หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
Proxity
Joined: พุธ พ.ย. 23, 2005 10:06 pm
322
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - Proxity
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
Re: การมาของการดูหนังผ่าน Online
ผลกระทบต่อโรงภาพยนตร์ มีบ้างครับ แต่ว่าทาง Studio ผู้สร้างเขาเองก็ได้จัด release window ไว้เพือลดผลกระทบ แบบเดียวกับสมัยก่อนที่ว่า DVD จะมีผลกระทบต่อโรงภาพยนตร์หรือไม่ คำตอบคือ มีบ้างแต่ไม่มากเช่นเดียวกัน.. เพราะว่าโรงภาพยนตร์จะได้ First Release Window เสมอ ด้วยเหตุผลทางการตลาด เพื่อทำให้คนรู้จัก สามารถสร้างกระแสต่างๆ เช่น ประกวดรับรางวัลต่างๆ เป็นต้น เมื่อเป็นที่รู้จักแล้ว ฝั่ง Operator เองก็พร้อมจะซื้อ (ในราคาสูงๆ) .. โดย Studio เองก็ตั้งราคาตามยอด Box Office ด้วย หนังที่มีรายได้สูงก็ขายแพงกว่า หนังที่มีรายได้ต่ำครับ.. สำหรับเรื่องลิขสิทธิ์เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกในทุกประเทศครับ.. และเป็นทั้งโลก ไม่ว่า ซอฟท์แวร์ เพลง หนัง ebook และทุกๆ สื่อดิจิตัล.. ทาง Operator เองก้ต้องเพิ่ม Value ของสินค้า อาทิเช่น.. พยายามซื้อแพงขึ้น เพื่อให้ได้ Release Window เร็วที่สุด หรือซื้อแบบ Exclusive ไม่ให้ขายกับคู่แข่ง หรือ สร้าง Content ของตัวเอง เช่น HBO ทำ Game of Throne เป็น exclusive content ของตัวเอง หรือการทำ subtitle ภาษาไทย หรือการพากย์ไทย เพื่อเพิ่ม Value ให้กับสินค้า ซึ่งก็แก้ไขเรื่องลิขสิทธิ์ได้ระดับหนึ่ง ในส่วนของการเติบโต เรียกว่าดีทั้งระดับโลกครับ เป็นกระแสที่กำลังจะไปแน่นอน เริ่มจากคนเมืองหลวงก่อน เพราะปัจจุบันแต่ละคนมักจะมี screen เชื่อมต่อ internet ส่วนตัว เช่น smartphone tablet notebook หรือแม้แต่ smartTV จึงเสพสื่อที่ต้องการได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องรอหนังฉาย อยากหยุดเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องทนกับค่าน้ำ ค่าขนมแพงบ้าเลือด.. (กลุ่มคนทำงานจะย้ายไปใช้หนังออนไลน์ก่อน เพราะ value of money ส่วนกลุ่มวัยรุ่นจะยังดูหนังโรงภาพยนต์ เพราะต้องการใช้เวลานอกบ้าน และอาจจะยังไม่ได้มี screen ส่วนตัวที่ดีเพียงพอ) ์ ์
โดย
Proxity
ศุกร์ ต.ค. 23, 2015 1:30 am
0
4
Re: การมาของการดูหนังผ่าน Online
ผมอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ครับ ขอตอบคร่าวๆ.. 1. หนังคุณภาพ SD ต้องการความเร็วเน็ต 1 Mbps ส่วน HD ต้องการความเร็ว 2 Mbps สำหรับ 4K (ขึ้นกับการถ่ายทำด้วย) ต้องการขั้นต่ำคือ 16 Mpbs ครับ 2. เรื่องประเภทหนัง.. ขึ้นกับการซื้อสิทธิ์จากต่างประเทศ ซึ่งเขาจะกำหนดช่วงเวลาออกมา เรียก released window ยกตัวอย่าง หนังเข้าโรงที่อเมริกา เป็น Window แรกสุด หลังจากนั้นจะไปที่ แผ่น (เดี๋ยวนี้ไม่มีแผ่นแล้ว) จากนั้น window ถัดไปคือ เครื่องบิน จากนั้นเป็น Cable ถัดไปเป็น Free TV เป็นต้น และในแต่ละ window ที่ฉายจะมีค่าสิทธิ์เฉพาะด้วย ถ้าซื้อ release window แบบ Cable จะไปฉายบนเครื่องบินไม่ได้ หรือไม่ผลิตเป็นแผ่นขายไม่ได้.. สำหรับผู้ผลิตรายการของไทย ได้ยินว่ามีการพูดคุยกับ operator อยู่แต่ยังตกลงเรื่องราคาไม่ลงตัว รวมทั้งหลายรายมีการนำ content ตัวเองไปขึ้นใน youtube เพื่อรับค่าโฆษณาอยู่แล้ว ดังนั้น Operator ที่จะซื้อสิทธิ์เองก็ต้องแข่งกับ youtube ที่ให้บริการฟรีกับผู้ชมด้วย 3. ผู้ประกอบการในปัจจุบัน ได้แก่ Doonung, Hollywood HDTV, Primetime ทั้งสามบริษัทนี้เป็นบริษัทในเครือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วน Doonee, MoviePlus, DEX Channel เป็นบริษัทเอกชนไม่จดทะเบียนในตลาด โดยมี Hooq และ iFlix เป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ในระยะแรกทุกเจ้าน่าจะประสบปัญหาเดียวกันทั้งหมดคือ ผลประกอบการขาดทุนจนกว่า จำนวนสมาชิกจะมากเพียงพอ มี Economy of Scale คุ้มค่าลิขสิทธิ์
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2015 1:02 am
0
24
Re: คุณพ่อ ไม่ได้ทำงานแล้ว แต่ เมื่อหลายปี ได้ถือ VAYU1 อยู่
ส่วนเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผล ไม่ได้เช่นเดียวกันครับ.. อ้างอิง.. http://tax.bugnoms.com/type-of-dividend/
โดย
Proxity
จันทร์ ก.พ. 24, 2014 12:36 am
0
0
Re: คุณพ่อ ไม่ได้ทำงานแล้ว แต่ เมื่อหลายปี ได้ถือ VAYU1 อยู่
เงินปันผลของกองทุนวายุภักษ์ไม่ได้หักภาษี ณ.ที่จ่าย เครดิตภาษีไม่ได้ครับ
โดย
Proxity
จันทร์ ก.พ. 24, 2014 12:32 am
0
0
Re: 'กำไรทบต้น' คัมภีร์ลงทุนวีไอ 'ขั้นเทพ''ธนะสิน พิพัฒน์กิต
ผมอ่านบ่อยๆ นะครับบทความของกรุงเทพธุรกิจ ที่นำเอานักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมาสัมภาษณ์และให้ความรู้แก่คนทั่วไปว่า การลงทุนแนว VI นี้ สร้างความมั่งคั่งอย่างมั่นคงในระยะยาวได้ แต่ที่ขัดตา ขัดใจกับบทความ (ขัดใจคนเขียน ไม่ใช่ขัดใจผู้ให้สัมภาษณ์นะครับ) คือ ทำไมไปสร้างความคิดในการลงทุนว่า ลงเงินน้อย ได้เงินมาก (ผ่านมาหลายบทความแล้ว) อย่างกรณีนี้ บอกว่า ลง 2 หมื่นบาท ลง 5 หมื่นบาท มี 100 ล้าน ซึ่งผมเชื่อว่าที่จริงแล้วระหว่างทางการลงทุน คุณ TY มีการใส่เงินเพิ่มเข้าไปด้วย (ขออภัยหากผมเข้าใจผิด) พอเขียนบทความในลักษณะนี้ ผลกระทบที่เราจะเห็นบ่อยๆ คือ นักลงทุนรายใหม่ๆ ก็จะกระโจนเข้าตลาดโดยคาดหวังว่าจะได้ กำไรจากการลงทุน 5% ในสัปดาห์ หรือ 20% ต่อเดือน (แบบที่เราเห็นบ่อยๆ ในสินธร) ซึ่งมันไม่ใช่หลักการลงทุนแล้ว แต่เป็นการหวังรวยแบบพนันขันต่อ ผมมองว่า บทความให้ความรู้เหล่านี้ ควรจะมีบทสรุปที่เป็นความเห็นของผู้เขียนที่จะบอกนักลงทุนมือใหม่ให้เห็นว่า นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จะมีผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยต่อปีเท่าไร แต่ว่าได้พลังของเวลาในการทบทวี และการใส่เงินเพิ่มแบบ Dollar Cost average รวมทั้ง Timing ที่จะมองเห็นโอกาสการลงทุนในเวลาวิกฤต ขออภัยที่มีความเห็นต่าง.. แต่ย้ำอีกทีว่า ผมไม่ได้มีปัญหากับคุณ TY ที่ให้ความรู้เป็นวิทยาทานต่อคนทั่วไป แต่ผมขัดใจผู้เขียนบทความในกรุงเทพธุรกิจ ที่เหมือนชี้แนะว่า เล่นหุ้นง่าย กำไรเยอะ ลงห้าหมื่นมีร้อยล้าน.. :oops: :oops:
โดย
Proxity
อังคาร พ.ค. 14, 2013 2:59 pm
0
35
Re: รบกวนสอบถามเรื่องอันดับในอุตสาหกรรมครับ
อยากทราบว่าเค้าใช้อะไรมาเป็นตัวคำนวนว่าหุ้นตัวไหนอยู่อันดับที่เท่าไหร่ในอุตสาหกรรมครับ ขอบคุณครับ ผมเข้าใจว่าคุณ Whirl wind ถามว่าอันดับในอุตสาหกรรม ในหน้า page ของ Settrade.com วัดอย่างไร (เพราะเพื่อนๆ ผมถามคำถามนี้บ่อย) คำตอบคือ. เวลาเข้าไปหน้าอันดับอุตสาหกรรม จะมี drop down menu (อยู่ถัดจากวันที่ไปทางขวามือ) ให้เราเลือกว่าจะจัดเรียงอันดับอย่างไร โดยสามารถจัดเรียงอันดับได้ดังนี้ - % การเปลี่ยนแปลง - ปริมาณ - มูลค่า - PE - P/BV - Dividend Yield - Market Cap
โดย
Proxity
ศุกร์ ก.พ. 15, 2013 7:32 am
0
0
Re: การเลือกหุ้นแบบ คนไม่รู้เรื่อง
เลือกหุ้นโดยอาศัยยอดขาย.. อาจจะทำให้พลาดโอกาสที่จะได้หุ้นที่ขายสินค้ามี margin เยอะๆ ยกตัวอย่าง ธุรกิจบางอย่างเช่น SiS / Synex มียอดขายเยอะ มีกำไรนิดเดียว ถ้าเทียบเฉพาะยอดขายก็จะดูเหมือนว่าน่าสนใจ แต่พอไปดูกำไรสุทธิแล้วเหลือนิดเดียว ที่สำคัญคือ บริษัทที่มียอดขายสูงๆ มักจะเป็นบริษัทที่ต้องจ้างพนักงานจำนวนมากด้วยเช่นกัน (ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ต้องระวัง) ดังนั้นเมื่อมีปัจจัยภายนอกกระทบทำให้ยอดขายลดลง จะทำให้กำไรของบริษัทพลิกผันไปได้เยอะทีเดียว มุมมองส่วนตัวผม.. ในช่วงแรกๆ ที่ผมเริ่มลงทุน ที่ยังมีความรู้ไม่เยอะ ตามข่าวได้ไม่มาก ผมพบว่า แนวคิดพื้นฐานเบสิคนี่แหละ ป้องกันการขาดทุนได้.. นั่นคือ ซื้อหุ้นที่มี PE ต่ำมากๆ และ ปันผลสูงมากๆ วิธีนี้ลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้ดี เพียงแต่ว่า เราต้องรับได้ถ้า ราคาหุ้นที่เราซื้อไม่ไปไหน เพราะว่า หุ้นที่มี PE ต่ำและปันผลสูง บริษัทจะไม่สามารถเก็บกำไรไปลงทุนต่อได้มากนัก พอเราเริ่มมีความรู้มากขึ้น และต้องการผลตอบแทนสูงขึ้น ก็เริ่มเลือกลงทุนหุ้นเติบโตสูง หุ้นกลุ่มนี้จะปันผลน้อย เพราะจะเอากำไรไปลงทุนต่อ นักลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ก็จะคาดหวังกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อขายมากกว่า
โดย
Proxity
อังคาร ธ.ค. 11, 2012 4:41 am
0
9
Re: แจก EPS16YEAR (งบดุล,ราคา,19ปี,Ratio ต่างๆ,แบบเครดิตภาษี
รบกวนพี่ครรชิตด้วยครับ
[email protected]
ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อล่วงหน้าครับ
โดย
Proxity
พุธ พ.ย. 21, 2012 3:24 am
0
0
Re: คำเตือน ยังมีหุ้นที่รอรับผลกระทบของ 300 ในปีหน้าอยู่อีก
วันก่อนดู Money Channel สัมภาษณ์คุณสมชัยของ SNC .. บอกว่าคงได้ผลกระทบเพิ่มอีกแม้ว่า SNC เงินเดือนขั้นต่ำเกิน 300 ไปหมดแล้ว.. คือ คุณสมชัยอธิบายว่า ผลของ 300 บาทในปีหน้า จะทำให้ Supplier ที่มีอยู่มีต้นทุนเพิ่มและกลับมาขอเพิ่มราคาขาย ผมฟังดูแล้วก็เออแฮะ.. เรามักมองแค่ตัวกิจการของเราที่ถืออยู่ แต่ว่าบางทีผลกระทบมันเกิดจากคู่ค้าที่เขามีต้นทุนเพิ่มและต้องส่งถ่ายต้นทุนเหล่านั้นกลับลงไปในราคาสินค้า และวัตถุดิบของเรา.. ถ้ามองแง่นี้ ก็เป็นผลกระทบเป็นลูกโซ่กระเพื่อมกันต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง 3-6 เดือนกว่าผลกระทบจะค่อยๆ ซาลง
โดย
Proxity
อังคาร พ.ย. 13, 2012 10:58 pm
0
13
Re: แจก EPS16YEAR (งบดุล,ราคา,19ปี,Ratio ต่างๆ,แบบเครดิตภาษี
ผมรบกวนขอ File EPS16 Year ด้วยครับ
[email protected]
ขอบพระคุณในความเอื้อเฟื้อล่วงหน้าครับ
โดย
Proxity
อาทิตย์ ส.ค. 19, 2012 1:29 pm
0
0
Re: มี LTF ที่ลงทุนโดยอิงตามดัชนีไหมครับ
มีของกรุงไทย KSET50LTF กรุงศรีหุ้นระยะยาว Set 50
โดย
Proxity
อาทิตย์ ก.ค. 15, 2012 3:02 am
0
0
Re: วิธีเขียนกราฟแบบ ปีเตอร์ลินซ์
เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน ผมเริ่มต้นอ้างอิงจากหนังสือแปล Beating The Street ปกฟ้าที่คุณพรชัย ลงแรงแปลให้เราอ่านกัน เอากราฟของ Norwest Corp หน้า 150.. แกนกราฟด้านซ้ายคือ EPS และแกนกราฟด้านขวาคือ Price ถ้าเวลาเรา Plot กราฟเอง แบบไม่รู้ไม่ชี้ เราจะใช้อะไรอ้างอิงว่า EPS เริ่มที่เท่าไร และ Price เริ่มที่เท่าไร ?? เพื่อจะให้เห็นว่าราคามันต่ำกว่า EPS หรือสูงกว่า EPS เพราะถ้าเราขยับ scale ทางซ้ายหรือทางขวาขึ้นลงเอง เส้นราคามันก็จะอยู่สูงต่ำกว่าเส้นกำไรได้.. ทีนี้ถ้าเราดูกราฟของ Lynch เราจะเห็นเลยว่า แกนซ้ายที่กำไร 0.25 cent จะเท่ากับแกนขวาที่ 3.75 เหรียญ และถ้าแกนซ้ายที่กำไร 0.50 cent จะเท่ากับแกนขวาที่ 7.50 เหรียญ และทำนองเดียวกันแกนซ้ายที่กำไร 1 เหรียญ จะเท่ากับแกนขวาที่ 15 เหรียญ (เทียบแล้วคือ PER 15x) หรือดูที่หน้า 151 ของ NDB ก็จะเป็น Scale แบบเดียวกัน แปลว่า ถ้าเรา plot กราฟแล้ว หุ้นที่มี PE ต่ำกว่า 15 เส้นราคาและเส้นกำไรจะตัดกันพอดี และเมื่อราคาหุ้นสูงขึ้นขณะที่กำไรคงตัว เช่นกลายเป็น PE 20 เส้นราคาก็จะวิ่งเหนือเส้นกำไร และ เมื่อราคาตกกลับลงมาเป็น PE10 เส้นราคาก็จะวิ่งต่ำกว่าเส้นกำไรครับ..ลอง plot ดูก็จะเห็นน่ะครับ
โดย
Proxity
จันทร์ เม.ย. 30, 2012 7:01 am
0
7
Re: วิธีเขียนกราฟแบบ ปีเตอร์ลินซ์
ถ้าจะทำตาม Lynch ผมขอให้ความเห็นที่ควรระวังคือ ในหนังสือของ Lynch เขาเลือกหุ้นที่ดีมาก่อน แล้วมาดูว่าราคาขณะนั้นถูกหรือแพง โดยใช้เส้นราคากับกำไร (กรณีของ Lynch เส้นที่ว่าจะเทียบเท่ากับ PE 15 ซึ่งผมมองว่าแพงทีเดียว) ผมเชื่อว่าการเลือกหุ้นโดยเริ่มจากกราฟราคาต่อกำไร โดยไม่ดูว่าคุณภาพของกำไรหรือคุณภาพของบริษัทและแนวโน้มของการเติบโต เป็นอย่างไรเป็นวิธีไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะแม้แต่ Lynch เอง ก็ใช้เวลาเยอะมากในการประชุมกับบริษัทต่างๆ เพื่อหาแนวโน้นของการเติบโตของบริษัทตลอดเวลา ไม่ได้ยึดกับกราฟที่ว่าเท่านั้น
โดย
Proxity
จันทร์ เม.ย. 30, 2012 5:15 am
0
4
Re: กิจการไทยทำ M&A น้อยไปหรือเปล่า
ผมมองว่าเหตุที่ธุรกรรม M&A ของไทยน้อยไประยะหนึ่ง ก็วิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ทำให้กิจการส่วนหนึ่งเลือกใช้นโยบายอนุรักษ์นิยมสุดๆ.. ก่อนปี 40 มีการลงทุนในต่างประเทศของไทยเยอะและใหญ่ด้วย เมื่อเกิดวิกฤต ธุรกรรมส่วนหนึ่งก็รอด บางส่วนล้มหายตายจาก มีการเปลี่ยนมือ เปลี่ยนเจ้าของกิจการไป เช่น คริสเตียนนีแอนด์นิลเซ็น ประเทศไทย กลับไปซื้อบริษัทแม่ในเยอรมัน หรือ ดุสิตธานีลงทุนซื้อกิจการของกลุ่มโรงแรม Kempinsky พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งสองบริษัทก็ติดหล่มหนี้ก้อนโต เป็นภาระตามมา.. หรือ ก่อนปี 40 ก็มีกรณีของยูนิคอร์ดซื้อกิจการของ Bumble Bee ที่อเมริกา และล้มเหลวเหมือนกัน ที่จริงแล้วผมคิดว่าเป็นวงจรธุรกิจและช่วงอายุมากกว่า คนที่เห็นบทเรียนที่ล้มเหลวก็จะระมัดระวัง พอคนรุ่นใหม่ขึ้นมาก็จะมีความกระตือรือล้นในการทำธุรกรรมใหม่อีก โดยกลุ่มหนึ่งประสบความสำเร็จ บางกลุ่มก็ล้มเหลว อนึ่ง..กลุ่มที่ล้มเหลว ผมเชื่อว่าเป็นเพราะ Wrong Time / Wrong Place / Wrong Partner เสียมากกว่า ในใจจริงก็อยากให้ทุกๆ ท่านประสบความสำเร็จให้ธงไทยก้าวไกลทั่วโลก...ผมมองว่า เขาและเธอเหล่านั้นเป็นครูของชนรุ่นหลัง (ด้วยความเคารพจากใจจริงครับ)
โดย
Proxity
อาทิตย์ ม.ค. 15, 2012 12:02 am
0
3
Re: DCA ของประเทศไทย
ขอบคุณครับ ;o)
โดย
Proxity
พุธ ก.ย. 07, 2011 3:34 pm
0
0
Re: (หนังสือ)Freefall
ซื้อมาอ่านแล้ว..ผมว่าเนื้อหาดีทีเดียว มีการโยงประวัติศาสตร์ มีการบอกว่าอะไรทำดี อะไรล้มเหลว ที่สำคัญคือ บอกว่าการแก้ไขปัญหาแบบเป็นขั้นเป็นตอนควรจะทำอย่างไร...เพราะอะไร อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า เป็นการติเพื่อก่อ จริงๆ
โดย
Proxity
อังคาร ก.ย. 06, 2011 12:19 am
0
0
Re: FOODLAND เตรียมเข้าตลาดหุ้นในอีก2ปี
ถ้า Foodland เพิ่มสาขาได้อีกนี่ ผมว่าดีเลย..และผมชื่นชมจุดแข็งที่เป็น supermarket ขนาดใหญ่ที่เปิด 24 ชั่วโมงแห่งเดียว..(แต่ก็คงทำให้เกิด cost เยอะทีเดียว) ดึกๆ ตีสามตีสี่ ผมหิวขึ้นมาก็อาศัยร้านถูกและดีนี่แหละครับ..แต่ไปทุกครั้งก็มีลูกค้านั่งตลอดเวลานะครับ ถ้าเกิด Foodland ผันตัวไปทำ Community Mall ที่เปิด 24 ชั่วโมงนี่ ผมว่าคงเป็นจุดขายที่แข็งเอามาก..ร้านค้าที่ไปเช่าพื้นที่น่าจะชอบ เพราะขายได้ 24 ชั่วโมง แต่ไม่น่าต้องรอตั้ง 2 ปี..กว่าจะถึงตอนนั้น ไม่รู้สภาพตลาดและการแข่งขันไปถึงไหนแล้ว !
โดย
Proxity
อังคาร ก.ย. 06, 2011 12:15 am
0
0
Re: วัวหายล้อมคอก
ผมเสนอว่าเราควรต่อยอดระบบ Like ที่เพิ่งทำขึ้นมา.. โดยมีข้อมูลใต้ Avatar ของแต่ละคน (ในแถบซ้ายมือ) ว่าคนๆ นั้น ได้รับ Like / Dislike เท่าไร (ถ้าจะให้ดีคือ ระบุได้เลยว่า Like จากกระทู้ห้องหุ้นตัวไหน และ Dislike จากกระทู้ห้องหุ้นตัวไหน) ขณะเดียวกันเราในฐานะผู้อ่าน ก็ต้องขยันขันแข็งขึ้น เวลาเห็นเขา Post ข้อมูลดี ก็กด Like ซึ่งก็จะติดตัวเขาไป หรือเวลาเขา Post ข้อมูลที่เรามองว่า ไม่ถูกต้องหรือไม่อยู่ในแนว VI ก็กด dislike เมื่อเราเห็นข้อมูลก็อาจจะประเมินได้ขั้นต้นว่า คนนี้กำลัง post ในแนวทางหรือรูปแบบของ VI หรือไม่
โดย
Proxity
เสาร์ ก.ย. 03, 2011 8:20 pm
0
1
Re: อืมไม่น่าเชื่อว่าช่องว่างระหว่างรายได้ของไทย เป็นอันดับ2
ผมคิดว่าหนังสือพิมพ์ลงไม่ครบถ้วนครับ.. ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน คือ Gini Index หรือ Gini Co-effient.. ในย่านนี้ Singapore / Hongkong สูงกว่าไทย ที่สำคัญ สหรัฐ มีค่า Gini Coeff. สูงกว่าไทยเช่นเดียวกัน อีกประการที่อยากชี้ให้เห็นด้วย คือ ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในกรณีของชิลี นี่ไม่ได้เรียกว่าดีนะครับ Economist ลงแบบนี้ทำให้เราเขวได้.. Gini Coeff ของชิลีก็ไม่ได้ดีนัก แปลเป็นภาษาง่ายๆ คือ คนรวยของชิลีมีทรัพย์สินน้อยเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ ไม่มีการลงทุนใหม่ๆ จากกลุ่มทุนภายในประเทศ และต้องพึ่งพาเงินทุนต่างชาติมากเกินไป
โดย
Proxity
เสาร์ ส.ค. 06, 2011 2:46 pm
0
0
Re: เมื่อสถาบันการศึกษาเตรียมเข้าตลาดหุ้น
อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ทำไม เราถึงเชื่อว่า การเอาบริษัทใดๆ เข้าตลาด จะเป็นเหตุให้บริษัทมุ่งกำไรสูงสุดจนกระทั่งละเลยลูกค้า เอารัดเอาเปรียบลูกค้ามากขึ้น บริษัททั่วๆ ไป ทั้งที่อยู่ในตลาดหรือนอกตลาด เขาก็ต้องการกำไรสูงสุดทั้งนั้นแหละครับ ตอนผมเป็นพนักงานบริษัทไม่เคยได้ยิน ผู้บริหารบอกเลยว่า ปีนี้ขอกำไรน้อยๆ จะคืนประโยชน์ให้สังคม..บริษัททุกบริษัทต่างก็เรียกร้องกำไรจากลูกค้าเต็มที่ทั้งนั้น การแข่งขันในตลาดระหว่างคู่แข่งขันต่างๆ นั่นถึงเป็นอำนาจต่อรองของผู้บริโภค ที่จริงแล้ว ผมกลับมองกลับกันด้วยซ้ำ บริษัทที่อยู่ในตลาด ได้สิทธิ์ประโยชน์เรื่องภาษีและต้นทุนการระดมเงิน ทำเท่าเดิมก็ได้กำไรเพิ่มขึ้น ความจำเป็นในการขึ้นราคาน้อยกว่า อีกอย่างบริษัทในตลาดจะต้องรักษาภาพลักษณ์มากกว่าเดิม ต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ
โดย
Proxity
เสาร์ ก.ค. 23, 2011 1:44 am
0
0
Re: 2011 จบครึ่งปีแล้ว อาการเป็นไงกันบ้าง
มูลค่า Port ลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว ราว 20% ครับ.. หลักๆ มาจาก > SCNYL ร่วงจาก ห้าร้อยกว่าไป สามร้อยกว่า..แล้วตัดใจ cut loss ไป...เรียกว่า Cut ไปที่ราคาต่ำเกือบที่สุดเลย > PTL แรกๆ ก็ไม่เข้าใจ เห็นว่าหุ้นดี กำไรดี แต่ราคาร่วงตลอด เป็นเพราะผมไม่เข้าใจ timing ในการลงทุนหุ้นวัฎจักร.. พอได้อ่านบทความของ ดร. เรื่องนี้แล้วถึงตาสว่าง.. ..ถือเป็นค่าวิชา.. :wall: :wall: :wall:
โดย
Proxity
ศุกร์ ก.ค. 01, 2011 11:51 pm
0
0
Re: pak มาแล้ว พฤหัส 16มิย สึ่ทุ่ม moneytalk tnn2
เป็นประโยชน์ดีครับ.... เสียดาย ไม่มี Case Study นะครับ.. ถ้ามีจะช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพมากขึ้น. แต่ก็เข้าใจครับ..เวลาจำกัดเหลือเกิน... หวังว่าจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากคุณ Pak ในโอกาสต่อๆ ไปครับ :D :D :D
โดย
Proxity
เสาร์ มิ.ย. 18, 2011 12:23 pm
0
0
Re: มาตราฐานบัญชีฉบับที่ 40 กับขุมทรัพย์ที่รอการเปิดเผย
ขอบคุณบทความดีๆ ครับ
โดย
Proxity
อังคาร พ.ค. 17, 2011 12:00 pm
0
0
Re: ระหว่าง LTF กับ หุ้น VI
LTF ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของฐานภาษี แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท (มีปรับเปลี่ยน จำได้ปีหนึ่งวิ่งไปถึง 7.5 แสน) อ้างอิง กรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/557.0.html ข้อ 1.5 ครับ
โดย
Proxity
ศุกร์ พ.ค. 06, 2011 1:21 am
0
0
Re: ขอตำแนะนำครับผม
อยากจะช่วยครับ แต่ว่าอ่านคำถามแล้วไม่เข้าใจครับ :wall: ผมว่ายก ตัวอย่างเป็น Case อาจจะช่วยได้มากขึ้น :wink:
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. พ.ค. 05, 2011 3:07 pm
0
0
Re: ระหว่าง LTF กับ หุ้น VI
เรียนถาม ครับ 1.ผมเงินเดือน 3,2000 บาทคำนวนภาษีออกมาแล้วฐานภาษี 10 % เสียประมาณ 4000 บาทต่อปี สามารถซื้อ LTF+RMF ได้เต็มสิทธิ์ ประมาณ 120,000 บาท กับนำเงินส่วนเดียวกันนี้ไปซื้อหุ้น Vi ปันผล + gain ประมาณ 10 % ต่อปี อันไหนคุ้มกว่ากันครับ 2.ช่วยแนะนำกองทุน LTF กับ RMF ที่เปิดใหม่ เน้น Vi ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ คงมีอะไรผิดแล้วกระมังครับ..เงินเดือนเดือนละ 3200 บาท ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี หากเงินเดือน 32,000 บาท ซื้อ LTF ได้ราวๆ 5 หมื่นเท่านั้นครับ ไม่ถึงแสน การซื้อ LTF ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อกองเปิดใหม่ครับ เอากองเก่าที่ผลงานดีดีกว่าครับ
โดย
Proxity
จันทร์ พ.ค. 02, 2011 3:16 pm
0
0
Re: ระหว่าง LTF กับ หุ้น VI
เทียบแบบนี้อาจจะไม่ได้นะครับ เพราะการลดหย่อนภาษีที่ได้ 35% นั้นได้เพียงครั้งเดียว ในปีที่ซื้อ แต่เราจะต้องถือไว้ถึง 5 ปีปฎิทิน หรือประมาณ 3 ปีตามระยะเวลาจริง ดังนั้นการได้ลดหย่อน 35% ใน 3 ปี ก็เท่ากับประมาณ 10.5% ต่อปีเท่านั้นเอง จากตัวอย่างที่ยกมา หากคิดต่อไปจนครบกำหนด 3 ปี จะพบว่าการลงทุนในหุ้นทั้งหมดได้ผลตอบแทนสูงกว่าการทำ LTF เยอะมาก ผมไม่แน่ใจว่าหลักการคำนวณผิดตรงไหนครับ วานอธิบายอีกครั้งครับ ที่ผมยกตัวอย่างนี่ คือ ผลงาน LTF 35% ต่อ 5 ปีปฎิทิน (ผมซื้อเป็นแบบ 70/30 ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่นี่เกือบทุกกองทุนที่ซื้อ) และผลตอบแทนการซื้อหุ้น 100% ก็ต่อรอบ 5 ปีปฎิทินด้วยเช่นกัน (สำหรับผม มันสุงมากแล้ว เพราะว่ากำไรเท่าตัวทุกๆ 5 ปี) แต่เรื่องตัวเลขว่าใครได้เท่าไร ผมไม่ได้มองว่าเป็นสาระสำคัญ เพราะแต่ละคนมี expectation ได้ไม่เท่ากัน แต่ว่าหากว่าหลักการคำนวณ ไม่ถูกต้อง อันนี้ผมกังวลและผมอยากแก้ไขวิธีคิดให้ถูกต้อง
โดย
Proxity
จันทร์ พ.ค. 02, 2011 11:51 am
0
0
Re: ระหว่าง LTF กับ หุ้น VI
จากประสบการณ์ตรงเลยครับ ผมซื้อ LTF ทุกปีตามสิทธิ์แบบเต็มจำนวน บนฐานภาษี 30-37% ปีที่เลวร้ายที่สุดคือ ปี 07 ก่อน Subprime ซื้อกองทุนที่ performance ไม่ค่อยดีนักคือ บัวหลวง LTF ครบ 5 ปี..ยังมีกำไรเลยครับ 21% (ไม่นับเงินคืนจากการลดหย่อน) ส่วนปีที่ดีมากคือ LTF ซื้อปี 08 (ซึ่งยังไม่ครบกำหนด) แต่ตอนนี้กำไรแล้ว 73% (ไม่รวมเงินคืนจากภาษี) โดยกองนี้เป็นกอง 70/30 ด้วยซ้ำ ถ้าเอาเฉลี่ยของผมที่ซื้อมาทุกปี อยู่ที่ 21%-75% แต่ทั่วไปอยู่ราวๆ 35% (นับแต่ปี 04 เป็นต้นมา) ผมบอกคนรู้จักทุกคน ลูกน้องและเพื่อนที่ทำงานทุกคนว่า LTF ได้สิทธิ์เท่าไร ซื้อให้เต็มที่.. ที่จริงผมว่า ลองคำนวณดูก็ได้ครับ สมมติ คุณ Xsutt มีเงินตั้งใจซื้อหุ้น VI 7 แสนบาท LTF ได้ผลตอบแทน 35% และคุณ Xsutt ลงทุนเองได้กำไร 100% > ถ้าซื้อ LTF 5 แสน (ตามสิทธิ์) และซื้อ หุ้น VI 2 แสน+1.5แสน (คืนภาษี) จะได้เงินคืนมา คือ 6.75+7 = 1.375 ล้าน > ถ้าไม่ซื้อ LTF เอาเงินไปซื้อหุ้นลงทุนเอง จะได้เงินคืนมา 1.4 ล้าน กรณีนี้ ส่วนต่างคือ 2.5 หมื่น บนสมมติฐานว่า คุณ xsutt สามารถสร้างผลตอบแทนได้ 100% ผมว่าลองคำนวณดูก็อาจจะช่วยได้ครับ.. ส่วนตัวผม..ผมลงทั้ง LTF และซื้อหุ้นเองด้วย..ไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
โดย
Proxity
จันทร์ พ.ค. 02, 2011 3:44 am
0
0
Re: ระหว่าง LTF กับ หุ้น VI
ไม่ต้องเลือกครับ...ซื้อ LTF แปลว่า ต้นทุนที่คุณซื้อมี MOS ทันที 30% จากเงินคืนภาษีได้คืน แล้วเอาเงิน 30% ที่ได้คืนนี่แหละไปซื้อหุ้น VI ที่ต้องการ โดยถือว่าหุ้น VI ที่ได้มานี่ ได้มาฟรี !
โดย
Proxity
อาทิตย์ พ.ค. 01, 2011 11:23 pm
0
0
Re: ธุรกิจอะไรที่ได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อ
ผมมองว่า ธุรกิจที่มี stock และ stock ไม่เสื่อมค่า ได้ประโยชน์ เช่น - เจ้าของ apartment เพราะเมื่อเงินเฟ้อ ค่าก่อสร้างก็จะสูงขึ้นทำให้คู่แข่งใหม่ไม่สามารถตั้งราคาเท่าเราได้ - เจ้าของเหมืองแร่ / น้ำมัน เพราะสินแร่ที่มีอยู่และยังไม่นำมาใช้จะถูกประเมินค่าใหม่ ตามค่า commodity ที่สูงขึ้น
โดย
Proxity
อาทิตย์ พ.ค. 01, 2011 12:04 am
0
0
Re: การคิดค่าเสื่อมและการตัดจำหน่าย จนทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ
เรื่องค่าเสื่อม มันมีระเบียบการตัดค่าเสื่อมอยู่แล้วนี่ครับว่าจะตัดมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าจะตั้งเอาตามใจชอบได้ ไม่งั้นผู้สอบบัญชีมีปัญหาแน่ๆ ยกตัวอย่าง ครุภัณฑ์ต้องลงเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนซื้ออุปกรณ์ต้องตัด 5 ปีเป็นเส้นตรง ซื้อคำอธิบายและเกณฑ์ก็จะปรากฏในหมายเหตุประกอบงบการเงินเสมอ ทั้งนี้ โดยค่าเสื่อมที่ตัด ไม่ได้เกี่ยวกับเงินสดที่บริษัทมี บริษัทที่เอาค่าเสื่อมไปลงทุนต่อก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ.. หรือ ผมอ่านไม่เข้าใจ ??? :shock:
โดย
Proxity
อาทิตย์ เม.ย. 24, 2011 11:35 pm
0
0
Re: หารายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ย้อนหลังได้จากไหนเหรอครับ
ใน Streaming Pro ยังมีอยู่ครับ ต้องเข้าผ่านหน้า broker ก่อน ไปที่ tab quote ปุ่มขวา บน Fundamental ปุ่มบน major shareholder เมื่อก่อนสามารถเข้าได้โดยตรง เดี่ยวนี้กลายเป็นหน้า secure page ไปแล้ว
โดย
Proxity
อังคาร เม.ย. 19, 2011 2:38 pm
0
0
Re: EPS16YEAR อับเดทงบดุล ปี 31/12/10 เสร็จแล้ว
รบกวนพี่ครรชิตด้วยครับ
[email protected]
โดย
Proxity
อาทิตย์ มี.ค. 06, 2011 7:54 pm
0
0
Re: Price/Rent ของอสังหาฯในไทยเปรียบเทียบกับที่อื่น+แถมพิเศษ
ข้อมูลดี มีสาระและเป็นประโยชน์ครับ :D :D :D
โดย
Proxity
อาทิตย์ ก.พ. 27, 2011 12:15 am
0
0
Re: ตอนนี้ยังมีหุ้นแบบนี้เหลืออีกไหม
KK เข้าข่ายไหมครับ ผมไปดู settrade บอกว่า PE 7.6 P/BV 1.03 Div. 4.9% มี Growth ด้วย
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. ก.พ. 17, 2011 7:24 am
0
0
Re: สรุปงานวิจัยเบื่้องต้นการลงทุนแบบวีไอในรายการมันนี่ทอร์ค
PE กับ ROE ติดลบ ตัดออกไปครับ เพราะแปลว่าบริษัทขาดทุน
โดย
Proxity
จันทร์ ก.พ. 14, 2011 8:38 am
0
0
Re: >>>จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเลือกหุ้นผิด<<<
ผมเชื่อว่า หากเราซื้อหุ้นไปแล้ว ผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เราพอใจ ถือว่าเลือกหุ้นถูกต้องครับ..แม้ว่าราคาไม่ไปไหน นั่นคือ โอกาสให้ซื้อหุ้นเพิ่มครับ ขอให้ผลประกอบการดีขึ้น... แต่ว่า ถ้าซื้อหุ้นไปแล้ว ผลประกอบการดิ่งเหว..อันนี้สิ เรียกว่า ซื้อหุ้นผิด..
โดย
Proxity
จันทร์ ม.ค. 03, 2011 9:37 am
0
0
Re: "แพนเอเชียฯ" เปิดกลยุทธ์ปลดหนี้ ล้มได้ ก็ยืนใหม่ได้
เข้ามาชื่นชมคุณ Kensorat อีกหนึ่งคนครับ.. เรื่องเป็น Investment Company ในการ Turnaround บริษัทฯ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ในการช่วยกันสร้างธุรกิจไทยให้เติบใหญ่และแข็งเรง โดยการแบ่งปันของคนไทยด้วยกัน..ผมเคยอ่านหนังสือพิมพ์ที่เป็นงานวิจัยหรือนวัตกรรมของนิสิตนักศึกษาในการทำเครื่องจักร หรือ วัสดุแปรรูปต่าง บางครั้งยังนึกเลยว่า idea ดีมาก ไม่รู้จะมีคนไปต่อยอดให้สามารถทำเป็นเชิงการค้าได้หรือเปล่า..อย่างเช่นเครื่องหนังปลาตะเพียน ได้ลายเหมือนกับหนังงู หรือโต๊ะเก้าอี้จากแกลบ จากกล่อง UHT (ธุรกิจ recycle UHT ในบราซิลใหญ่มาก ผมเคยผ่านตาจากสารคดี) หากมีคนส่งเสริม ผมว่าเราน่าจะได้ธุรกิจที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น อยากเห็นธุรกิจไทยเติบใหญ่ ต่อสู้กับต่างชาติได้อย่างภาคภูมิเช่นเดียวกันครับ
โดย
Proxity
อาทิตย์ ธ.ค. 12, 2010 6:22 pm
0
0
ปรึกษาเกี่ยวกับ การจัดตั้งกองทุน reit
ถ้ามีพวก REIT ที่ลงทุนต่างประเทศนี่ จะน่าสนใจมากเลย โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ค่าเงินบาทแข็ง..เอาเงินไทยไปซื้อที่ดินต่างประเทศเพื่อเก็บค่าเช่า โดยเฉพาะถ้าเป็น Freehold ..
โดย
Proxity
เสาร์ ต.ค. 16, 2010 2:43 pm
0
0
ไม่มีหัวข้อ
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. ก.ย. 23, 2010 5:13 pm
0
0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว (๑๘ ก.ย.๒๕๕๓) ตอน PTL & BROOK
มาเข้าคิวอีกคนนึง
โดย
Proxity
อังคาร ก.ย. 21, 2010 7:10 am
0
0
ช่างเป็นไปได้
TR : Thai Rayon ปันผลคิดเป็น % ไม่เท่า Spali แน่ๆ ครับ... TR นี่เป็นหนึ่งในบริษัทที่เหนียวปันผลมาก ก ก
โดย
Proxity
เสาร์ ก.ย. 18, 2010 10:56 pm
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
รบกวนขอ v.2007 ครับ
[email protected]
ขอบคุณพี่ครรชิตครับที่แบ่งปัน
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. ก.ย. 16, 2010 7:52 pm
0
0
งบQ2-53!!! ออกหมดแล้วมีตัวไหนงบสวยเป็นพิเศษไหมครับ?
ขอบคุณพี่ครรชิตครับ ;o)
โดย
Proxity
ศุกร์ ส.ค. 20, 2010 7:58 am
0
0
ลงทุนพลาดครับ ตอนนี้กำลังทำอะไรไม่ค่อยถูก ช่วยแนะนำหน่อยครับ
ทำได้หลายมุมครับคุณเจก.. > ถ้าต้องการให้เงินงอกเงย. และซื้อคอนโดเงินสด ผมเอาคอนโดไปกู้ครับ เพื่อเอาเงินไปลงทุน แต่อย่ากู้เต็มจำนวน อาจจะกู้เพื่อตกแต่งก็ได้ จะได้ผ่อนไม่เยอะนัก และมีเงินลงทุนพอสมควร > อยู่ต่อไปซักระยะซัก 3-5 ปี เพื่อตัดค่าเสื่อมราคาบรรดาค่าตกแต่ง เหมือนหลักการทางบัญชี พอครบ 5 ปี เราก็มองว่าค่าตกแต่งที่ลงไป เราได้ใช้คุ้มค่าตามสมควร > การย้าย Condo เหมือนย้ายงานแหละครับ..ทุกๆ ที่มีปัญหาทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราอยู่แล้วทำให้เรารู้สึกดีก็อยู่ ถ้าไม่ก็ต้องหาวิธีแก้ไข แต่ว่าต้องพิจารณาจากความต้องการของเราจริงๆ ไม่ใช่จากคำชี้นำของเพื่อน หรือคนอื่นครับ ด้วยความเคารพครับ
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. ส.ค. 19, 2010 11:00 am
0
0
งบQ2-53!!! ออกหมดแล้วมีตัวไหนคิดว่าไม่ดีในสายตาคุณ?
กลุ่มโรงแรม ไม่ดีหมดเลยครับ
โดย
Proxity
พฤหัสฯ. ส.ค. 19, 2010 10:53 am
0
0
งบQ2-53!!! ออกหมดแล้วมีตัวไหนงบสวยเป็นพิเศษไหมครับ?
รบกวนพี่ครรชิตครับ สมมติว่า ต้องการเรียง PEAR จากต่ำไปสูง 20 อันดับแรก โดยที่ กำไร Q2FY10 > Q1 FY09 และ Q2FY10>Q2FY09 และ 6mthFY10 > 6 mthFY09 หน้าตาจะเปลี่ยนไปมากหรือเปล่าครับ ??? :?: :?: :?:
โดย
Proxity
พุธ ส.ค. 18, 2010 5:57 pm
0
0
งบQ2-53!!! ออกหมดแล้วมีตัวไหนงบสวยเป็นพิเศษไหมครับ?
ขอบคุณพี่ครรชิตครับ.. เป็น sheet แบบที่อยากได้เป๊ะๆ เลย.. :lol: :lol: :lol:
โดย
Proxity
พุธ ส.ค. 18, 2010 5:53 pm
0
0
ทำบุญอย่างไรดีครับ
ไม่อยาก..ให้เริ่มต้นว่า ทำบุญเลยครับ เพราะจะจำกัดแนวคิดการใช้เงิน... จะอยู่ในแนวของการบริจาคเสียเปล่าๆ (เริ่มเลยผมก็ผ่านหัวข้อนี้ไป เพราะคำว่าทำบุญเนี่ยแหละครับ) ผมมองว่า เราเริ่มด้วยการนำเงินกองทุนไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชุน ThaiVi และสังคม การทำบุญหรือบริจาคเงินแก่มูลนิธิต่างๆ ผมคิดว่า หลายๆ คนทำอยู่แล้ว และหลายๆ องค์กรก็สามารถทำได้อย่างยั่งยืนด้วย ดังนั้นหากเราจะสร้างประโยชน์ ผมมองเหมือนหลายๆ ท่านในที่นี้คือ เราควรจะ > สร้างประโยชน์ต่อสังคม > สร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน > อย่างน้อยตัวกองทุนนั้นพอเพียงเลี้ยงตัวเองได้ด้วย Self Dependable เพื่อที่จะมีรายรับและทำให้สามารถนำไปจ่ายได้อย่างยั่งยืน > สอนคนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องในการลงทุน ในการบริหารเงินทุน > สอนคนให้จับปลา ไม่ใช่เอาปลาไปให้เขากิน และแบ่งปันต่อชุมชุนและสังคม เช่นเดียวกับ ThaiVI ที่มีจุดยืนในการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน ผมเข้าใจว่า เงินกองทุนได้มาจากการทำสัมมนาสร้างความรู้แก่สมาชิก และน่าจะใช้เพื่อประโยชน์ในการสร้างความรู้ต่อสังคม การนำเงินไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนสไตล์ VI เป็นสิ่งที่พิสูจน์แนวคิดการลงทุนต่อสังคมได้ แต่ปัญหา คือ การคัดเลือกและการจัดการ ซึ่งจะทำให้คนบริหาร ทะเลาะกันได้ง่ายๆ (คือ คิดถูกต้อง แต่ว่าสไตล์ลงทุนต่างกัน และมอง time frame ต่างกัน) เลยยังไม่อยากให้ไปลงทุนตอนนี้ จนกว่าเราจะสามารถมั่นใจว่า มีระบบระเบียบในการลงทุนแน่นอน โดยไม่ขึ้นกับสไตล์ของบุคคล การนำเงินไปต่อยอดโปรแกรมพี่ครรชิต เป็นเรือ่งที่อยากให้เกิดมากที่สุดตอนนี้ ทั้งนี้เพราะ > สนับสนุนแนวคิดการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน > สร้างเสริมผลิตภัณฑ์จากคนไทย ให้มีการต่อยอดได้ ไม่ต้องพึ่งสินค้าต่างประเทศ > ตัวโปรแกรมเองถือเป็นแหล่งข้อมูลการลงทุนชั้นดี มีข้อมูลครบถ้วน ไม่ว่าจะรายได้บริษัท รายชื่อผู้ถือหุ้น งบการเงิน ROE / ROA และค่าต่างๆ ที่ใช้ในการลงทุนพื้นฐาน เป็น Master Library ที่ดีที่สุดอันหนึ่งในปัจจุบัน โดยการต่อยอดที่ผมเห็นคือ ยังขาดเรื่องราคารายวันที่ต้องทำกันเอง การเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหารในช่วงเวลาต่างๆ ท้ายสุด..ต้องขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ชุมชน ThaiVI สร้างประโยขน์ต่อสังคม และเปิดโอกาสในสมาชิกได้ร่วมแชร์ Idea ครับ ;o)
โดย
Proxity
พุธ ส.ค. 11, 2010 9:03 pm
0
0
เด็กเลี้ยงแกะมาแว้ว (๗ส.ค.๒๕๕๓) ภาค ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
รายเล็ก / รายใหญ่ ไงครับ
โดย
Proxity
พุธ ส.ค. 11, 2010 3:52 pm
0
0
126 โพสต์
of 3
ต่อไป
ชื่อล็อกอิน:
Proxity
ระดับ:
Verified User
กลุ่ม:
สมาชิก
ที่อยู่:
Bangkok, Thailand
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
พุธ พ.ย. 23, 2005 10:06 pm
ใช้งานล่าสุด:
เสาร์ มิ.ย. 19, 2021 4:19 pm
โพสต์ทั้งหมด:
322 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.02% จากโพสทั้งหมด / 0.05 ข้อความต่อวัน)
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว