หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
BigBoat
Joined: เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 8:35 pm
118
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - BigBoat
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
ลงขัน กวาด brock
เช้านี้ใครจุดธูปเรียกเนี่ย ลากขึ้นมาออกของชัดๆ ซื้อไม่มีหมด
โดย
BigBoat
ศุกร์ พ.ย. 30, 2007 11:14 am
0
0
ลงขัน กวาด brock
งั้นราคาปัจจุบันมันก็สะท้อนถึงความเสี่ยงแล้วสิครับ ผมก็ยังงงอยู่ว่า ทำไมไม่รีบมีaction อะไรกับassetที่ตนเองมีอยู่สักที
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. พ.ย. 29, 2007 9:47 pm
0
0
ลงขัน กวาด brock
มิน่า เขาต้องพยายามรักษาสัดส่วนเอาไว้ อย่าเผลอเชียว แมวจ้องเยอะ ชิ้นปลามันเนี้ยะ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. พ.ย. 29, 2007 12:31 pm
0
0
etg หุ้นนี้มีดีไหมครับ เห็นนิ่งมานาน
ใจเย็นครับ อย่าไปพูดถึงบ่อยๆครับ เขายังเก็บได้ไม่ครบกระมัง หากผลประกอบการโตเรื่อยๆ 2หลักก็ไม่ยากหรอกครับ ดูอย่างDEMCO DSGT SNCสิ หากคุณชอบก็เคาะขวาไปเลย แล้วถือยาวไป ได้ปันผลไปเรื่อยๆ ผมดูๆแล้วช่วงหลังเริ่มมีการให้ข่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ลองดูนะ แต่อย่าลืมจุดStop lossไว้ด้วยหล่ะ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ต.ค. 11, 2007 8:41 pm
0
0
---TSC ทำไมสาละวันเตี้ยลงครับ มีอะไรในกอไผ่---
ผมคงทยอยครับ 5บาทก็ใจร้ายไป เริ่มเก็บต่ำ7บาทอ่ะครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ย. 07, 2007 9:58 am
0
0
มาวิเคราะห์ ข้อดี ข้อเสีย ของ OISHI กันดีกว่า
ถ้าราคาOishi ณ ปัจจุบัน ผมขอมอง SSCดีกว่าครับ คนอื่นคิดเห็นอย่างไรครับ
โดย
BigBoat
จันทร์ ก.ค. 02, 2007 8:42 pm
0
0
มีใครยังขี่มอเตอร์ไซด์ spsu อยู่บ้างครับ
ดูวันนี้อีกวัน หุ้นมันอยู่ในมือเจ้าของหมดแล้ว ทำราคาเลยง่ายครับ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ต.ค. 26, 2006 9:52 am
0
0
มีใครยังขี่มอเตอร์ไซด์ spsu อยู่บ้างครับ
ดูวันนี้อีกวัน หุ้นมันอยู่ในมือเจ้าของหมดแล้ว ทำราคาเลยง่ายครับ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ต.ค. 26, 2006 9:43 am
0
0
มีใครยังขี่มอเตอร์ไซด์ spsu อยู่บ้างครับ
คงต้องติดตาม ดูTKอีกตัวครับ ทำnew high ไปพร้อมๆกันเลยครับ เล่นอะไรกันก็ไม่รู้
โดย
BigBoat
พุธ ต.ค. 25, 2006 9:24 pm
0
0
มีใครยังขี่มอเตอร์ไซด์ spsu อยู่บ้างครับ
นั่นนะสิครับ มีข่าวอะไรหรือครับ ดูงบแล้วยังขาดทุน แต่ที่เห็นโอเคหน่อยก็BVครับ 10กว่าบาทแหนะ
โดย
BigBoat
พุธ ต.ค. 25, 2006 5:59 pm
0
0
ทำไม PERM ทำnew lowตลอดเลยครับ
เพิ่มเติมครับ AMC กับ PERM เจ้าของเป็นพี่น้องกันครับ นามสกุลผู้ถือหุ้นใหญ่นามสกุลเดียวกันเลยครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ย. 08, 2006 9:16 pm
0
0
CITY มีความเสี่ยงอย่างไร ทำไม PE 4.5 เท่า
แล้วPERMหล่ะครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ย. 08, 2006 9:04 pm
0
0
ผู้บริหารจะซื้อหุ้นไปถึงไหนครับ
ไม่รู้ว่าใช่เหตุผลที่ผมคิดหรือเปล่า คือบริษัทได้มีการทำสัญญษขายล่วงหน้าไว้เพียบหลายสัญญา ช่วงตั้งแต่80บาทขึ้นไป ดังนั้นเมื่อราคาลงแบบนี้ ก็น่าจะเกิดกำไรจากการซื้อยางราคาถูกเพื่อไปส่งมอบหรือเปล่าครับ ผมคิดอย่างนี้นะครับ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ส.ค. 24, 2006 11:09 pm
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
วันนี มีสู้แฮะ ไป10.9แน่ะ
โดย
BigBoat
อังคาร ก.ค. 25, 2006 3:47 pm
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
หลักทรัพย์ SVI หัวข้อข่าว การรับหุ้นเพิ่มทุนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน : SVI วันที่/เวลา 21 ก.ค. 2549 17:05:00 การรับหุ้นเพิ่มทุนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ตามที่บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) (SVI)ได้ดำเนินการเพิ่มทุน จดทะเบียนและขอให้ตลาดหลักทรัพย์รับหุ้นเพิ่มทุนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพิ่มเติมนั้น ตลาดหลักทรัพย์ได้พิจารณาแล้วเห็นควรกำหนดให้หุ้นเพิ่มทุนของบริษัทดังกล่าว เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2549 เป็นต้นไป ชื่อย่อ : SVI ทุนเดิม : 1,434,912,320 บาท (หุ้นสามัญ จำนวน 143,491,232 หุ้น) ทุนใหม่ : 1,441,168,650 บาท (หุ้นสามัญ จำนวน 144,116,865 หุ้น) มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ : 10 บาทต่อหุ้น จัดสรรให้แก่ : การใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญ ที่เสนอขายพนักงานหรือกรรมการ (ESOP) จำนวน 625,633 หน่วย เป็นหุ้นสามัญจำนวน 625,633 หุ้น อัตราการใช้สิทธิ : 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญ ราคาการใช้สิทธิ : 6.95 บาท ต่อหุ้น วันใช้สิทธิและชำระเงิน : 26 มิถุนายน 2549
โดย
BigBoat
เสาร์ ก.ค. 22, 2006 9:41 pm
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
ได้มานิดหน่อยแถวๆ10.1 ในใจอยากได้แถวๆต่ำ10 ก็จะทยอยเก็บครับ วันนี้ดูแถว10.2สู้กันดี แต่ผมจะเก็บไปเรื่อยๆ คงได้ครบพอดีตอนประกาศงบq2อ่ะครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ค. 21, 2006 6:04 pm
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
ราคาตรงนี้โอเคไหมครับ กะจะลุ้นq2ว่าน่าจะดี แถมมีสตอรี่เรื่องแจกw
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ค. 21, 2006 12:49 pm
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
ราคาตรงนี้โอเคไหมครับ กะจะลุ้นq2ว่าน่าจะดี แถมมีสตอรี่เรื่องแจกw
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ค. 21, 2006 12:12 pm
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
ยังไง ผมอ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจในข้อ4ครับ คือยิ่งเชียร์ทำไมยิ่งลง แต่ที่ดูดีคือวอลุ่มก็ลดหายไปด้วย ผมว่าmargin of safety มีพอควร อย่างน้อยน่าจะอยู่แถว11บาทนะ ราคานี้ลงลึกเกินไป ดร.สุวรรณกับภรรยาคงขาดทุนเยอะเลย เห็นซื้อไว้แถวๆ12.4
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.ค. 21, 2006 7:21 am
0
0
ขอสนทนากับแฟนพันธ์แท้SVIหน่อยครับ
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=17464&postdays=0&postorder=asc&highlight=svi&start=30 ไปค้นเจอในร้อยคนร้อยหุ้นแล้วครับ อ่านแล้วกระจ่างดีครับ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ก.ค. 20, 2006 8:47 pm
0
0
ขอเด็ดๆสักตัวสิครับ ที่จะเอาไว้ลุ้นผลประกอบการ
ใช่ครับ ดูแค่ตัวนี้ แต่ก็ยังม่ะได้ซื้ออ่ะครับ เพราะว่าราคามันยังซึมๆอยู่ แต่ก็เป็นตัวนึงที่เล็งๆไว้ลุ้นq2เหมือนกัน
โดย
BigBoat
เสาร์ ก.ค. 08, 2006 9:34 pm
0
0
อ่านงบ Rojana Q1_2006 แล้วงง
รออ่านคำตอบอยู่เหมือนกันครับ หยุดยาวแบบนี้ ผู้รู้ทั้งหลายคงพักผ่อนยาวๆ ไม่ได้แวะเข้ามาเยี่ยมบอร์ด คงต้องรอเปิดtradeมีคนมาตอบแน่ๆ
โดย
BigBoat
อาทิตย์ มิ.ย. 11, 2006 5:59 pm
0
0
ผมว่าวันนี้ Ticon Amata Rojana เกิดShort Coveringแน่นอน
รับทราบครับ การpostบางครั้งผมจะทำเหมือนกำลังเล่าข้อมูลที่พบมาให้เพื่อนฟัง จนบางครั้งลืมกฎระเบียบบางประการไป ยินดีเป็นตัวอย่างให้หลายคนไม่ทำแบบอย่างครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ มิ.ย. 09, 2006 10:24 pm
0
0
ผมว่าวันนี้ Ticon Amata Rojana เกิดShort Coveringแน่นอน
และได้ข้อมูลมาจากBroker ASPเกี่ยวกับ Rojanaด้วยครับว่า เมื่อวันพฤหัสมี Order Limit (Buy)ไว้ที่10.8 จะไม่ซื้อสูงกว่านี้ หลายล้านหุ้น ส่วนวันนี้ มีOrder Limit ที่11.10ไม่ซื้อสูงกว่านี้ เปิดตลาดพุธหน้า ไม่แน่ใจว่ายังคงต้องการซื้อเพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ และจะขยับราคาหรือไม่ ต้องรอดูกัน ผมว่าน่าจะขยับorder limitเป็นแถว11.5 ข่าวล่าเป็นยังไงจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ มิ.ย. 09, 2006 9:09 pm
0
0
ผมว่าวันนี้ Ticon Amata Rojana เกิดShort Coveringแน่นอน
ที่ผมคิดว่าไม่น่าใช่รายย่อย เพราะว่าคงไม่มีรายย่อยที่ไหนกล้าเอาเงินมาทิ้งไว้กับวันหยุดยาว อีกทั้งภาวะหุ้นใหญ่ยังคงลงต่อเนื่องคงไม่มีรายย่อยซื้อสวนหรอก แต่คิดว่าเป็นฝรั่งเพราะว่า จากที่เขาขายไปก่อนหน้า เขาคงต้องซื้อกลับเพื่อปิดPositionอ่ะครับ ส่วนดู Bid Offer ผมดูจากRojanaอ่ะครับ เห็นชัดๆว่าorderซื้อตรง11.10 ขายยังไงก็จะมีเติมทีละหมื่น เวลามีคนมาBidแย่ง หรือโยนไม้ใหญ่ลงมา ก็จะเติมทีละ5หมื่นหุ้น วันนี้เห็นได้ชัดเลยครับ ตรง10.8 10.9 และ11บาท
โดย
BigBoat
ศุกร์ มิ.ย. 09, 2006 9:05 pm
0
0
Rojana .... พูดไม่ออกเลย โดนไป10%
ROJANAน่าลุ้นงบไตรมาส2หรู :รับอานิสงค์บันทึกกำไร"ไทคอน"127ล้านบาท Source - ข่าวหุ้น Thursday, 08 June 2006 04:08 ROJANA ไตรมาส 2 สวย รับอานิสงค์ส่วนแบ่งกำไรจาก TICON ราว 127 ล้านบาท แถมธุรกิจของบริษัทโตต่อเนื่อง บล.ดีบีเอสฯ มั่นใจทั้งปี 49 ฟันยอดขายที่ดินราว 750 ไร่ และธุรกิจน้ำและบริการโต 15% แนะซื้อลงทุนราคาเป้าหมาย 16.40 บาท หุ้นบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJANA น่าลงทุนแนวโน้มผลประกอบการเติบโตกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท ไทคอนอินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON ประมาณ 127 ล้านบาทและรับรู้รายได้จากธุรกิจที่ดินธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจบริการและให้เช่า และธุรกิจคอนโดมิเนียมต่อเนื่อง ขณะที่จะมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยจะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน 34% สำหรับผลประกอบการในปี 49 คาดว่าบริษัทจะมียอดขายที่ดินประมาณ 750 ไร่ โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาขายที่ดินได้แล้ว 160 ไร่ ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจะขายที่ดินได้ 300-350 ไร่ คิดเป็น 50-60% ของเป้าหมายการขายหลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวและญี่ปุ่นได้ขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอาจมีรายได้จากธุรกิจน้ำและบริการเติบโต 10-15% ตามจำนวนลูกค้าในสวนอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในปีหน้าธุรกิจดังกล่าวจะเติบโต 25-30% เนื่องจากลูกค้าที่ซื้อที่ดินในช่วง 2 ปีก่อนจะก่อสร้างโรงงานแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ขณะที่ธุรกิจคอนโดมิเนียมจะรับรู้รายได้ประมาณ 1.1 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 55%ของมูลค่าโครงการซึ่งลดลงจากประมาณการณ์เดิม เพราะการก่อสร้างล่าช้า "แนะนำซื้อลงทุน ROJANA โดยให้ราคาเป้าหมาย 16.40 บาท เนื่องจากบริษัทมีโครงการลงทุนใหม่ที่จะทำให้รายได้และกำไรในปี 52 อยู่ในระดับสูง ประกอบกับมีสัดส่วนของรายได้ที่แน่นอนสูงประมาณ 65% ของรายได้รวม ทำให้ได้รับผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวน้อยกว่าบริษัทอื่น"นักวิเคราะห์ กล่าว ด้านบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ KGI ประเมินว่าแนะนำซื้อลงทุนระยะยาวหุ้น ROJANA โดยให้ราคาเป้าหมาย 13.2 บาท เพราะพื้นฐานของบริษัทแข็งแกร่งซึ่งเห็นได้จากผลประกอบการปี 49 ที่บริษัทอาจมีรายได้ประมาณ 6,308 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้จำนวน 4,745 ล้านบาท นอกจากนั้นอาจมีกำไรสุทธิประมาณ 1,138 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.73บาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 691 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.05 บาทขณะที่ปีหน้าอาจมีรายได้ประมาณ 6,626ล้านบาทและมีกำไรสุทธิประมาณ 1,163 ล้านบาทคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.77 บาท
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มิ.ย. 08, 2006 9:58 pm
0
0
Rojana .... พูดไม่ออกเลย โดนไป10%
ROJANAเริงร่ารับค่าFt Source - ทันหุ้น Thursday, 08 June 2006 09:34 ที่มา : ทันหุ้น อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ ROJANA ยิ้มรับเร็กกูเลเตอร์ขึ้นค่าเอฟทีอีก 9.60 สตางค์ต่อหน่วยหนุนรายได้ทั้งปีเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเร่งต่อยอดขยายเฟส 4 ต่อทันที หลังขยายโรงไฟฟ้าเฟส 3 เสร็จสิ้นปีนี้ ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอสวิคเคอร์สประเมินปัจจัยพื้นฐานยังแจ๋วจริงให้ราคาเหมาะสมทั้งปีถึง 16.40 บาท แนะนำ ซื้อ ส่วนบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองสัญญาณทางเทคนิคแนะ เก็งกำไร ให้แนวรับแรก 11.00 บาท แนวรับถัดไป 10.80 บาท ส่วนแนวต้านแรก 11.80 บาท และแนวต้านถัดไป 12.20 บาท นางสาวอมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ROJANA เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า (เร็กกูเลเตอร์) ได้พิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ในอัตรา 9.60 สตางค์ต่อหน่วย รวมค่าเอฟทีเดิมเป็น 85.44 สตางค์ต่อหน่วยนั้น คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้จากการผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าเฟสที่ 3 มีกำลังผลิตอยู่ที่ 40-50 เมกะวัตต์ คาดก่อสร้างเสร็จในช่วงปลายปีนี้ จากนั้นคาดว่าจะมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าเฟสที่ 4 ต่อเนื่อง ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2551 ทั้งนี้หลังขยายกำลังการผลิตเสร็จแล้วโรงไฟฟ้าจะมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 210 เมกะวัตต์ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าในนิคมแน่นอน สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2549 เชื่อว่าเติบโตขึ้นเทียบจากไตรมาส1/2549 บริษัทมีรายได้ 1,508 ล้านบาท และมีกำไร 236.95 ล้านบาท จากยอดขายที่ดินในนิคมฯ ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนผลประกอบการทั้งปีเชื่อว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมเดอะเมดิสัน ประมาณ 1,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้บางส่วนจากโรงไฟฟ้าส่วนขยายเฟส 3 รวมทั้งรับรู้รายได้จากการขายที่ดิน และสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ประมาณ 300-400 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอสวิคเคอร์ส จำกัด แนะนำ ซื้อลงทุน ราคาพื้นฐาน 16.40 บาท โดยระบุว่าธุรกิจสวนอุตสาหกรรมยังไปได้ดี ซึ่ง ROJANA เองตั้งเป้าหมายการขายที่ดินของปี 2549 เท่ากับ 750 ไร่ รวมมูลค่างานในมือเมื่อสิ้นปี 2548 ที่ 150 ไร่ โดยไตรมาส 1/2549 ขายที่ดินไปแล้ว 160 ไร่ และคาดว่าครึ่งแรกของปีนี้น่าจะขายที่ดินได้ 300-350 ไร่ คิดเป็นประมาณ 50-60% ของเป้าหมายการขายเฉพาะของปีนี้ที่ประมาณ 600 ไร่ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2549 จะออกมาน่าประทับใจ กำไรน่าจะโตก้าวกระโดอยู่ที่ 317 ล้านบาท ซึ่งรับรู้รายได้จากธุรกิจที่ดิน ไฟฟ้า บริการและให้เช่าใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2549 แต่รับรู้รายได้จากธุรกิจคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสก่อนในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ 34% นอกจากนั้นบริษัทจะมีส่วนแบ่งกำไรจาก TICON เข้ามาในไตรมาสนี้อีก 127 ล้านบาท อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยมองว่าROJANAมีโครงการลงทุนใหม่ที่จะทำให้รายได้และกำไรอยู่ในระดับสูงในปี 2552 ประกอบกับสัดส่วนของรายได้หลักยังคงจะมาจากการขายที่ดินสูงประมาณ 65% ของรายได้รวม คิดจากค่าเฉลี่ยของปี 2549-2551 ทำให้ได้รับผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวน้อยกว่าบริษัทอื่นโดยเปรียบเทียบ ณ ราคาปัจจุบัน 12.40 บาท ซื้อขายที่ ค่าพีอี เรโชว์ ปีนี้ที่ 12 เท่า และลดลงเป็น 10.6 เท่าในปี 2550 ดังนั้นประเมินว่า ROJANA จะให้ อัตราการจ่ายปันผลปีนี้เท่ากับ 6.45% ด้านนักวิเคราะห์เทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด KSEC กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นในหุ้น ROJANA แนะนำ เก็งกำไรตามแนวรับ โดยให้แนวรับแรก 11.00 บาท แนวรับถัดไป 10.80 บาท ส่วนแนวต้านแรก 11.80 บาท และแนวต้านถัดไป 12.20 บาท ราคาหุ้น ROJANA ( 7 มิ.ย.49) ปิดตลาดที่ 10.40 บาท ลดลง 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 54.85 ล้านบาท
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มิ.ย. 08, 2006 9:58 pm
0
0
Rojana .... พูดไม่ออกเลย โดนไป10%
ไม่เชิงเป็นนักเก็งกำไรหรอกครับ คือมีกฎตั้งไว้ว่า ขาดทุน5%ก็จะcut lossครับ เอาข่าวมาฝากครับ....................... หุ้น ROJANA บวกสวนตลาด รับผลดีค่า FT งวดใหม่ Source - IQ Biz Thursday, 08 June 2006 10:36 หุ้น ROJANA ราคาขยับขึ้น 3.85% มาอยู่ที่ 10.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 5.91 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.25 น. โดยเปิดตลาดที่ 10.50 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 10.80 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 10.40 บาท เช้านี้ หนังสือพิมพ์ ระบุว่า นางสาวอมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJANA) ได้เปิดเผยว่า คาดว่า การปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดใหม่ จะส่งผลดีต่อรายได้จากการผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าเฟสที่ 3 มีกำลังผลิตอยู่ที่ 40-50 เมกะวัตต์ คาดก่อสร้างเสร็จในช่วงปลายปีนี้ จากนั้นคาดว่าจะมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าเฟสที่ 4 ต่อเนื่อง ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2551 หลังขยายกำลังการผลิตเสร็จแล้วโรงไฟฟ้าจะมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 210 เมกะวัตต์ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าในนิคมแน่นอน สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2549 เชื่อว่าเติบโตขึ้นเทียบจากไตรมาส 1/2549 บริษัทมีรายได้ 1,508 ล้านบาท และมีกำไร 236.95 ล้านบาท จากยอดขายที่ดินในนิคมฯ ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนผลประกอบการทั้งปีเชื่อว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมเดอะเมดิสัน ประมาณ 1,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้บางส่วนจากโรงไฟฟ้าส่วนขยายเฟส 3 รวมทั้งรับรู้รายได้จากการขายที่ดิน และสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ประมาณ 300-400 ล้านบาท
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มิ.ย. 08, 2006 9:57 pm
0
0
Rojana .... พูดไม่ออกเลย โดนไป10%
ขายไปครึ่งนึงก่อนแล้ว แต่ไม่ยักจะลงแฮะ สงสัยขายหมูอีกแน่ๆเลย
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มิ.ย. 08, 2006 3:54 pm
0
0
Rojana .... พูดไม่ออกเลย โดนไป10%
reboundแบบนี้หนีออกมาก่อนดีไหมครับ ขาดทุนเหลือ5%แล้วครับ หรือรอไปที่ทุนก่อน
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มิ.ย. 08, 2006 12:12 pm
0
0
Rojana .... พูดไม่ออกเลย โดนไป10%
reboundแบบนี้หนีออกมาก่อนดีไหมครับ ขาดทุนเหลือ5%แล้วครับ หรือรอไปที่ทุนก่อน
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มิ.ย. 08, 2006 11:34 am
0
0
++++ถ้าปีนี้GLทำกำไรได้3บาทต่อหุ้น++++
เห็นผู้บริหารให้สัมภาษณ์ไว้ว่า q1เป็นช่วงlow season q2ต้องดีกว่านี้ q3เป็นช่วงhigh season ผมเดาว่าช่วงนั้นต้องมีการแตกพาร์ตามด้วยเพิ่มทุน เพื่อระดมเงินทุนในภาวะดอกเบี้ยแพง เพื๋อไปขยายportสินเชื่อแน่นอน
โดย
BigBoat
อังคาร มิ.ย. 06, 2006 12:01 pm
0
0
เอาไงดีครับ กับ หุ้นไทยรักไทย TRT
อ่านความเห็นหลายท่าน ท่านลูกอีสาน คงติดตามเรื่องนี้พอสมควร ให้ได้จากรายละเอียดที่post งั้นคุณลูกอีสานว่ายังไงดีครับ กับราคาปัจจุบัน น่าซื้อไหมครับ
โดย
BigBoat
เสาร์ พ.ค. 13, 2006 7:18 pm
0
0
ไม่มีหัวข้อ
โดย
BigBoat
พุธ เม.ย. 12, 2006 9:58 am
0
0
โห CVD วอลุ่มมาจากไหน
ความน่าสนใจที่จะเข้ามา ผมว่านี่แหละคือสิ่งที่เขาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ธุรกิจที่becจะต่อยอด หรือจะ ให้cvdเป็นฐานในการผลิตและกระจายสินค้า ต้องดูคณะกรรมการชุดใหม่ที่เข้ามาว่ามีนโยบายในการดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างไร
โดย
BigBoat
ศุกร์ เม.ย. 07, 2006 11:02 pm
0
0
โห CVD วอลุ่มมาจากไหน
ผมว่าที่พูดถึงกันมากเพราะว่า Div yieldสูง มีเงินสดต่อหุ้นสูง หนี้สินต่อทุนต่ำ และที่สำคัญ โครงสร้างผู้ถือหุ้นsupportธุรกิจดีครับ
โดย
BigBoat
ศุกร์ เม.ย. 07, 2006 8:25 pm
0
0
โห CVD วอลุ่มมาจากไหน
แล้วกลุ่มไหนหล่ะที่ซื้อ คงต้องลุ้นต่อไป เอ๊ะ แต่ว่ามีbiglot7ล้านกว่าหุ้นนิ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. มี.ค. 30, 2006 10:01 pm
0
0
งบVNTที่ผมรอคอย ออกมาแล้วครับ
อ่านแล้ว แสดงถึงศักยภาพในอนาคตดีนะครับ ผมลองคำนวณหักที่กำไรจากการขายเงินลงทุนออก ก็ยังโตกว่าปีก่อน แต่สำหรับTPCกลับลดลง มันกำลังบอกอะไรเราอยู่เหรอครับ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 9:07 pm
0
0
งบVNTที่ผมรอคอย ออกมาแล้วครับ
เรื่อง : คำอธิบายและการวิเคราะห์งบการเงินของฝ่ายจัดการ (MD&A) สำหรับปี 2548 เรียน: กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ ขอเรียนเสนอคำอธิบายและการวิเคราะห์ผลประกอบการและสถานะทางการเงินของฝ่ายจัดการ (MD&A) สำหรับปี 2548 เพื่อให้นักลงทุนสามารถทำความเข้าใจงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วของบริษัทฯ ได้ดียิ่งขึ้น การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ในระหว่างปี 2548 ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมพีวีซียังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อุปสงค์ของ พีวีซี ภายในประเทศไทยยังคงเติบโตในอัตราที่สูง สาเหตุจากอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของ ภาครัฐบาลในโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การส่งออกในตลาดต่างประเทศยังคงขยายตัวในเกณฑ์ดี จากปัจจัยต่างๆนี้เองมี ผลให้บริษัทฯมีผลประกอบการจากการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากและเป็นปีที่ดี เยียมสำหรับบริษัทฯ การดำเนินการด้านการผลิตและการขายบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ แม้ว่าจะต้องประสบ ผลกระทบจาก ภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัว เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ความไม่สงบ ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังรุนแรง การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกที่ยังคงอยู่ อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้ม สูงขึ้น รวมทั้งราคาวัตถุดิบและสาธารณูปโภคต่างๆที่สูงขึ้นมาก แต่บริษัทฯก็ได้มีการปรับแผนการดำเนินงานและ การจัดการ จนสามารถมีผลการประกอบการออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก วิเคราะห์รายได้ ในปี 2548 บริษัทฯ มีรายได้รวม 9,446 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการขาย 8,438 ล้านบาท โดยราย ได้จากการขายนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 894 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 11.9 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการ ขายเพิ่มขึ้นได้แก่ ปริมาณขายของพีวีซีที่เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 6.0 ถึงแม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของพีวีซีลดลงเล็กน้อย ขณะเดียวกันราคาขายเฉลี่ยของโซดาไฟที่สูงขึ้นมากถึงร้อยละ 64.4 ถึงแม้ว่าปริมาณขายลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.7 ซึ่งโดยปกติราคาขายพีวีซีและโซดาไฟภายในประเทศเคลื่อนไหวตามทิศทางราคาในตลาดโลก การที่บริษัทฯได้มีการ ขยายกำลังการผลิตแบบขยายคอขวดในปี 2548 รวมทั้งการดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลังการผลิตและต่อเนื่อง ยังผลให้การผลิตพีวีซีเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ในขณะที่การผลิตโซดาไฟเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 24 เมื่อเปรียบเทียบ กับปีที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้อื่นรวม 1,008 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามาก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการขายเงินลงทุน ในหุ้นสามัญบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน)) จำนวน 888 ล้านบาท และเงินปันผลรับ 67 ล้านบาท ยอดขายพีวีซีในปี 2548 คิดเป็นร้อยละ 81.8 ของยอดขายรวมของบริษัทฯ ขณะที่บริษัทฯมียอดขายโซดาไฟคิด เป็นสัดส่วนร้อยละ 17.4 ของยอดขายรวม ส่วนรายได้รวมจากการขายพีวีซีเป็นการขายภายในประเทศร้อยละ 63 ขณะที่โซดาไฟที่บริษัทฯ ผลิตได้ขายในตลาดภายในประเทศทั้งหมด วิเคราะห์ต้นทุนและค่าใช้จ่าย (1) ต้นทุนขายในปี 2548 เป็นจำนวน 6,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 810 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 15.1 สาเหตุหลักเนื่องจากปริมาณการขายพีวีซีที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมทั้งต้นทุนต่อหน่วย ของเอธิลีนสูงขึ้นร้อยละ 8.0 ซึ่งเป็นผลมาจากความเกี่ยวเนื่องระหว่างราคาน้ำมันและแก๊ซที่สูงขึ้นรวมทั้งปัญหา การขาดแคลนเอธิลีนที่ยังคงอยู่ ต้นทุนต่อหน่วยของ ค่าไฟฟ้า ค่าเกลือและสาธารณูปโภคอื่นๆต่างก็เพิ่ม สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา (2) ในปี 2548 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารจำนวน 707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.4 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2547 สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร รวมในปี 2548 เปลี่ยนแปลงจากปี 2547 มีดังนี้ - ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น +23 ล้านบาท - ค่าที่ปรึกษาทางการเงินและ กฎหมายเพิ่มขึ้น +17 ล้านบาท - ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร +13 ล้านบาท - ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ +9 ล้านบาท - ค่าสิทธิจ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากยอดขายเพิ่มขึ้น +8 ล้านบาท (3) ดอกเบี้ยจ่ายในปี 2548 จำนวน 116 ล้านบาท ลดลงค่อนข้างมากจากปี 2547 เป็นจำนวนถึง 74 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.2 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการที่บริษัทฯ มียอดหนี้ค้างชำระลดน้อยลงจาก การชำระคืนหุ้นกู้อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าบริษัทฯจะมีเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น 500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการ ขยายการผลิต บริษัทจะชำระคืนหุ้นกู้คงค้างได้ทั้งหมดตามกำหนดภายในเดือนสิงหาคม 2549 สรุปผลประกอบการ ผลประกอบการในปี 2548 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 2,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 75.9 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน มาซึ่งมีผลกำไรสุทธิ 1,359 ล้านบาท ซึ่งผลกำไรที่สูงขึ้นนี้ได้รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 888 ล้านบาทตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น หากไม่รวมกำไรจากรายการดังกล่าว บริษัทฯจะมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 1,502 ล้านบาทเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ ผ่านมา กำไรสุทธิที่สูงขึ้นดังกล่าวนี้เป็นผลมาจากปริมาณการขายของพีวีซีที่เพิ่มขึ้นและราคาขายเฉลี่ยโซดาไฟที่สูงขึ้น แม้ว่าราคาเฉลี่ยของวัตถุดิบหลักคือเอธิลีนและค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ จะสูงขึ้นมากในปี 2548 นี้ก็ตาม แต่การที่บริษัทฯ สามารถขยายกำลังการผลิตแบบขยายคอขวด รวมทั้งการดำเนินการผลิตเต็มกำลังการผลิตและต่อเนื่อง ก็เป็นส่วน สนับสนุนให้บริษัทฯมีกำไรขั้นต้นที่น่าพอใจที่อัตราร้อยละ 26.8 นอกจากนี้ ค่าดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มีส่วนช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้นด้วย ดังนั้นอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมจึงสูงขึ้นจากร้อยละ 17.9 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 25.3 ในปี 2548 เราสามารถกล่าวได้ว่าปี 2548 นี้เป็นปีที่ดีเยี่ยมของบริษัทฯ โดยมีกำไรสุทธิสูงสุด นับจากอดีตที่ผ่านมาเนื่องจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย ทั้งนี้นับเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ที่บริษัทฯประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ การวิเคราะห์ฐานะการเงิน วิเคราะห์สินทรัพย์ บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ทั้งสิ้น 15,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3,008 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.2 สินทรัพย์ของบริษัทฯ และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้ (1) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 2,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,809 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน 32 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2547 ซึ่งเกิดจากการเพิ่มทุน เพื่อโครงการขยายกำลังการผลิตและการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย (2) เงินฝากเพื่อการชำระคืนหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 332 ล้านบาทซึ่งเป็นการฝากเงินจำนวนเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตาม มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2548 ที่ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลเป็นเงิน สดจากผลประกอบการของบริษัทฯประจำปี 2547 จำนวนไม่เกิน 332 ล้านบาท (3) สิ้นปี 2548 บริษัทฯ มียอดลูกหนี้จำนวน 1,616 ล้านบาท เปรียบเทียบกับจำนวน 1,346 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2547 ลูกหนี้เพิ่มขึ้น 270 ล้านบาทส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่มีปริมาณการขายพีวีซีที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งราคา ขายเฉลี่ยของโซดาไฟสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้ปรับปรุงระบบงานด้านสินเชื่ออย่างต่อเนื่องเพื่อ ควบคุมระดับยอดคงเหลือของลูกหนี้ (4) บริษัทฯ มียอดสินค้าคงเหลือสุทธิสิ้นปี 2548 จำนวน 953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184 ล้านบาทจากจำนวน 769 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2547 สินค้าคงเหลือส่วนใหญ่ประกอบด้วยสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ และ อะไหล่และวัสดุ สำหรับเครื่องจักร ราคาของสินค้าสำเร็จรูปและ วัตถุดิบหลักได้เพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2548 (5) บริษัทฯ ได้เพิ่มเงินลงทุนซึ่งเป็นการเข้าถือหุ้นในบริษัทที่เป็นผู้ขายวัตถุดิบหลักให้บริษัทฯ คือบริษัทเกลือพิมาย จำกัด เป็นจำนวนเงิน 194 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2548 รายการเงินลงทุนมีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 378 ล้านบาท (6) ในปี 2548 บริษัทฯได้ขายเงินลงทุนทั้งหมดในหลักทรัพย์เผื่อขายของบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่าเมื่อสิ้นปี 2547 จำนวน 1,503 ล้านบาท (7) ณ สิ้นปี 2548 บริษัทฯ มีมูลค่าสุทธิของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จำนวน 8,587 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 677 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.6 เปรียบเทียบกับสิ้นปี 2547 มูลค่าที่เพิ่มขึ้นสุทธิมีสาเหตุหลักจากการขยายกำลัง การผลิตแบบขยายคอขวด รวมทั้งโครงการขยายการผลิตวีซีเอ็ม คลอรีน และอีดีซีที่เริ่มก่อสร้างเมื่อกลางปี 2548 วิเคราะห์หนี้สิน บริษัทฯ มีหนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2548 จำนวน 3,020 ล้านบาท ลดลง 718 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 19.2 เมื่อ เปรียบเทียบกับปี 2547 โดยมีการเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่สำคัญคือ ยอดหุ้นกู้คงเหลือได้ลดลงเป็นลำดับ เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชำระหนี้หุ้นกู้เป็นประจำจำนวน 1,362 ล้านบาทต่อปี บริษัทฯจะชำระคืนหุ้นกู้คงค้างที่เหลืออยู่ทั้งหมด 1,362 ล้านบาท ได้ตามกำหนด ภายในเดือนสิงหาคม 2549 ทั้งนี้บริษัทฯมีเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้นจำนวน 500 ล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการขยายกำลังการผลิตของบริษัทฯ วิเคราะห์ส่วนของผู้ถือหุ้น ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 มีจำนวน 12,415 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2547 จำนวน 8,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,726 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.9 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในส่วนของผู้ถือหุ้น มีดังนี้ * ทุนออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่าแล้วเพิ่มขึ้น 1,422 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มทุนชำระแล้ว * มีการบันทึกบัญชีส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 1,304 ล้านบาท เนื่องจากการขายหุ้น (ราคาพาร์ 6 บาท) ให้แก่บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน)ในราคา 11.50 บาทต่อหุ้น * การโอนรายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย จำนวน 1,055 ล้านบาทออก เนื่องจากมีการขายหลักทรัพย์ดังกล่าว * บริษัทฯ มีกำไรจากผลประกอบการในปี 2548 จำนวน 2,390 ล้านบาท ซึ่ง บริษัทฯ ได้จัดสรรกำไรเป็น สำรองตามกฎหมายเป็นจำนวน 120 ล้านบาท ที่เหลือเป็นผลกำไรที่ยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 2,270 ล้านบาท * บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการในปี 2547 จำนวน 332 ล้านบาท การวิเคราะห์การแสเงินสด งบกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดทั้งสิ้น 2,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน 32 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2547 แหล่งที่มาและใช้ไปซึ่งเงินทุนมี ดังนี้ (1) เงินสดสุทธิที่ได้มาจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจำนวน 113 ล้านบาท จากจำนวนเงินสดสุทธิจากการ ดำเนินงาน 1,447 ล้านบาท ในปี 2547 เป็นจำนวน 1,560 ล้านบาทในปี 2548 คือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 (2) เงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมการลงทุนมีจำนวน 50 ล้านบาทในปี 2548 เปรียบเทียบกับเงินสดสุทธิ ที่ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนจำนวน 121 ล้านบาทในปี 2547 โดยมีรายการสำคัญคือเงินสดรับจาก การจำหน่ายเงินลงทุนจำนวน 1,337 ล้านบาท ซื้อสินทรัพย์ถาวรในปี 2548 เป็นจำนวน 1,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 958 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการลงทุนในส่วนการขยายกำลังการผลิต และรายการ เงินลงทุนเพิ่มในบริษัทร่วม 194 ล้านบาท (3) ในปี 2548 เงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินรวมทั้งสิ้น 1,199 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินสด รับจากการเพิ่มทุน 2,726 ล้านบาท และเงินสดรับจากเงินกู้ระยะยาว 500 ล้านบาทเพื่อไว้ใช้สำหรับ โครงการขยายกำลังการผลิต เงินจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ 1,362 ล้านบาท การจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด 332 ล้านบาทรวมทั้งเงินฝากเพื่อการชำระคืนหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 332 ล้านบาท บทสรุป ปี 2548 นี้ถือเป็นปีทองอีกปีหนึ่งที่บริษัทฯ มีผลการประกอบการที่ดีเยี่ยม โดยมีกำไรสุทธิที่นับเป็นสถิติสูงสุดของ บริษัทฯ ความสำเร็จในผลประกอบการที่ดีเลิศนี้มาจากกลยุทธ์และการวางแผนจัดการทางธุรกิจที่ดี บริษัทฯ สามารถชำระหนี้หุ้นกู้โดยอาศัยเงินรับที่ได้จากการดำเนินงาน รวมทั้งการที่บริษัทฯมีการขายเงินลงทุนใน หลักทรัพย์เผื่อขายดังกล่าว ยิ่งทำให้บริษัทฯมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ผลประกอบการที่ดีเยี่ยมในปี 2548 นี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น คือ อัตราร้อยละ 22.7 เทียบ กับอัตราร้อยละ 16.8 ในปี 2547 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 บริษัทฯ มีอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์รวมเฉลี่ยสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องเป็นร้อยละ 17.2 จากปีที่ผ่านมาคืออัตราร้อยละ 11.0 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นก็ดีขึ้น เป็นลำดับจากอัตราร้อยละ 0.43 ในปี 2547 เป็นอัตราร้อยละ 0.24 ณ สิ้นปี 2548 จากทิศทางของอุตสาหกรรมพีวีซีในตลาดโลกที่อาจขยายตัวต่อไปได้ รวมทั้งความต้องการภายในประเทศที่ยังคง เติบโตอย่างต่อเนื่องสืบเนื่องจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล บริษัทฯ คาดว่าปี 2549 ผลการดำเนินงานยัง จะคงอยู่ในเกณฑ์ดีแต่อาจจะไม่ดีเยี่ยมเท่าผลการดำเนินงานในปี 2548 เนื่องจากเป็นช่วงการลงทุนในโครงการขยาย การผลิต อย่างไรก็ตามคาดหวังได้ว่าเมื่อบริษัทฯขยายการผลิตเสร็จสมบูรณ์ก็น่าจะเป็นโอกาสที่บริษัทฯจะสามารถ สร้างผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป ขอแสดงความนับถือ (นาย กุนเธอร์ วิลแฮล์ม นาโดนี่) กรรมการผู้จัดการ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ก.พ. 23, 2006 9:05 pm
0
0
เอาหุ้นSTPI มาให้ถกกัน (อ่านจากresearchของASP แล้วตะลึง)
แต่วันนี้ราคาดูสู้น่าดูเหมือนกันนะครับ UMI KWH CCP SCPเดี้ยงหมด มันตัวเดียวยืนได้ ท่าทางจะมีตัวตายตัวแทนแล้วมั๊งครับ GO GO GO
โดย
BigBoat
ศุกร์ ก.พ. 17, 2006 7:08 pm
0
0
เรื่อยๆมาเรียงๆ สำหรับ TCB
... เคาะ มาให้อ่าน
โดย
BigBoat
พุธ ก.พ. 15, 2006 9:28 pm
0
0
TCB Q4 กำไร ลดลดมากทีเดียว
สำหรับความเห็นของผม ผมว่ายังไงก็ยังน่าสนใจอยู่ ราคาวันนี้20.9 ผมของบันทึกไว้ 1เดือนข้างหน้ามาดูกันครับ ว่าราคาจะอยู่ ณ ที่ใด
โดย
BigBoat
พุธ ก.พ. 15, 2006 8:57 pm
0
0
TCB Q4 กำไร ลดลดมากทีเดียว
ผมรอราคานี้มานานแล้วครับ หลังจากที่มันไม่ยอมลงมาเลย BV17 บาท epsปีนี้น่าจะได้3บาท ปันผลน่าจะได้0.8-1บาท ผลิตภัณฑ์ก็สามารถปรับราคาได้ พูดง่ายๆก็คือผลักภาระได้ รูปแบบคล้ายๆ ตอนSNC SCCC และกลุ่มเรือที่ลงแรงๆช่วงก่อนพร้อมวอลุ่ม โมเมนตัมน่าจะมีแรงเหวี่ยงมากขึ้น ระวังการบีบให้VIคายของนะครับ มีใครคายออกไปบ้าง รับมาดีๆๆๆๆๆ :)
โดย
BigBoat
พุธ ก.พ. 15, 2006 7:11 pm
0
0
PORT ยังว่างอยู่อีก80% แนะนำหุ้นที่ผมมองไม่ถึงให้ทีครับ
:D :D :D :D :D :D ก็เพราะอ่านเอาความรู้จากboardนี้ครับ เลยรู้ว่าต้องดูอะไรบ้าง วิเคราะห์อะไรบ้าง
โดย
BigBoat
เสาร์ ก.พ. 11, 2006 9:42 pm
0
0
BDI index เพิ่งเริ่มเขียววันแรก=====+
ผมว่าเริ่มระวังได้แล้วนะครับ ทั้งBDIและหุ้น RCL TTA PSL ระยะสั้นมาแรงและเร็วเกินไป ระยะสั้นผมว่ารอการขึ้นแรงๆอีกครั้งและขายshort น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ
โดย
BigBoat
เสาร์ ก.พ. 11, 2006 8:23 pm
0
0
โอ้วพระเจ้าจอร์จ!!! เกิดอะไรขึ้นกับSCCC
ข่าวมาช่วง1ทุ่มนิครับ พรุ่งนี้ราคาคงเด้งเพราะข่าวนี้ แต่จะไปยังไงต่อไม่รู้ครับ
โดย
BigBoat
พฤหัสฯ. ก.พ. 09, 2006 9:01 pm
0
0
BDI index เพิ่งเริ่มเขียววันแรก=====+
โอ้ว วันที่5ของการreboundแล้วครับ วันนี้2087 +6จุดครับ อย่าshortกันเพลินนะครับ เมื่อไหร่มีการซื้อกลับ ไล่เก็บไม่ทันเลยนะครับ ตอนนี้สะสมไปเรื่อยๆครับ เป้าหมาย+10% จากราคาตรงนี้ครับ
โดย
BigBoat
พุธ ก.พ. 01, 2006 9:14 pm
0
0
BDI index เพิ่งเริ่มเขียววันแรก=====+
http://www.findata.co.nz/markets/Quote.aspx?e=INDEX&s=BDI ที่นี่ครับ แต่ไม่ realtimeนะครับ มันจะupdateประมาณ4ทุ่มครับ[/url]
โดย
BigBoat
พุธ ก.พ. 01, 2006 8:56 pm
0
0
BDI index เพิ่งเริ่มเขียววันแรก=====+
WoW !!! Fourth day BDI Index 2081 +12 up up good sign for PSL TTA RCL
โดย
BigBoat
อังคาร ม.ค. 31, 2006 10:48 pm
0
0
BDI index เพิ่งเริ่มเขียววันแรก=====+
confirm BDI rebound on third day 2069 +12
โดย
BigBoat
จันทร์ ม.ค. 30, 2006 9:33 pm
0
0
55 โพสต์
of 2
ต่อไป
ชื่อล็อกอิน:
BigBoat
ระดับ:
Verified User
กลุ่ม:
สมาชิก
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
เสาร์ ธ.ค. 10, 2005 8:35 pm
ใช้งานล่าสุด:
พฤหัสฯ. พ.ย. 29, 2007 10:42 pm
โพสต์ทั้งหมด:
118 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.01% จากโพสทั้งหมด / 0.02 ข้อความต่อวัน)
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว