให้ ค่าเงินเยน กับค่าเงินบาทเราอ่อนค่าลงหลังจาก ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมา สามารถดูได้ว่า USD อ่อนค่าลงด้วยตัวเองหรือเปล่าได้ที่เวป http://charts3.barchart.com/chart.asp?vol=Y&jav=adv&grid=Y&org=stk&sym=DXY0&data=E&code=BSTK&evnt=adv นี้นะครับ
โดย
j_abac
พฤหัสฯ. ธ.ค. 28, 2006 10:53 pm
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
เริ่มต้นด้วยการบอกก่อนเลยว่า ต้นเหตุสำคัญสุดของปัญหานี้ คือการไร้ประสิทธิภาพของคนไทยเองนี่แหละ มีหลายคนตั้งคำถามเรื่องการลดดอกเบี้ย ว่าจะช่วยลดผลกระทบการเก็งกำไรค่าเงินหรือไม่ อันนี้ลองสร้างภาพขึ้นมาให้ดูนะครับ สำหรับคนที่บอกว่า การลดดอกเบี้ยช่วยลดการเก็งกำไรค่าเงินได้ เนื่องจาก ส่วนต่างของดอกเบี้ย ที่เงินเก็งกำไรไหลเข้ามา โดยการกู้เงินจาก ประเทศญี่ปุ่น เพื่อมา ฝากเงินในประเทศที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า หากพูดกันตามนี้การเก็งกำไรเรื่องดอกเบี้ย ก็น่าจะเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว แต่เหตุผลสำคัญก็คือ เนื่องด้วยสมัยก่อน การเก็งกำไรไม่ได้เก็งกำไรในค่าเงิน แต่ไปเก็งกำไรในตลาด commodity กันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มพลังงาน หรือ โลหะ แต่ถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว การเก็งกำไรก็ไม่ได้มี one-way เพียงเท่านั้น แต่ในภาวะช่วงนี้ คือภาวะ the falling dollar ซึ่งส่งผลกระทบอย่างสูงกับประเทศผู้ผลิต ที่ต้องโดนผลกระทบของ ดอลล่าตกต่ำ ดังนั้น กระแสเก็งกำไรในรอบนี้จึงเกิดการเข้าเก็งกำไร ในค่าเงินกันเยอะ ดังนั้นบางคนจึงคิดว่า การลดดอกเบี้ยน่าจะช่วยผ่อนปรนการเก็งกำไรค่าเงินได้บ้าง แต่ก็อย่างที่ได้เห็นภาพมาครับ ส่วน คนที่ออกมาพูดว่า การลดดอกเบี้ย มีความเสี่ยงมากเกินไป เพราะจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิด เพราะเป็นภาพการกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นได้ การลดดอกเบี้ย ในบางครั้ง ก็มิอาจจะป้องกันการเก็งกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยได้ เพราะว่าถ้าจะป้องกันการเก็งกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยได้จริงๆ ก็จำเป็นต้องลดดอกเบี้ย อย่างเร่งด่วน แต่ก็อาจจะเกิดภาวะ shock ทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการมิอาจจะควบคุมมิให้บานปลายได้เลย ยอมรับการลดดอกเบี้ย การกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจจะต้องใช้เวลาในการแสดงผล แต่ในตลาดทุน และตลาดพันธบัตร และตัวการสำคัญยิ่งที่หลายคนมิได้พูดถึง คือตลาดอสังหา ที่ราคาขยับขึ้นมาเรื่อยๆตั่งแต่ปลายปีก่อน การลดดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาแสดงผลเลยครับ จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ ตลาดทุน และพันธบัตรมีผลตอบแทนมากขึ้น รวมไปถึงราคาของอสังหาที่จะขยับขึ้น และอันนี้แหละที่น่ากลัว เพราะจะมีการเก็งกำไรจำนวนเงินมหาศาล เพื่อเข้ามาหวังผลกำไร ทั้งจาก ตลาดทุน และพันธบัตรได้อีก ส่วนตลาดอสังหา ก็เป็นเสมือนการพักเงินที่สำคัญได้เลย ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งล่อตาล่อใจ กองทุน hedge fund จำนวนมาก เข้ามาได้ แม้นว่าจะมีความเสี่ยงในการลงทุน แต่ด้วยความสามารถของกองทุนพวกนี้ มักจะเสี่ยงและหวังผลเสมอ ประกอบกับการไม่มีเครื่องป้องกันตัวของประเทศไทยเรา ก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กองทุนพวกนี้ได้ ดังนั้นปัญหาเหล่านี้เกิดได้อย่างไร มองกันตามสภาพความจริง ปัญหาครั้งนี้ เกิดจาก the falling dollar เป็นสำคัญ มิใช่เพราะค่าเงินเราแข็งค่าเกินไป ถ้าหากมองว่า ทำไมเราแข็งค่าสุดในปีนี้ หากตัด deal หุ้น shin ไป รวมไปถึง thaibev ipo ซึ่งมีเงินไหลเข้า บาทเราก็แข็งในระดับเดียวกับภูมิภาค (มองในรอบ 5ปีค่าเงินบาทเรายังคงแข็งค่าน้อยกว่า ค่าเงินเกาหลีด้วยซ้ำ แต่ทำไมเกาหลีถึงไม่มีปัญหาเรื่องส่งออกอะไรเลย และอยากจะขอพูดต่ออีกนิด ปัญหาการส่งออกเรามิมีปัญหามากหรอกครับ เพราะอันดับ1 และอันดับ2 ของยอดส่งออกจะมีมูลค่าสูงขึ้น เพราะมิได้รับผลกระทบค่าเงินเลย เพราะเราเป็นแค่แหล่งผลิตให้ต่างชาติเท่านั้น แต่ส่วนที่เราผลิตเองนั้นแหละครับ ปัญหาใหญ่) ปัญหาสำคัญที่ว่า bot ต้องเข้าแทรกแซงจำนวนมาก จริงๆแล้ว ก็อยากจะบอกว่า ต้นเหตุเกิดจากความไม่มีประสิทธิภาพของประเทศไทยเองมากกว่า เป็นตัวก่อเกิดปัญหาเช่นนี้ และมีหลายคนก็พยายามบอกให้ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด ถามว่า the falling dollar ที่เกิดขึ้น ถ้า bot ไม่แทรกแซงจำนวนเงินหลายหมื่นล้านดอลล่าในปีนี้ อะไรจะเกิดขึ้น ค่าเงินจะแข็งค่าเป็นเช่นไร และถ้า bot แทรกแซงต่อเนื่อง ปัญหาอะไรจะเกิดขึ้น ผมหวังว่า การ default คงไม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะนั้นคือระเบิดก้อนโตที่ทำลายประเทศไทยได้เลย สำหรับคำว่าไม่มีประสิทธิภาพก็คือ การที่ประเทศไทยมิได้มี กองทุนการเงินที่เข้มแข็งเหมือนดั่งเช่นหลายๆประเทศมี เพราะจริงๆแล้ว หน้าที่ปกป้องค่าเงินอีกทาง ก็เป็นกองทุนการเงินที่พร้อมจะไปลงทุน ในตปท ก็พร้อมช่วยได้ในเรื่องนี้ เพราะการลงทุนใน ตปท จะมีการช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการผันผวนค่าเงิน โดยเลือกไปลงทุนในตปท ซึ่งจะสร้างผลตอบแทบกลับมาสู่ประเทศในอนาคต การที่ประเทศเราเป็นประเทศที่มี cost of capital สูง (สินค้าราคาตกต่ำที่หลายคนเคยบ่น ต่อว่า ถามว่าให้ทำยังไงครับ ขึ้นราคาสินค้า ใครเดือดร้อน ก็คนไทยในประเทศแหละครับ แล้ว demand ซื้อมีมากหรอครับ ใช้หนี้ให้หมดก่อนดีกว่าคนไทยอ่ะ แล้วถามว่าคนไม่เป็นหนี้จะใช้จ่ายมากขึ้นหรือไม่ ก็ไม่ อาจจะประหยัดลงด้วยซ้ำ ส่วนที่ยอดการใช้จ่ายเป็นจำนวนสูงขึ้น น่าจะมีการสำรวจ ปริมาณvolume ด้วยนะครับ ว่ามากขึ้นหรือไม่)และการไร้ระบบ นี่แหละผมว่าเป็นปัญหาสำคัญยิ่งกว่าอื่นใดอีก ที่ทำลายประเทศไทยเรื่อยมา (ประเทศเราตายก็เพราะ culture ของประเทศเราเอง 5ปีที่เห็นภาพสวยงาม จะเป็นเพราะภาพรวมเศรษฐกิจโลกดีหรือไม่ หรือว่าเราแข็งแกร่งด้วยตัวเราเอง อนาคตเป็นสิ่งพิสูจน์) เรามิอาจ คาดหวังอะไรได้ สิ่งที่เราทำได้มีแต่ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด ให้อยู่รอดได้ โดยมิต้องพึ่งพาใคร จาก http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I4998310/I4998310.html
โดย
j_abac
พฤหัสฯ. ธ.ค. 28, 2006 9:27 pm
0
0
คุยกันขำๆ ค่าเงินบาท
ค่าเงินเยน วันนี้ ก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD นะครับ แต่ค่าเงินเยน ก็มีเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยว รวมไปถึงตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงตัวเลข industrial output เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดหวังไว้ แต่วันนี้ ค่าเงินเยน ก็แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD นะครับ
โดย
j_abac
พฤหัสฯ. ธ.ค. 28, 2006 9:25 pm
0
0
เงินบาทแข็งขึ้นเร็วจังคับ
ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ อ่อนค่าลงครับ เหตุผลมาจาก 2 ประเด็นสำคัญ คือ การเก็งกันว่า fed อาจจะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งต่อเนื่องจากเมื่อคืนวานแล้วครับ อีกข่าวก็คงเป็นของวันนี้ คือ UAE ได้มีการโอนทุนสำรอง ดอลล่าสหรัฐบางส่วน เปลี่ยนเป็นค่าเงิน อียู
โดย
j_abac
พฤหัสฯ. ธ.ค. 28, 2006 12:45 am
0
0
หน้า
1
จากทั้งหมด
1
ชื่อล็อกอิน:
j_abac
ระดับ:
Verified User
กลุ่ม:
สมาชิก
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
ศุกร์ มี.ค. 17, 2006 9:40 pm
ใช้งานล่าสุด:
ศุกร์ มิ.ย. 29, 2012 9:53 am
โพสต์ทั้งหมด:
31 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.00% จากโพสทั้งหมด / 0.00 ข้อความต่อวัน)
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว