หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
Tsurumi
Joined: พฤหัสฯ. ส.ค. 05, 2010 9:59 pm
268
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - Tsurumi
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
Re: ดูยังไงถึงรู้ว่าเซเว่นไหนเป็นเฟรนซาย
[quote="CONNICHIWA"]ไปสืบข้อมูลมาให้แล้วครับ ปรากฏว่าให้ดูรหัสที่บัตรพนักงานขายครับ ถ้าเป็นเฟรนชาย รหัสที่บัตรจะขึ้นต้นด้วย รหัสที่ตรงกับที่หน้าร้าน แล้วรันไปตามจำนวนพนักงานครับ ตัวอย่าง รหัสร้าน B0063 รหัสพนักงาน 006301,006302,006303 ........................ [/quote] ขอบคุณ คุณ connichiwa ที่อุตส่าห์ไปหามาให้พวกเรา
โดย
Tsurumi
จันทร์ ต.ค. 21, 2013 12:23 pm
0
0
Re: ดูยังไงถึงรู้ว่าเซเว่นไหนเป็นเฟรนซาย
[quote="CONNICHIWA"]ให้ดูที่หน้าร้านนะครับจะมีรายละเอียดบอกไว้ครับ :oops:[/quote] หน้าร้านแตกต่างกันอย่างไรครับ
โดย
Tsurumi
จันทร์ ก.ย. 30, 2013 9:09 pm
0
0
Re: ไม่ทราบว่าจะดูงบการเงินย้อนหลังที่มากกว่า 5 ปีได้ที่ใดคร
ขอบคุณมากครับ ถ้าเราจะดูยอด volume analysis ที่แสดงจำนวนหุ้นที่ซื้อขายแต่ละบริษัทสำหรับแต่ละราคา จะดูได้ที่ใหนครับ
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. ธ.ค. 13, 2012 11:06 am
0
0
Re: ทำบุญ หรือตอบแทนสังคมกันอย่างไรบ้าง
Credit to: http://www.oknation.net/blog/print.php?id=254020 [color=#004000 ]ในทางพระพุทธศาสนา การทำบุญมีด้วยกัน 10 วิธี เรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ 10” หรือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ 10 ประการ ได้แก่ [/color] ในทางพระพุทธศาสนา การทำบุญมีด้วยกัน 10 วิธี เรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ 10” หรือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ 10 ประการ ได้แก่ 1. ให้ทาน หรือ ทานมัย อัน หมายถึง การให้ การสละ หรือการเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด และไม่ว่าจะให้แก่ใครก็ถือเป็นบุญทั้งสิ้น เพราะการให้ทานเป็นการลดความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ถี่เหนียว และความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง ทำให้เราไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของ อีกทั้งสิ่งที่เราบริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่นก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับ และสังคมโดยส่วนรวม การให้ทานนี้อยู่ที่ไหนๆ ก็ทำได้ และไม่จำเป็นต้องเงิน เช่น การแบ่งของกินให้กับแม่บ้านที่ทำงาน หรือยาม เป็นต้น ข้อสำคัญ สิ่งที่บริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่น ควรเป็นสิ่งยังใช้ได้ มิใช่เป็นการกำจัดของเหลือใช้ที่หมดอายุ หมดคุณภาพให้ผู้อื่น ผลการให้ทานดังกล่าวจะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความปีติอิ่มเอิบใจ 2. รักษาศีล หรือ สีลมัย คำว่า ศีล หมายถึง ข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนา ที่กำหนดการปฏิบัติทางกายและวาจา เช่น ศีล 5 ศีล 8 หรืออาจจะหมายถึงการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย การรักษาศีล เป็นการฝึกฝนมิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการลด ละ เลิกความชั่ว มุ่งให้กระทำความดี อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต มิให้ตกต่ำลง เช่น ไม่ไปเป็นชู้เป็นกิ๊กกับใครที่ทำงาน ทำให้ครอบครัวเขาไม่แตกแยก เป็นแม่ค้าไม่โกหกหลอกขายของไม่ดีแก่ลูกค้า เป็นพ่อบ้านไม่กินเหล้าเมายา ทำให้ลูกเมียมีความสุข เพื่อนบ้านก็สุข เพราะไม่ต้องทนฟังเสียงรบกวน จากการทะเลาะวิวาทกัน เหล่านี้ล้วนเป็นการรักษาศีล และเป็นหนึ่งในการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผลบุญข้อนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนเยือกเย็น สุขุมด้วย 3. เจริญภาวนา หรือภาวนามัย เป็นการทำบุญอีกรูปแบบ ที่มุ่งพัฒนาจิตใจและปัญญา ทำให้จิตใจสงบ เห็นคุณค่าสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ซึ่งในข้อนี้หลายคนอาจจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น นั่งสมาธิ วิปัสสนา แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินกำลัง ดังนั้น อาจจะทำง่ายๆ ด้วยวิธีการสวดมนต์เป็นคาถาสั้นๆ บูชาพระที่เราเคารพบูชาก่อนนอนทุกคืน เช่น คาถาพระพุทธเจ้าชนะมาร คาถาหลวงปู่ทวด เป็นต้น การสวดมนต์เป็นประจำ อย่างน้อยก็เป็นการน้อมนำจิตใจของเรา ไปสู่สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิต เป็นการเตือนสติให้เรายึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติชอบ ตามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือ และผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดปัญญาแก่ผู้ปฏิบัติ 4. การอ่อนน้อมถ่อมตน หรือ อปจายนมัย หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า การประพฤติตนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จะถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ก็เพราะว่าการอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ว่าจะเป็นผู้น้อยประพฤติต่อผู้ใหญ่ และการที่ผู้ใหญ่แสดงตอบด้วยความเมตตา หรือการอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม รวมถึงการให้เกียรติ ให้ความเคารพต่อความคิด ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติของบุคคล หรือสังคมอื่นที่แตกต่างจากเรานั้น เป็นการลดความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนของเรา ช่วยให้สังคมทุกระดับเกิดความเข้าใจต่อกัน และช่วยให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุข จึงถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดความเมตตาต่อกัน 5. การช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบ หรือไวยาวัจจมัย พูดง่ายๆ ว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สังคมรอบข้าง ในการทำกิจกรรมความดีต่างๆ เช่น ช่วยพ่อแม่ค้าขายไม่นิ่งดูดาย ช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้เพื่อนบ้าน ยามที่เขาต้องไปธุระต่างจังหวัด ช่วยงานเพื่อนที่ทำงานให้แล้วเสร็จทันเวลา ให้กำลังใจแก่เพื่อนที่มีความทุกข์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบุญอีกแบบหนึ่ง และผลบุญในข้อนี้ก็จะช่วยให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นด้วย 6. การให้ผู้อื่นมาร่วมทำบุญกับเรา หรือ ปัตติทานมัย กล่าวคือ ไม่ว่าจะทำบุญอะไร ก็เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาร่วมทำบุญด้วย ไม่ขี้เหนียว หรืองกบุญเพราะอยากได้บุญใหญ่ไว้คนเดียว เช่น จะทำบุญสร้างระฆัง ก็ให้คนอื่นได้ร่วมสร้างด้วย ไม่คิดจะทำเพียงคนเดียว เพราะคิดว่าทำบุญระฆัง จะได้กุศลกลายเป็นคนเด่นคนดัง เลยอยากดังเดี่ยว ไม่อยากให้ใครมาร่วมด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้คนอื่นมาร่วมทำงาน ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมไปถึงการทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ถือเป็นการทำบุญในข้อนี้ด้วย ผลบุญดังกล่าว จะช่วยให้เราเป็นคนใจกว้าง และปราศจากอคติต่างๆ เพราะพร้อมเปิดใจรับผู้อื่น 7. การอนุโมทนาส่วนบุญ หรือ ปัตตานุโมทนามัย คือ การยอมรับหรือยินดีในการทำความดีหรือทำบุญของผู้อื่น เมื่อใครไปทำบุญมาก็รู้สึกชื่นชมยินดีไปด้วย โดยไม่คิดอิจฉาหรือระแวงสงสัยในการทำความดีของผู้อื่น เช่น เพื่อนเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานมา ก็ร่วมอนุโมทนา ที่เขามีโอกาสได้ไปทำบุญ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่อิจฉาเขา แม้เราไม่ได้ไป ก็อย่าไปคิดอกุศลว่า เขาได้ไปเพราะชู้รักออกเงินให้ เป็นต้น การไม่คิดในแง่ร้าย จะทำให้เรามีจิตใจไม่เศร้าหมอง แต่จะแช่มชื่นอยู่เสมอ เพราะได้ยินดีกับกุศลผลบุญต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แม้จะมิได้ทำเองโดยตรงก็ตาม 8. การฟังธรรม หรือ ธรรมสวนมัย การฟังธรรม จะทำให้เราได้ฟังเรื่องที่ดี มีประโยชน์ทั้งต่อสติปัญญา และการดำเนินชีวิต ซึ่งการฟังธรรมนี้ ไม่จำเป็นต้องไปฟังที่วัด หรือจากพระท่านโดยตรง แต่อาจจะฟังจากเทป ซีดี หรือเป็นการฟังจากผู้รู้ต่างๆ และธรรมในที่นี้ ก็มิได้หมายถึงแต่เฉพาะหลักธรรม ในทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงเรื่องจริง เรื่องดีๆ ที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้และปัญญา ผลบุญข้อนี้จะทำให้ผู้ฟังเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งขึ้น 9. การแสดงธรรม หรือ ธรรมเทศนามัย คือการให้ธรรมะหรือข้อคิดที่ดีๆ แก่ผู้อื่น ด้วยการนำธรรมะหรือเรื่องดีๆ ที่เป็นประโยชน์ไปบอกต่อ หรือให้คำแนะนำให้เขาได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตที่ดี เช่น สอนวิธีการทำงานให้ แนะหลักธรรมที่ดีที่เราได้ยินได้ฟังมา และปฏิบัติได้ผลแก่เพื่อนๆ เป็นต้น ผลบุญในข้อนี้ นอกจากจะทำให้ผู้อื่นได้รับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังทำให้ผู้บอกกล่าวได้รับการยกย่องสรรเสริญอีกด้วย 10. การทำความเห็นให้ถูกต้อง เหมาะสม หรือ ทิฏฐุชุกรรม คือ การไม่ถือทิฐิ เอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ แต่ให้รู้จักแก้ไข ปรับปรุงพัฒนาความคิดเห็น และความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้ถูกต้องตามธรรมอยู่เสมอ หรือจะพูดง่ายๆ ว่า ให้คิดและประพฤติตนให้ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรมก็ได้ ซึ่งข้อนี้แม้จะเป็นข้อสุดท้ายแต่ก็สำคัญยิ่ง เพราะไม่ว่าจะทำบุญใดทั้ง 9 ข้อที่กล่าวมา หากมิได้ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม การทำบุญนั้นก็ไม่บริสุทธิ์ และให้ผลได้ไม่เต็มที่ ดังจะได้กล่าวถึงเกณฑ์การวัดบุญต่อไป สำหรับการทำบุญ ที่จะให้ได้ผลบุญมากหรือน้อยนั้น มีหลักเกณฑ์อยู่ 3 ประการคือ 1.ผู้รับ จะต้องเป็นผู้มีศีล มีคุณธรรมความดี แต่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระสงฆ์ หรือนักบวช จะเป็นคนทั่วไปก็ได้ ถ้าผู้รับดี ผู้ทำก็ได้บุญมาก หากผู้รับไม่ดี ก็อาจจะทำให้เราได้บุญน้อย เพราะเขาอาจอาศัยผลบุญของเรา ไปทำชั่วได้ เช่น ให้เงินช่วยเหลือเพื่อนๆ กลับเอาไปปล่อยกู้ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นต้น 2.วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์หรือได้มาโดยสุจริต เป็นของที่เหมาะและมีประโยชน์ต่อผู้รับ เช่น ให้เสื้อผ้าของเล่นแก่เด็กกำพร้า เป็นต้น ของที่ให้ดีผู้ทำก็ได้บุญมาก หากได้มาโดยทุจริต แม้จะเอาไปทำบุญก็ได้บุญน้อย 3.ผู้ให้ ต้องมีศีลมีธรรมและมีเจตนาที่เป็นบุญกุศลในการทำ จึงจะได้บุญมาก นอกจากนี้ เจตนาหรือจิตใจในขณะทำบุญ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญกล่าวคือ ก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ หากผู้ให้มีความตั้งใจดี ตั้งใจทำ เมื่อทำแล้วก็เบิกบานใจ คิดถึงบุญกุศลที่ได้ทำเมื่อใด จิตใจก็ผ่องใสเมื่อนั้น เช่นนี้ก็จะทำให้ผู้ทำได้บุญมาก ถ้าไม่รู้สึกเช่นนั้น บุญก็ลดน้อยถอยลงตามเจตนา ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า ใครก็ตามแม้จะไม่มีโอกาส “ให้ทาน” อันเป็นการทำบุญที่ง่าย และเป็นรูปธรรมที่สุด แต่เราทุกคนก็สามารถเลือกทำบุญในลักษณะอื่นๆ ได้อีกถึง 9 วิธี และเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เช่น การอ่อนน้อมถ่อมตน การช่วยเหลือแนะนำน้องๆ ที่ทำงาน การไม่ถือทิฐิหรือดื้อหัวชนฝา การร่วมยินดีกับการทำบุญของเพื่อน เป็นต้น เพียงแค่นี้ก็เห็นผลทันตาแล้ว คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้ผู้ใหญ่เมตตาต่อเรา การช่วยเหลือเพื่อนฝูงทำให้ไปไหนเพื่อนๆ ก็รักใคร่ ยินดีต้อนรับ ดังนั้น เริ่มต้นทำ “บุญ” เมื่อใด บุญก็ส่งให้เห็น “ผล”เ มื่อนั้น ***สาระส่วนหนึ่งนำมาจากหนังสือ “ฉลาดทำบุญ” โดยเครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย ขอขอบคุณข้อมูลข่าว : อมรรัตน์ เทพกำปนาท กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
โดย
Tsurumi
อังคาร ธ.ค. 11, 2012 6:46 pm
0
3
Re: นอกจากปฏิบัติธรรมที่บ้านมีที่ไหนอีกบ้างคับ
ขอส่งใจช่วยครับ อยากแบ่งปันประสบการณ์แต่ จขกท. ควรระบุแน่ชัดนิดหนึ่งว่า ต้องการสถานที่แบบใหน ร่มเย็น กว้างขวาง มีพระอาจารย์แนะนำใกล้ชิดเพราะยังใหม่ หรือ อยากช่วยชาวบ้านด้วย เพราะหลักในการทำจิตให้เข้มแข็งและสงบได้นั้นมันทำใด้ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าขับรถ จ้อกกิ้ง ขี่จักรยาน หรือหนีอันตราย
โดย
Tsurumi
อังคาร ธ.ค. 11, 2012 6:38 pm
0
0
Re: พี่ๆ คนไหนเคยไป Work&Travel หรือ Intern ที่ต่างประเทศไหม
ผมไม่รู้จักเอเย่นซี่ แต่น่าจะลองเขียนเมล์ไปถามบริษัทใหญ่ในยุโรปโดยตรง ไม่ลองไม่รู้ว่า รับพวกฝึกงานใหม ปรกติบริษัทอินเตอร์ในยูโรปจะมีตำแหน่งนี้ให้อยู่แล้ว ถาม criteria เขาเบื้องต้นก่อน พอรู้ว่าระเบียบเป็นยังไงทำตามได้ใหม ค่อยสมัครเป็นทางการ ไม่ต้องพูดภาษาเขาก็ได้ เอาอังกฤษไว้ก่อน ถ้าผ่านเอเย่นซี่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและไม่สนุกเท่ากับหามาได้ด้วยตัวเอง ความมั่นใจจะไหลมาเทมา ผมว่า เขียนเมล์ไปสักห้าสิบ (50) บริษัทนี่น่าจะทำได้ ไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว
โดย
Tsurumi
อังคาร ธ.ค. 11, 2012 6:27 pm
0
0
Re: จบตรีแล้วควรเรียนต่อโท หรือทำงานดีกว่ากันครับ
มีหลายมุมมองของคนรอบตัวครับ เอาตัวอย่างเดียวก่อน ถ้าไปสัมภาษณ์งานก็จะถูกถามว่า เอ ผมดูประวัติคุณแล้วไม่ได้ทำงานหรือเรียนต่อเลย แต่เวลามันหายไปสองปี คุณไปทำอะไรมาครับ ตอบ ผมไปเที่ยวหาประสบการณ์มาครับ เพราะเรียนเครียดเลยไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ถาม เอ คุณไม่ค่อยจริงจังกับชีวิตเลย แผน/ธงในชีวิตคุณคืออะรกันแน่ เบื่อไม่มั่นใจก็หยุด ลองเล่าให้ฟังหน่อยซิ ฯลฯหลายๆคำถามก็จะตามมา ถ้าไม่อยากให้คนอื่นถาม ก็ถามตัวเองก่อนดีทีสุดเมื่อรู้คำตอบแล้ว ก็จะไม่กลัวคำถามเหล่านั้นตลอดชีวิต
โดย
Tsurumi
อังคาร ธ.ค. 11, 2012 6:18 pm
0
0
Re: งานอดิเรก
จักรยานเสือภูเขาครับ ปั่นกินลม ชมวิว ไปเรื่อยๆ ผ่อนคลาย สบายใจ แถมยังได้ออกกำลังกายอีก คุณปั่นที่ไหนครับ ตอนเด็กๆผมก็เคยปั่น ช่วงนี้อยากกลับมาปั่นอีก.... ปั่นจักรยานครับ แบบทัีวร์ริ่ง ไปไกลๆ หลายๆกิโลค่อยกลับ และปลูกต้นไม้ที่เรากินลูกมันได้
โดย
Tsurumi
อังคาร ธ.ค. 11, 2012 6:06 pm
0
0
Re: S & P ออก Rating ผิด ถูกศาลออกซี่ตัดสินให้ใช้เงินทดแทน
ศาลออสเตรเลียตัดสิน S&Pให้เรทติ้งสูงเกินจริง โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน ศาลออสเตรเลียตัดสิน S&Pให้เรทติ้งสูงเกินจริง ศาลรัฐบาลกลางของออสเตรเลีย ตัดสินคดีประวัติศาสตร์ โดยระบุว่า บริษัทสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิด ด้วยการให้อันดับ ความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดแก่ตราสารอนุพันธ์ที่สูญเสียมูลค่าไปเกือบหมดก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 2551 กรณีดังกล่าวในออสเตรเลีย นับเป็นครั้งแรกที่ S&P ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อน ซึ่งถูกระบุว่า เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดวิกฤติ และอาจจะทำให้เกิดการฟ้องร้องคดีในอนาคตทั่วโลก ผู้พิพากษาเจย์น จาก็อท กล่าวว่า S&P และเอบีเอ็น แอมโร หลอกลวงกลุ่มบุคคลในออสเตรเลีย 12 กลุ่ม ซึ่งซื้อตราสาร constant proportion debt obligations หรือ CPDO ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA โดยกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ได้รับการรับรองว่าตราสารที่เรียกว่า "Rembrandt" ที่ซื้อจากสำนักงานบริการทางการเงินของรัฐบาลท้องถิ่นออสเตรเลีย (LGFS) ในปลายปี 2549 มีโอกาสไม่ถึง 1% ที่จะผิดนัดชำระหนี้ แต่ในเวลาเพียง 6 เดือนต่อมา ตราสารเหล่านี้ ก็ผิดนัดชำระหนี้ และกลุ่มบุคคลดังกล่าว ขาดทุน 16 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (16.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือ 90% ของเงินทุนที่ได้ลงทุนไป ผู้พิพากษา กล่าวว่า การที่ S&P ให้อันดับ AAA แก่ตราสาร CPDO ที่เรียกว่า Rembrandt เป็นการสร้างความเข้าใจผิด และหลอกหลวง ทั้งยังรวมถึงการเผยแพร่ข้อมูล หรือข้อความที่ผิดพลาดในเอกสารข้อมูล และเกี่ยวข้องกับการแสดงเจตนาหลอกหลวงแก่กลุ่มผู้ที่มีโอกาสลงทุนในออสเตรเลียด้วย เอบีเอ็น แอมโร มีส่วนรับรู้กับการทำผิดบทบัญญัติแห่งกฎหมายในเรื่องการสร้างความเข้าใจผิด และพฤติกรรมที่หลอกลวงของ S&P นอกจากนี้ LGFS ยังละเลยและมีความผิดในพฤติกรรมที่สร้างความเข้าใจผิด และหลอกลวง เนื่องจากไม่ได้เปิดเผยความเสี่ยงทั้งหมดและถูกต้องต่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ผู้พิพากษาตัดสินให้กลุ่มบุคคล 12 กลุ่มในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ได้รับเงินชดเชย จากผลขาดทุนและความเสียหายเป็นจำนวนทั้งสิ้น 30 ล้านดอลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่ S&P แถลงว่า บริษัทมีแผนจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้ http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/global/20121108/477104/ศาลออสเตรเลียตัดสิน-S&Pให้เรทติ้งสูงเกินจริง.html
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. พ.ย. 08, 2012 7:31 am
0
0
Re: วิธีการโพส youtube ในกระทู้ [เชิญทดสอบครับ]
ทดลองฝากไฟล์ youtube bOPyeaTxVRk
โดย
Tsurumi
จันทร์ ต.ค. 15, 2012 7:52 am
0
0
Re: วิธีการโพสไฟล์ในกระทู้ [ เชิญทดลองในกระทู้นี้ได้เลยครับ
เข้ามาลองฝากไฟล์ครับ รูปขนาด6400 x 480 Coconut Bkk 640x480(Small).jpg รูปขนาด 800 x 600 Coconut Bkk 800x600(Medium).jpg
โดย
Tsurumi
จันทร์ ต.ค. 15, 2012 7:46 am
0
0
Re: TRT Company visit ของเลื่อนวันไป จาก 8 ต.ค. เป็น 11 ต.ค.
ยังพอว่างใหมครับอีกหนึ่งคน ถ้ารถว่างไปกับรถ ถ้ารถไม่ว่างก็จะไปเจอที่บริษัทที่บางปู ยังไปได้ครับ และรถบริษัทยังมีที่ว่างครับ ทีมงานจอง 1 ที่ ไปกับรถบริษัท ให้คุณ Tsurumi ครับ ขอบพระคุณมากครับ เจอกัน 11/10/12 ครับ
โดย
Tsurumi
จันทร์ ต.ค. 08, 2012 4:23 pm
0
0
Re: TRT Company visit ของเลื่อนวันไป จาก 8 ต.ค. เป็น 11 ต.ค.
ทีมงาน company visit ขอประกาศเลื่อนวัน TRT company visit บจม. ถิรไทย ประสงค์จะขอเลื่อนวัน company visit จากวันจันทร์ที่ 8 ต.ค. เป็น วันพฤหัสที่ 11 ต.ค. จึงเรียนมาเพื่อทราบ ทีมงาน Thai VI Company Visit ยังพอว่างใหมครับอีกหนึ่งคน ถ้ารถว่างไปกับรถ ถ้ารถไม่ว่างก็จะไปเจอที่บริษัทที่บางปู
โดย
Tsurumi
อาทิตย์ ต.ค. 07, 2012 12:38 pm
0
0
Re: +จะโพสรูปต้องทำอย่างไรครับ+
[URL=http://i.picoodle.com/079jfxm5][img]http://img15.picoodle.com/i5a6/kintaro/10sr_1b1_ucxfs.jpg[/img] Uploaded at Picoodle.com [/url]
โดย
Tsurumi
เสาร์ ต.ค. 06, 2012 1:25 pm
0
0
Re: ฟรี ! แบ่งปันสรุปหุ้นรายตัว ย้อนหลัง 15 ปี ง่าย
ขอไฟล์สรุปรายตัวย้อนหลัง 15 ปีด้วยครับ
[email protected]
ขอบคุณครับ
โดย
Tsurumi
อาทิตย์ ก.ย. 30, 2012 5:39 pm
0
0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
ผมจะปั่นทัวริ่งเข้า เขมรครับ มีเพื่อนๆ พี่ๆี่ออกทริบตรงกันและในเส้นทางเดียวกัน / ใกล้กันมีบ้างใหมครับ 1. เส้นทาง กทม-อรัญฯ น่าจะเ้ป็นรถไฟ จากนั้น ปอยเปต-ศรีโสภณ-เสียมราฐ ขากลับทางเดิม หรือไม่ก็ลงสีหนุวิลล์ (ขึ้นอยู่กับเวลาว่า ว่างไปถึงใหน) 2. เวลา อังคารที่ 25/9 - อาทิตย์ที่ 30/9 (ถ้าต่อ สีหนุวิลล์/เกาะกง ต้องมีเพิ่มอีก 4-5 วัน)
โดย
Tsurumi
อังคาร ก.ย. 18, 2012 9:01 am
0
1
Re: VI เยอรมัน (VI in Deutschland)
ผมไม่ได้อยู่ในD. แล้วครับระยะหลังไปบ่อยก็เรื่องงาน คุณ VIM จะย้ายไปที่ PLZใหนหรือครับ เผื่อเข้าใกล้อาจได้เจอกันครับ
โดย
Tsurumi
อาทิตย์ ก.ย. 02, 2012 7:14 pm
0
0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
คุณ Jverakul ครับ ผมไม่มีความรู้เรื่องจักรยานเลย เพียงแต่พอซ่อมได้ เปลี่ยน/ปะยางได้ ต้องให้เครดิตเว็บจักรยานทั้งหลายซึ่งมีมากปัจจุบันนี้ ที่ผมเคยแวะบ่อยก็เป็น www.thaimtb.com & www.bikeloves.com วิธีเลือกขนาดจักรยาน http://www.bikeloves.com/trick/trick01.shtml วิธีตัดสินใจจะเอาชนิดใหน http://www.bikeloves.com/trick/trick02.shtml ร้านจักรยาน หรือ มือสองนำเข้าจากญี่ปุ่นก็ดูจากเว็บทั้งสองได้ คันของผมได้รับมรดกมาเมื่อสิบห้าปีก่อนเป็น Flamingo เหล็กหนักประมาณ 19 kg รุ่นทนแดดทนฝน เจ้าของเดิมเคยปั่นรอบภาคเหนือและบางส่วนอิสานมาก่อน ผมก็จะซื้อใหม่ เป็นมือสอง แต่ขอทดสอบตัวเองก่อนว่า ชอบหรือใช้ประเภทใหน แต่ก็เพื่อออกกำลังกายทางไกล เพื่อสมาธิ ตามความจริงที่ว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ต้องดำเนินการเอง จักรยานก็เหมือนนาฬิกา หรือ รถยนต์ คือ มันบอกเวลาได้ตรงเกือบทุกยี่ห้อ รถยนต์ก็ไปถึงจุดหมายทั้งนั้นไม่ว่า นิสสันหรือ เฟอรารี่ ประเด็นนี้จึงแนะกันยากหรือไม่ได้เลย เรื่องเสื้อผ้า: ส่วนตัวผมแล้วใส่ธรรมดาเหมือนปรกติ ไม่มีชุดจักรยาน เพราะเดินเข้าตลาดใหนก็ไม่มีใครมองรู้ออก ผมใช้กางเกงขาสั้นแบบผ้าร่ม มีซับใน (ตอนนี้หาซื้อยาก) รองเท้ากิฬาทั่วไปแต่เอาแบบพื้นแข็ง นิ่มไม่เหมาะ เสื้อก็ผ้าฝ้าย 100% ส่วนเสื้อในขอเป็นที่ไม่ดูดซับเหงื่อ ถ้ามันหาไม่ได้ก็ขอเป็นค็อตตอน 100% แบบบางแห้งเร็ว จักรยานไปกับเหงื่อและกลิ่นตัว ที่ถูกต้องควรเป็นเสื่อที่เปียกเหงื่อแล้วแห้งเร็ว ถ้าเสื้อไม่โปร่ง หรือซับน้ำเหงื่อมากทั้งวันอาจไม่สบายได้ หมวกจักรยานราคา 600-1500 ก็เยี่ยมแล้ว ต่างจากหมวกมอร์ไซส์คือ มันโปร่งลมทะลุถึงหนังหัวและเบามาก เหงื่อหัวไม่ออกมาก ถุงมือและปลอกแขนต้องมี เรื่องเครื่องแต่งตัวนี้ถ้าเรามองเป็น “เครื่องกิฬา” แล้วราคาสูงมาก ส่วนเครื่องใช้จำเป็นในการเดินทางนั้น ตอบได้ชัดเจนเลยว่า มีสามระดับ 1. ไปแบบไม่พบผู้คน ไม่มีน้ำให้กิน ไม่มี่ที่ให้นอน เหมือนกับบุกเขาใหญ่ในป่าคนเดียว เราก็ต้องเอาหม้อข้าว แปลนอนไปด้วย 2. ไประยะทางแบบกลางๆคือ ขอนอนรีสอร์ท แต่ทำกับข้าวเองข้างริมห้วย ก็ต้องจัดสัมภาระให้เหมาะ 3. ไปแบบสะบายๆอย่างที่ผมไปเอาของไปน้อยที่สุดไม่ควรเกินสามกิโล ชุดชั้นในสี่ชุด(งวดที่ผ่านมาทำผิด เอาไปน้อย ตากแดดแห้งไม่ทัน ต้องซื้อเพิ่มกลางทริป) แว่นกันแดดจักรยาน แว่นดำธรรมดาไม่ดีนัก เพราะฝุ่นและลมเข้าเหนือตาและหางตา และบัตรเอทีเอ็มหนึ่งใบ ซื้อน้ำขวด/กินก๋วยเตี๋ยวหรือผลไม้มื้อเที่ยงได้ทุกหมู่บ้าน เย็นก็หารีสอร์ตราคาไม่เกินสองร้อย(พัดลม) สี่ร้อย(แอร์) ส่วนที่ประหยัดได้ก็เอาไปนวดเท้าบ้าง เพราะเราเจอหมู่บ้านไม่เกินทุกห้ากิโล เรื่องนอนเรื่องใหญ่มาก เพราะต้องอาบน้ำและนอนเอาแรงเพื่อวันพรุ่ง ขอคำแนะนำ: เพื่อนๆเคยแบกจักรยานข้ามเรือท่าเดื่อ/หนองคาย ไปฝั่งลาวใหมครับ ช่วยแนะนำขั้นตอนด้วยครับ
โดย
Tsurumi
เสาร์ ก.ย. 01, 2012 2:09 pm
0
0
Re: +จะโพสรูปต้องทำอย่างไรครับ+
:|
โดย
Tsurumi
เสาร์ ก.ย. 01, 2012 9:25 am
0
0
Re: เขามีขายกรมธรรม์คุ้มครองความเสียหายจากภัยก่อการร้ายไหมคร
มีแน่นอนครับ โทรไปที่บริษัทฃปัจจุบันได้เลย ถ้าไม่ตกลงก็ยังมีอีกหลายแห่งที่ยินดีรับทำ เพราะบวกเบี้ยได้อีกมาก บวกเท่าไรอยู่ที่เงื่อนไขและความรับผิดผู้เอาประกันครับ
โดย
Tsurumi
ศุกร์ ส.ค. 31, 2012 10:24 pm
0
0
Re: เติมยางรถเท่าไรดีครับ
เติมลมตามข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ผลิตรถนั้นๆครับ ส่วนใหญ่ก็แปะติดไว้ที่จุดเห็นได้ง่าย เช่นด้านในขอบประตู หรือ ฝาถังน้ำมัน เรื่องนี้เป็นความปลอดภัยอันดับต้นๆของยานพาหนะ เดาหรือกะไม่ได้ครับ กฎหมายห้าม้ด็ดขาดในยุโรปนี่ประกันไม่คุ้มครองเต็มร้อยถ้าคุณเติมลมผิดไป บริษัทประกันภัยยินดีจ่ายพิสูจน์ทุกชั้นศาล เมืองไทยยังไม่เกิดในศาล แต่ระวังอุบัติจากยางไว้ดีที่สุด อย่าเดาเลยครับไม่คุ้มเลย
โดย
Tsurumi
ศุกร์ ส.ค. 31, 2012 10:18 pm
0
0
Re: งบประมาณของประเทศ
บอกประเด็นด้วครับว่าเจาะจุดใหน กลาโหม การศึกษา หรือว่าคนพิการ เผื่อช่วยได้ครับ เพราะมันกว้วงเกินไป
โดย
Tsurumi
ศุกร์ ส.ค. 31, 2012 9:39 pm
0
0
Re: VI เยอรมัน (VI in Deutschland)
เคยอยู่สั้นๆครับที่ Postleitzahl 79000; 70000; 34000; 800000 ไม่ทราบขอจอยได้ใหม
โดย
Tsurumi
ศุกร์ ส.ค. 31, 2012 9:27 pm
0
0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
ขอบพระคุณ คุณZionism ผมมีน้องหมาสองชีวิตที่บ้าน ขนาดเล็กมาก ตัวเองก็มาจากบ้านนอกเคยเจอเรื่องนี้บ้าง แต่ไม่เคยมีปัญหา ปัญหาที่พลาดและเกิดเฉพาะเดินทางกลางคืนเท่านั้น เป็นบทเรียนที่แก้ตัวไม่ได้เลย เอาประสบการณ์เรื่องสี่ขามาจากหนังสือบ้าง (เรื่องหมาๆของอาจารย์คึกฤทธิ์ หรือไม่ก็ การเดินทางของพาย พาเทล - life of Pi. - ISBN 0676973760 ). แต่ที่พลาดคือ การมองตา นอกจากจิตวิทยาความกลัวผมคงต้องฝึกอีกมาก ผมพวงแต่เรื่องกองโจรมากไปหน่อย ( เอ็งมา. ข้ามุด เอ็งหยุด ข้าแหย่ เอ็งแย่ ข้าตี เอ็งหนี ข้าลุย )
โดย
Tsurumi
ศุกร์ ส.ค. 31, 2012 9:02 pm
0
0
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
วันสุดท้าย 140 โล อำเภอห้วยผึ้ง - ขอนแก่นทางรถยนต์ ถนนเมนใหญ่ เมื่อวานได้พักเต็มที่ แต่วันนี้ไปฉีดวัคซีนเข็มสองที่โดนกัดที่ รพ.ประจำอำเภอ เสียเวลาไม่เกิน 30 นาที 240 บาทจ่ายสด ไม่รับประกันสังคม(เพราะข้ามจังหวัด). /ไม่รับบัตรเอไอเอ ต้องเอาใบเสร็จไปเคลมเอง ทำโน้นบ้างนี้บ้าง สตาร์ตได้จริงก็ 11.00น. อากาศมีแดดบ้าง ความเร็วเฉลี่ยน่าจะอยูที่ 15-16 กม/ชม. จะมีเซอร์ไพร้สตอนสองทุ่มที่ เชียงยืนอีก25 กม. ก่อนขอนแก่น กะว่าจะไปขึ้นรถไฟฟรีเข้ากรุงเทพเที่ยว 22.15 น. เทวดาคงจะดื่มมากไปทำเอาฟ้าทะลุอีกแล้ว งวดนี้เอาแบบจัดหนักเต็มที่ 5 กม.แรกฝนหักมาก รถบางคันต้องจอดรอ แต่เรารอไม่ได้เดี๋ยวพลาดรถไฟ ออกสตาร์ตเลย 20กม.ที่เหลือก็พรำถึงหนักตลอดเส้นทาง ถึงสถานีรถไฟ 22.45 ก็เข้าไปเพื่อจองตั๋วพรุ่ง โชคร้ายก็ยังมีโชคดีบางครั้ง รถฟรีล่าช้าจะเข้าสถานี23.15 น. ยังพอออกไปซื้อข้าวห่อ/น้ำหน้าสถานีได้ทัน สุขที่หาคำอธิบายไม่ได้เลยคือตอนที่เรายกจักรยานเข้าไปในโบกี้ได้แล้วตอน 23.20 น. ความงาม: ความงามอาจไม่เห็นชัดวันนี้ หนึ่งเพราะเป็นถนนใหญ่ 4-6 เลนมีเกาะกลางถนน สองสมาธิต้องแม่นวางล้อหน้าให้อยู่นอกเส้นขาวตลอด แนววิ่งของจักรยานต้องตรงเสมอ เพราะรถใหญ่มาข้างหลังจะได้เดาเราได้ว่าไปตรงจริงๆ ถ้าเขาไกล้เราแค่เมตรเดียวเราอาจตกถนนได้ (หลักปลอดภัย: รถใหญ่ความเร็ว 50 km/h. ต้องแซงจักรยานห่างสามเมตร) สามออกสายกลัวไม่ทันรถไฟ Tip A: รถไฟฟรีไม่เสียตังค์ เสียค่าจักรยาน 90 บาท (ค่าสัมภาระ) แต่ยกขึ้นรถไฟเอง ตอนยกขึ้นลำบากมากๆ เพราะคนเดียว พนักงานไม่ช่วยเพราะเขาก็ต้องโหลดสินค้าของเขา เราอาจเสียค่ายกให้เขายกให้ได้ แต่โครมครามมาก เรื่องเอาของขึ้นรถไฟนี่คุยกันได้หลายหน้าครับ Tip. B: ถนนเมนใหญ่ของประเทศพวกเลขเดี่ยว. หรืเลขสองตัว (เช่น สายมิตรภาพ สายเอเชีย เป็นต้น). ไม่เหมาะสำหรับจักรยาน ผมเห็นว่าถนนที่มีเลข 4 ตัวจะเหมาะกับจักรยานทัวร์ริ่งระนอง ทางเรียบทางดำ ขอคำแนะนำ: มีเครื่องหรืออุปกรณ์ไล่พี่หมาด้วยเสียงความถี่สูงใหมครับ ผมเห็นมีกับพวกหนู หรือแมลงสาบ มันไม่มีสู้กับแก๊งสี่ขาหรือครับ ขอคำแนะนำสอง: ผมกำลังจะไปถีบจักรยานระหว่างเวียงจันทร์ - สวรรณเขต - จำปาสัก ภายในสองเดือนนี้ ใช้เวลา 7 วัน โดยนั่งรถไฟฟรีไปหนองคายก่อน เพื่อนๆพี่ๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. ส.ค. 30, 2012 10:50 pm
0
1
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
70 โล วันที่สี่. ทาง slope 10% ตื่นหกโมงเพราะคนขายของเริ่มมาจัดที่บริเวณที่นอนเพื่อเอาที่คืนจากเรา หลังจากธุระห้องน้ำเสร็จก็ออกสตาร์ตเลย อากาศดีมาก อ้าวลมล้อหน้าหมด ปั้มปตท.เปิดแล้วแต่ไม่มีปั้มลมบอกว่าโดนขโมยไปหมด ร้านซ่อมก็ไม่เปิดยังเช้ามากต้องจูงอีกห้าร้อยเมตรจึงได้เติมลม-ล้อเดียวสองบาท ผมคิดลดน้ำหนักการเดินทางมากเกินไป ผิดมาก นอกจากเสื้อผ้าสองชุดแล้วก็มีบัตรเอทีเอ็ม ขวดนำ้หนึ่ง ไม้กันแก๊งสี่ขาหนึ่ง ชุดคลุมฝนหนึ่ง ไม่มีชุดซ่อมรถสักอย่าง คิดแต่ว่าเราจะเจอหมู่บ้านทุก 5 กม. ทริบหน้าต้องมีชุดปะยางและสูบลมด้วย จุดหมายวันนี้คือสร้างค้้อ - อำเภอห้วยผึ้งที่เจ้าภาพรออยู่แล้ว 70 กม. ถนน # 2291& 2101 เป็นทางลัดลงจากภูพานสู่พื้นราบ บางจุดสโลป 10% ขาลง 1-2กม. ไม่ต้องปั่นเลย นอกจากรถส่งนักเรียบเช้าและมอไซต์ไปไร่นาแล้วแทบไม่มีรถอื่นเลย ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกทางที่มีเลข 4หลัก เพราะทางดำและรถน้อยมากๆ หยุดดูสวนหมากเม่าบ้าง ทุ่งนาบ้าง มาถึงห้วยผึ้งเที่ยงวันพอดี ความงาม: ฝนไม่ตกมาเป็นอาทิตย์มาตก ตอนช่วงนี้พอดี ข้าวเขียวงามตามเชิงเขา ไหล่ทางจะมีเพิงขายหมาเม่าและเห็ดดินที่เพิ่งเก็บลงมาจากเขาภูแฝก(ส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน) แม่ค้าเห็ดทำเงินดีมากกองล่ะ 50 บาทเห็นบอกว่า ภรรยาเป็นผู้ขาย สามีก็ขึ้นไปเก็บบนเขารอบเช้า/บ่ายทำได้บางวันพันบาท ปีหนึ่งมีไม่บ่อยเฉพาะอาทิตย์ฝนชุกเท่านั้น
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. ส.ค. 30, 2012 10:01 pm
0
1
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
140 โลวันที่สาม สงครามกองโจรเต็มรูปแบบ เมื่อวานได้พักหนึ่งวันดูสวนยางและฟาร์มสาธิตธุรกิจพอเพียง ได้เห็นเศรษฐียางก่อนราคาตก ได้คำศัพท์มาใหม่หลายคำเช่นเปิดยาง = ต้นกรีดยางได้แล้ว ยางวีโก้ = ยางไม่ได้คุณภาพต้นไม่มียาง เพราะเจ้าของรีบกรีดให้ทันออกรถรุ่นใหม่ ฯลฯ ออกสาย 8โมงเช้าตามทางเก่ากะว่าถึงกุดบากจะหารีสอร์นอนก่อนขึ้นภูพานจริงๆ ถึงกุดบาก ถนน#2218 หกโมงเย็นได้ 120 แล้วควรพัก ออกไปท้ายอำเภอมีรีสอร์ทแห่งเดียว พัดลม 350 แอร์ 450 เต็มหมดแล้ว คำตอบสุดท้ายคือ วัดหรือกระต้อบกลางทุ่งนา รถผมมีไฟเพียงพอถีบกลางคืนได้ อำเภอหน้าคือ อ.ภูพานอีก20โลบนเขา เราไปต่อ สงครามเริ่มเกิดยังไม่มืดดีเลยรถนานๆจะมีสักคัน ความเงียบเข้ามา เพื่อนๆสี่ขาก็ปฎิบัติหน้าที่เหมือนปรกติ พวกเขาจะได้กลิ่นอย่างน้อยสามร้อยเมตรก่อนเราถึงถ้าเราอยู่ต้นลมก็เร็วกว่านั้น ได้กลิ่นแล้วเห่าเราก็พร้อมผจญหน้า มาตรการคือหยุดและลงจากรถเร็วที่สุด ยกไม้พองขึ้น(เตรียมมาแล้ว)กระทืบเท้า เกือบไปสองครั้ง ครั้งแรกลงเนินความเร็วประมาณ10-15km/h ฝนพรำ บ้านแรกสองตัวประตูถัดและถัดๆไปแห่งละหนึ่งสองตัว ครั้งที่สอง ผสมร้อดไวเลอร์สองตัวและเพื่อนๆอีกสูงเกินเข่า หมาเด็กเห่าแต่หมาใหญ่ไม่เห่า พรวดออกมา หยุดรถได้ทันก็เลยยืนคุมเชิงนานมาก เจ้าบ้านหรือเจ้าของจะไม่ออกมายุ่ง (เออยังงี้ก็มีด้วยนา) สองกรณีประชิดกันที่สามเมตร ถ้าลงรถไม่ทันก็ต้องแพ้ ภ้าเราถอยมันก็จะตาม 2-3นาทีทุกครั้ง เป็นอย่างนี้ตลอดเกือบทุกหมู่บ้าน 15 โลใช้2ชั่วโมงกว่า ถีบเร็วไม่ได้ ยิ่งลงเนินยิ่งเบรกยาก บางระยะฝนพรำ ต้องสังเกตุกองหน้าที่ไม่เห่า ตัวนั้นแหละอันตรายมาก สองทุ่มกว่าแล้วจะรบกวนพระท่านก็บาปแน่เพราะวัดปิดไฟหมดแล้ว กระท่อมนาไม่ดีกว่าเพราะไม่มีน้ำเตรียมมา ทางจะลำบากจริงๆคือสองกม.ก่อนถึง อ.ภูพานเพราะปีนเขา ถีบห้าร้อยเมตรจูงห้าร้อยเมตร ถึงตัวอำเภอก็เป็นถนน# 213 ถนนใหญ่ขึ้น รีสอร์ทแห่งสองแห่งปิดไฟแล้วก็ไม่เอาลองถีบต่อไปอีก20โลลองดูดีกว่า สรุปถึงบ้านสร้างค้อเที่ยงคืน มีเพียงร้าน7/11ที่เปิดในปั้มปตท(ปั้มปิดกลางคืน) ตัวเปียกฝนเอาน่าอย่างน้อยก็เราเป็นเจ้าทั้งร้านทั้งปั้มก็นอนมันที่นี่เสียเลย ใช้ห้องน้ำฟรีอีก ไม่ให้อาบนำ้ก็ไม่อาบ (เขียนห้ามใว้ที่หน้าห้องน้ำ) หลังจาก140โล หัวไม่มีหมอนก็ไม่ถึง 10 นาทีหลับสนิท ความงาม: บนถนนช่วงกุดบากก่อนมืด เป็นสวนยางแทบทั้งหมด แซมด้วยสวนแก้วมังกร หลายปีมาแล้วผมนึกว่าแก้วมังกรไม่ปลูกในอิสาน แต่ผ่านจังหวัดเลย ผ่านตั้งแต่พังโคน วาริชภูมิ กุดบาก จะมีแผงขายของป่าและแก้วมังกรด้วย - 4โลร้อย หวานเยี่ยม ยางก็เห็นมีออฟฟิสสาขาของSTA ด้วย แต่สุดจริงๆคือ ฝนหาย บางช่วงมีแสงจันทร์ลงมาบนถนน ได้ยินเสียงแมลงบรรเลงเพลงของแต่ละตัวเรียกคู่ เห็นแสงหิ่งห้อย บางช่วงถึงกับตั้งใจจูงรถหรือหยุดรถเพื่อฟัง ดู และ ทึ่งในธรรมชาติเก็บเอาภาพเหล่านี้ใว้ในใจให้สมกับที่ตัวเองอยากมาอยากเห็น ขณะถีบเราก็ได้เวลาคิด ได้วางแผน ได้เห็นภาพอีกมิติหนึ่งจนถึงจุดหมายที่เราจะไป ผมถีบประมาณ 15-20 กม./ชม. เหนื่อยก็พัก เจออะไรงาม/สวยก็หยุดดู พบลุงอายุ 70 กว่าถีบจักรยานบุโรทั่งไปนาก็ถีบตามคุยด้วยกันเป็นกิโล บรรไดหัก(ถีบตรงเดือยบรรได)/ถีบไปช้ามีเสียงดังเอี้ยดอ้าดตลอด กลัวว่าช้า/เก่าถามลุงว่าทำไมลูกไไม่ซื้อที่มันดีกว่านี้ให้ลุงว่าเขาซื้อให้แล้วเกือบสี่พันมีหกเกียร์ แต่ไม่ถนัดเท่าคันนี้เพราะใช้มาสิบห้าปีแล้ว คันใหม่ก็จอดทิ้งไว้ ฟังแล้วก็นึกถึงภาพของซัลวาดอร์ ดาลี่ Salvador Dali
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. ส.ค. 30, 2012 1:16 am
0
1
Re: ถีบไป เพื่อสมาธิ
100กว่าโลวันที่สอง ขออนุญาตสรุปย่อเพื่อขอคำแนะนำจากพี่ๆทั้งหลาย 1. อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจหมา เนื่องจากผมออกเช้าซึ่งอากาศดีไม่มีแดดจ้า. ถีบปั่นควรเป็น 6-10AM & 3-6 PM. ตีห้าครึ่งเช็คเอ้าท์จากรีสอร์ทก็เจอพี่สี่ขาสูงประมาณหัวเข่างับที่เท้าปากซอยรีสอร์ท ยังมืดอยู่ จอดดูไม่มีเลือดไม่เห็นแผลก็ถีบต่อ ใช้เส้นทางวังสามหมอ (อุดรธานี)-พังโคน (สกลนคร)ถนน# 227 ก่อนหกโมงเช้าครึ่งมีรถมอไซด์หรือรถแม่ค้าตลาดยังน้ยังมีหรือสลัว พวกบิ้กไซ้ต์สี่ขานี่สุดยอด จะมีมาจากร้านขายของปั้มน้ำมัน ร้านซ่อมจิปาถะ กลางวันไม่มีพิษสง พอตกกลางคืนเป็นได้เรื่อง พรรคสี่ขาจะทำงานเป็นพรรคจริงๆ สองตัวจากร้านนี้อีกสองจากติดกันอีกสามจากฝั่งตรงข้าม ผมไปคนเดียวก็เข้าตำราหมารุมหนึ่งทันที ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ต้องหยุดจักรยานทันทีลงจากรถ กระทืบเท้า เป็นอย่างนี้เกือบสิบครั้งกว่าตะวันขึ้นแล้วแก๊งสี่ขาค่อยลดบทบาท เลยเจ็ดโมงเขาหยุดกร้าวร้าว จะเริ่มอีกก็หลังหกโมงเย็นมืดอีกครั้ง. ขอบถนนก็ปัญหาคือ ถ้าพวกของกรมทางหลวงมีเลข 1-2ตัวนอกเส้นขาว(ขอบถนน)จะกว้างสองเมตรพอให้รถอีแต๋นและจักรยานวิ่งได้สบาย ถนนจังหวัดจะมีขอบแคบประมาณหนึ่งเมตรแถมยังชำรุดพัง ฝนตกมองไมออกว่าขอบทางเรียบหรือหลุม คุณไม่มีทางเลือกเพราะเลนในรถใหญ่อยู่ข้างคุณ ความสวยงาม: สวยมากครับ 20 โลหลังวังสามหมอเป็นภูเขาเป็นที่ดิน สปก. ทำเป็นสวนยางพารา ตะวันขึ้นตอนเช้า มีไอน้ำระเหยบนยอดภูพาน มีควันไฟที่ชาวบ้านก่อทำกับข้าวจากกระท่อมปลายนา เหมือนภาพวาดสีนำ้มันที่เคยผ่านตา แต่นี่คือภาพชีวิตที่ให้เราจินตนาการได้ไม่สิ้นสุด เคยจำคำพูด(ไม่ทราบว่าใคร). บอกว่า เมื่อเห็นภาพวาดจิตรกรแล้วคุณเข้าใจอ่านออกว่าสื่อถึงอะไรนั้น มันไม่ใช่จุดสุดยอด. แต่ถ้าคนมองภาพแล้วมีจินตนาการ สร้างความคิดปลุกแนวมองใหม่ให้ตัวเอง ต้องยังงั้นถึงถึงเรียกว่าสุดยอด ถึงว่ามองภาพของปิกัสโซ่หรือ ดัลลี่ไม่เข้าใจสักที กลับมามองภาพควันไฟจากกระท่อมปลายทุ่ง ทำให้เข้าใจ หรือพยายามเข้าใจชีวิตของเรา ของเขาและธรรมชาติได้ชั่วขณะ. กำลังหมดแรงปั่นสองร้อยเมตรก่อนลงเขา หมดแรงจริงๆครับ นั่งพักที่ข้างทางถามชาวบ้านบอกว่าอีกหน่อยก็หมดเขาแล้ว แล้วก็จริง จากตำบลผาสุกก็ลงเขาสามโลลงอย่างเดียวไม่ต้องถีบเลย อย่างนี้หายาก กำลังขากลับมาอีก เพราะเนินเขามาก จูงมากก็ไม่เสียดายเวลา เพราะจูงก็ได้ปรับจังหวะขาเปลี่ยนอิริยาบทดูวิวทิวทัศน์ไปด้วย ถึงพังโคนเที่ยงกว่า ก่อนถึงพังโคนก็แวะคารวะอนุสรณ์สถานวีรบุบุรุษต่างความคิด "นาครทาส". เจ้าของรหัส 050509 ที่บ้านหนองกุง อ. วาริชภูมิ อยู่ตีนภูพานเหมือนเนื้อเพลงมาก เห็นสถานที่แล้ว บอกได้คำเดียวคับว่า "กินใจ" มาก จนทำให้ต้องนั่งพักเหนื่อยและนั่งย้อนอดีตคนถีบหนึ่งชั่วโมงเต็ม 1. กลางคืนไม่ควรถีบ อันตรายมาก ออกจากพังโคนก็บ่ายสองแล้ว ต้องไปอีก60โลจะถึงที่พักที่อ. บ้านม่วงที่นัดไว้ ทางเรียบ ทางดำหมด (ภาษาถิ่น: ทางดำคือ ลาดยางแอสฟัลท์) มาถึงวานรนิวาสก็ไม่มีปัญหา มีซ่อมผิวถนนลาดยางทับไปใหม่หลายจุดตลอดอาทิตย์ที่ผมผ่าน (งบอัดฉีดเศรษฐกิจ) ปัญหาเกิดเมื่อฝนมา เมื่อวานกับเช้านี้ไม่เจอ มาเร็วและแรงมาก คล้ายว่าเทวดาท่านปล่อยฟ้าทะลุ มีชุดคลุมฝนเราไม่กลัว เสียฟอร์มตรงใช้ถุงพลาสติกคลุมรองเท้า รัดยังไงก็เอาไม่อยู่ สังเกตุว่าเท้าหนักมากๆ น้ำเข้ารองเท้าถุงเท้าครบเต็มนำ้ ถีบต่อทั้งๆที่เต็ม หกโมงเย็นครึ่งเหลืออีก15โล ฝนเริ่มหาย มหัศจรรย์อันดับสองตามมา แมลงทุกชนิด อุปกรณ์ป้องกันไม่เตรียมมา ปากปิดได้ ตาก็มีระบบอัตโนมัติของมัน ช่องเดียวที่สบายแมลงคือรูจมูก ถ้าปิดก็หายใจทางปากคงไม่ได้ อาจจำภาพหนังดิเอ็กโซซิสไม่ได้ ก็ต้องมองภาพขับรถผ่านมหาชัยไปปากท่อช่วงหกโมงถึงสองทุ่มก็แล้วกัน เหมือนมาก เหตุเพราะสองข้างทางมีน้ำ/ทุ่งนา ผ่านหมู่บ้านหลายแห่งแต่แก๊งสี่ขาไม่มาก ถึงจุดหมาย19.รวมทั้งวัน 100โลต้นๆ ความงาม: จากพังโคนไปบ้านม่วงจะเป็นที่ราบที่มีผู้อพยกไปอยู่ตั้งหมู่บ้านจากร้อยเอ็ด/ยโสธร เห็นข้อมูลเกษตรว่า ร่องกดอากาศจากบ้านม่วง คำตากล้า ศรีวิลัยจะทำให้ฝนชุกถั่วเฉลี่ยมากกว่าที่ระนอง (ลองค้นดูครับ) ดินก็ดีพิเศษเทียบย่านเดียวกัน จึงเป็นเหตุ มีการโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดล่างๆมาถิ่นนี้มาก (ช่วงสงครามกองโจร) ที่เราเห็นก็คือสวนยางเต็มไปหมด ทั้งทุนไทย ทุนเทศ(อยู่นอกแต่ส่งปัจจัยให้ญาตซื้อสวนยาง) ทุนนักการเมืองจากใต้ ข้าวนาก็เขียวงามไม่แล้งฝนเหมือนที่อื่นในอิสานที่ผมผ่านมาสองสามวันที่แล้ว (ผมพักเอาแรงหนึ่งวัน เจ้าภาพเลยพานั่งปิกอัพชมป่าชมทุ่งนาวันรุ่งขึ้น) ตอบคุณ sakkaphan & คุณ Torpongsak: ผมไม่แวะนครศรีฯครับ ผมกำลังหัดจึงขอวิธีดีๆจาก้พื่อนๆพี่ๆ เส้นทางแรกคือ ขอนแก่น-ซำสูง-วังสามหมอ-พังโคน-บ้านม่วง-พังโคน-กุดบาก-นาคู - สมเด็จ - กาฬสินธุ์ - ขอนแก่น
โดย
Tsurumi
พุธ ส.ค. 29, 2012 11:19 pm
0
1
Re: วิบากกรรมของบริษัทถ่านหิน
วันที่ 24 กรกฎาคม 2555 15:42 บ้านปูปรับแผนลงทุน หลังราคาถ่านหินวูบ โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ "บ้านปู"ประกาศปรับแผนลงทุนในช่วง 4 ปีข้างหน้า (2555-2558) ลดเหลือ 1.15 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 1.75 พันล้านดลอลาร์ หลังราคาถ่านหินลด นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทปรับแผนการลงทุนระยะ 4 ปี ระหว่างปี 2555-2558 จากวงเงิน 1.75 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 1.15 พันล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 500-600 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันที่ราคาถ่านหินในตลาดโลกอ่อนตัวลง และคาดว่าราคายังทรงตัวไปจนถึงอย่างน้อยในปลายปีนี้หรือต้นปี 2555 นอกจากนี้ บริษัทยังปรับลดเป้าหมายรายได้รวมปีนี้เหลือเป็นเติบโตเพียง 3% จากเดิมตั้งเป้าขยายตัว 15% เนื่องจากราคาขายถ่านหินปรับตัวลดลง
โดย
Tsurumi
อังคาร ก.ค. 24, 2012 4:22 pm
0
0
Re: ถามสอบเรื่อง กระแสเงินสดจาการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี
Foreign Fund Flow มีหลายแหล่งครับ แต่แน่นอนทีสุดก็ของ Set ที่ http://marketdata.set.or.th/mkt/investortype.do?language=th&country=TH ที่เห็นมีให้ดูถึง ต้นปี ถ้าจะเอาย้อนหลังเป็นหลายปี ก็ลอง ค้นดูใช้คำ foreign fund flow Thailand หรือ foreign buy หรือ คล้ายๆทำนองนี้ ถ้าจะให้แน่น ควรวิเคราะห์ fund Flow ที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย เีทียบอาทิตย์/เดือนปีด้วยกันกับไทยแล้วจะได้ภาพที่ออกจะไปทางเดียวกัน มีอีกแห่งหนึ่งที่Thai stock chart ขอบคุณที่แหล่งนี้ https://sites.google.com/site/thaistockchart/home/fund-flow ทิปหนึ่ง อย่าลืมคำพูดที่ว่า ฝนตกบ้านน้อง ฟ้าร้องถึงบ้านพี่ ไว้บ้าง ถ้าลมพัดแรงที่ DOW มันก็จะมีแนวโน้มหางลม ไปที่ NIKKEI ใล่ไปที่แถบเอเชีย และบ่ายสองโมง ลมนี้ก็จะไปที่ยุโรป เพราะเขาเปิดตลาดเช้าเขาประมาณบายสอง-สามโมงบ้านเรา ขอบคุณแหล่งทีมาดังนี้ ที่รวมเอาความเคลื่อนใหวตลาด (ทุกห้านาที ?) มารวมไว้ที่จอเดียว http://www.allstocks.com/markets/US_Markets/us_markets.html เลื่อกตลาดด้านล่างเป็น Asia, Europe หรือ USA http://www.thai-set.com/กราฟหุ้นวันนี้/
โดย
Tsurumi
อังคาร ก.ค. 03, 2012 9:27 am
0
0
Re: ถามสอบเรื่อง กระแสเงินสดจาการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี
ลองดูจากกระทู้เก่าครับ มีแหล่งข้อมูลที่ดีมากตามนี้ http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=20&t=52275
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. มิ.ย. 28, 2012 9:35 pm
0
0
Re: ถามสอบเรื่อง กระแสเงินสดจาการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี
ขออภัยครับผมสลับกับเว็บอีกแห่ง เวลาใส่ชื่อหุ้นแล้วให้เลือกตัวหุ้นที่อยู่ในประเทศไทยใน pull down Menu จากนั้นก็เลือก รายการที่ต้องการที่คอลั่มซ้ายมือ ส่วนแหล่งในไทยนั้นผมกอยากทราบเหมือนกันว่าดูได้ที่ใหนบ้าง
โดย
Tsurumi
พุธ มิ.ย. 27, 2012 10:36 pm
0
0
Re: ถามสอบเรื่อง กระแสเงินสดจาการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี
ลองดูตรงนี้อาจช่วยได้ Www.siamchart.com ดู stock >>financial. มีให้ดูไตรมาสปัจจุบัน+4ไตรมาสย้อนหลัง https://robotdough.com/equities/bak/aot/cash-flow มีให้ดู5ปีย้อนหลัง เวลาพิมพ์ใส่ BAK:ชื่อหุ้น ส่วนเรื่อง LTF นั้นได้ใช้สิทธิไปแล้ว ไม่สามารถนำใบเสร็จที่ใช้สิทธิไปแล้วนำกลับมาใช้อีกครั้งไม่ได้ เพื่อให้แน่ใจก็ลองโทรถามทึี่ call center ของบลจ.ที่เราซื้อมาก็ได้ครับจะได้สะบายใจและชัดเจนที่สุด
โดย
Tsurumi
พุธ มิ.ย. 27, 2012 10:25 pm
0
0
Re: opp day นี้ไม่ได้มีทุกบริษัทหรอครับ
เท่าที่ทราบไม่มีกฏบังคับว่าต้องมาทำ Opp Day และผู้บริหารตัดสินใจเองว่า จะมาหรือไม่ ปีหนึ่งก็เปิดโอกาสให้มาได้ 4 ครั้งเพื่อเปิดเผย หรือ "โ์ฆษณา"ผลงานบริษัทตัวเองว่า ดี เด่นยังไง อย่าลืมว่า จุดประสงค์หลักในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือการระดมทุน หรือ ยกระดับบริษัทตัวเองให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น จะกู้ยืมธนาคารก็ง่ายขึ้น การมาแสดงผลงานเป็นการ "โชว์" กึ๋นของผบห. ว่าจะทำกำไรให้บริษัทได้อย่างไร เพราะกำไรเป็นตัวดึงราคาหุ้นเป็นหลัก เมือกำไรโต โอกาสระดมทุนก็เพิ่มมาก (คนซื้อหุ้นบางส่วนหวังกำไรจากส่วนต่างราคา เพื่อนำไปทำ Capital gain หรือ ปันผล) การทำ road show หรือทำการตลาด เป็นอาวุธสำคัญที่จะโ้น้มน้าวให้คนสนใจซื้อหุ้น บางบริษัทเสียเงินเป็นหลายล้านบาทนั่งเครื่องบินไปทำ Roadshow ที่อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น คือ ตรงๆก็ให้สนใจหุ้นของบริษัท ผบห. ที่วิสัยทัศน์อยาก "ขาย" ไอเดียบริษัท ก็สามารถใช้ Opp Day เป็นอีกช่องทางหนึ่งเพือ่การนี้ ประหยัดและถูกกว่าลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ พร้อมทั้งถ่ายทอดไปได้ทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เปิดใจให้ผู้สนใจลงทุนถามข้อสงสัยผ่านระบบ เว็บแคมได้ทันที เรื่องความลับบริษัทหรือ ข้อมูลที่ไม่อยากเปิดเผยนั้น ต้องอยู่ในดุลพินิจของบริษัทว่า ข้อมูลใหนอยากให้บริษัทดูมีคุณค่าแก่การลงทุนก็ต้องเปิดเผย ถ้าเห็นว่าเป็นความลับทางการตลาดก็ต้องตัดสินใจเอง เมื่อไม่บังคับให้มาทำ OPP Day เราก็ไม่สามารถทราบว่า บมจ. ที่ไม่มานั้นด้วยสาเหตุใด อาจเป็นเพราะ 1. ไม่มีอะไรใหม่ที่จะโชว์ 2. มีอะไรดีๆมาก แต่กลัวความลับรั่วไหล 3. พอใจในผลงานแล้ว ไม่ต้องการให้ราคาหุ้น/จำนวนหุ้นเปลี่ยนแปลง เข้าทำนองหุ้นผม ผมซื้อขายกันเอง คนอื่นไม่ควรมายุ่งทำนองนั้น ปรกติจะมีเดือน/อาทิตย์ที่แน่นอน บมจ.ต้องจองกันล่วงหน้า ดูรายละเอียดที่Brochure รายการ http://www.set.or.th/images/company/th_oppday.jpg
โดย
Tsurumi
อาทิตย์ มิ.ย. 24, 2012 8:06 am
0
0
Re: สับกอง RMF หุ้น เพื่อทำกำไร
6. Call Center: ผิดหวังมาก เพราะบางแห่งอ่านงบดุลและงบกระแสเงินสดไม่เป็น แต่สอบผ่านขึ้นทะเบียนประเภท ข. มาทำงานได้แล้ว บาง บลจ.บอกไม่มีงบกระแสเงินสดให้ พอถามถึงก็บอกว่าต้องขออนุญาติ ผจก.กองทุนก่อน ในขณะที่หลายบริษัทขึ้นเว็บให้ดูงบเงินสดตลอดและกระแสเงินสดย้อนหลัง 4 ปีมีอ้ตราส่วนการเงินที่บังคับโดยกลต.ให้ดูทั้งหมด บางบลจ.กลับไม่รู้ว่าอัตราส่วนการเงินในงบคืออะไร ต้องอดทนมากถ้าจะถามอะไรมากกว่านี้ เพราะสตาฟเหล่านี้แม้จะมีหน้าที่ให้คำแนะนำผู้ลงทุน แต่ทำไม่ได้ไม่ถึง 20% ที่เราต้องการ ส่วนใหญ่เป็นการขอรับคำถามไว้ก่อนคล้ายกับว่าเป็นทางผ่าน (Messenger) หรือไม่ก็ให้เขียนอีเมล์เข้าไปถาม เพื่อส่งคำถามให้แก่ฝ่ายบัญชีบ้าง ฝ่ายอื่นๆจิปาถะ มีข้อสังเกตุอยู่คือ ถ้าเป็นบลจ. ที่ไม่อิงกับธนาคารโดยตรงแล้ว พนักงานจะมีประสิทธิภาพมากว่า ถามแล้วได้คำตอบที่มีคุณภาพ แต่ก็ไม่ทั้งหมด ทิปคือ ถามชื่อนามสกุลผู้ให้ข้อมูลที่ Call Center + ประเภทการขึ้นทะเบียนว่า ก. หรือ ข. ดูรายละเอียดที่ http://www.tsi-thailand.org/Mambo_2012/MainPage_Prof/MainPage_Index.html หรือ ถามหมายเลขใบขึ้นทะเบียนด้วย การสนทนาส่วนใหญ่จะอัดเทปไว้ ด้วยเหตุนี้(หรือเปล่าไม่ทราบ)พนักงานไม่กล้าแนะนำกองทุนอย่างที่เราอยากฟัง ทิปสอง บอกพนง.ไปด้วยว่า คุณรับความเสี่ยงตอนกรอก "แบบประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน" อยู่ระดับใหน พนง.จะได้พูดเร็วขึ้น ทิปสาม อย่าถามคำถามที่คุณเห็นได้จากเว็บเปรียบเทียบ เช่น ค่า NAV เท่าไร สุง/ต่ำกว่าเกณฑ์มาตราฐานเท่าไร ย้อนหลังไป xx ปีหรือ เดือน ค่าธรรมเนียมเท่าไร เพราะคุณหาข้อมูลได้จากหนังสือชี้ชวน หรือ ทางลัดได้ที่ เว็บเขาเองหรือ เปรียบเทียบการจัดอันดับได้ที่หลายเว็บ เช่น http://tools.morningstarthailand.com/th/fundquickrank/default.aspx?Site=th&LanguageId=th-TH หรือ http://siamchart.com/fund-compare/LTF แต่ควรเป็นคำถามอื่นๆ เช่น เปลี่ยน ผจก. กองทุนใหมที่ผ่านมา ประชุมปรับพอร์ตเดือนละกี่ครั้ง ทำไมกองอื่นเขาดีกว่าและลงในsector เดียวกัน หรือ คำถามเกี่ยวกับรายงานผลดำเนินงาน หกเดือน หรือ หนึ่งปีที่ผ่านมา คำถามเหล่านี้ พนง. น่าจะตอบได้ แต่ถ้าเป็นคำถามสำคัญควรทำเป็นอีเมล์เข้าไป เพราะพนง. Call Center ตอบไม่ได้ เช่น คุณเลื่อกหลักทรัพย์เข้ามาในพอร์ตกองทุนนี้โดยมองที่อะไรเป็นสำคัญ(เช่นทำไมเลือกพลังงานเป็นสัดส่วนถึง 15%) จะเปลี่ยนทีมดูแลกองนี้หรือไม่ในอนาคต มองกองทุนนี้จะเป็นอย่างไรอีกหกเดือนข้างหน้า ฯลฯ
โดย
Tsurumi
ศุกร์ มิ.ย. 22, 2012 9:35 pm
0
0
Re: ยืด Operation twist
วันที่ 21 มิถุนายน 2555 07:02 เฟดคงดอกเบี้ย-ต่ออายุ Operation Twist โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เฟดคงดอกเบี้ย 0-0.25% พร้อมประกาศต่ออายุมาตรการ Operation Twist เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rate) ที่ระดับ 0 - 0.25 % ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นวานนี้ (20 มิ.ย.) พร้อมกับขยายเวลาการใช้มาตรการ Operation Twist ไปจนถึงสิ้นปี 2555 โดยมีเป้าหมายที่จะฉุดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ปรับตัวลดลง เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงาน คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวปานกลางในปีนี้ แต่อัตราการขยายตัวด้านการจ้างงานชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก "คณะกรรมการเฟด ตัดสินใจผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป เพื่อหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยเฟดจะเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปในวงเงิน 2.67 แสนล้านดอลลาร์ และขายพันธบัตรระยะสั้นประเภทที่มีอายุไม่เกิน 3 ปีในวงเงินเท่ากัน โดยจะดำเนินมาตรการดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อที่จะฉุดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ปรับตัวลดลง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานให้ขยายตัวขึ้น นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้แรงกดดันด้านการเงินผ่อนคลายลงด้วย" แถลงการณ์ของเอฟโอเอ็มซี ระบุ นอกเหนือจากการตรึงอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวและขายพันธบัตรระยะสั้นในวงเงินเท่ากัน หรือที่เรียกว่า Operation Twist แล้ว เฟด ยังปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ด้วย โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.9-2.4% ในปี 2555 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเม.ย.ที่ 2.4-2.9% พร้อมกับคาดการณ์ว่า อัตราว่างงานจะยืนอยู่ที่ 8-8.2% ในปี 2555 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเม.ย.ที่ระดับ 7.8-8% เฟด ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่อ่อนแอลงแล้ว เฟดจึงเตรียมความพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น และหนุนตลาดแรงงานให้ฟื้นตัวขึ้นอย่างยั่งยืน โดยจะพิจารณาถึงเสถียรภาพด้านราคาด้วย คณะกรรมการเฟด ประกาศใช้มาตรการ Operation Twist ในการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ปีที่แล้ว ด้วยการใช้เงินมูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์ เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่มีอายุการไถ่ถอน 6-30 ปี พร้อมกับขายพันธบัตรอายุ 3 ปีหรือต่ำกว่า ในวงเงิน 4 แสนล้านดอลลาร์เท่ากัน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิ.ย. 2555 มีเป้าหมายที่จะฉุดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
โดย
Tsurumi
พฤหัสฯ. มิ.ย. 21, 2012 8:36 am
0
0
Re: สับกอง RMF หุ้น เพื่อทำกำไร
5.[size=150]งบดุลและงบกำไรขาดทุน[/size] ในรายงานประจำปี ต้องอ่านให้ได้ เพราะเงินของเรา อย่าได้ซื้อเพราะเขาเดินแจกในงาน Money Expo ว่ากองหนูชนะ Set และ Top 1 ในกองทุนทั้งหมด ผมมีประสบการณ์นี้เพราะซื้อเพราะไบ Fact sheet ที่วิ่งแจกในงาน Money Expo ก็เหมือนเราลงทุนในหุ้น ตัวเลขที่ผ่านมาไม่ยืนยันผลภายหน้า อ่านใน งบดุลก็เจอว่า ปีต่อมากลุ่มอุตฯนั้นเป็นขาลง จากอันดับหนึ่งหล่นลงไปใกลเลย ดูงบกำไรขาดทุนบรรทัดแรกกับบรรทัดสุดท้ายให้แม่น มันก็แปลกชื่อก็บอกว่า งบกำไรขาดทุน แต่ชีวิตเราจะไม่เห็นคำว่ากำไรหรือขาดทุนในบรรทัดสุดท้าย จะเห็นเพียงคำว่า กำไรสะสมปลายปี สรุป ดูสี่บรรทัดสุดท้าย ท่องเป็นคาถาไว้เลย ถ้าในสี่บรรทัดนี้มีตัวเลขอยู่ในวงเล็บเมือไรก็เตรียมหาข้อมูลแกะออกมาให้ได้ว่า ขาดทุนเพราะอะไร ไปดูที่หมายเหตุประกอบงบการเงินอาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่ทุกกรณีเช่น ขาดทุนจากการซื้ออนุพันธ์การเงิน ไม่รู้ว่าซื้ออะไรไว้ ถาม Call Center ก็ไม่รู้อีก อยากรู้เขียนอีเมล์มา เรื่องไปกันใหญ่ เจ้าตัวอนุพันธ์นี้เสี่ยงสูงจริงๆ ทำให้ยอดดำเนินการทั้งปีรายได้จากปีที่แล้วสูงกว่าปีก่อนมาก แต่สุดท้ายก็ขาดทุน เพราะน้องอนุพันธ์คนเดียว ต่อไปดู “กำไรสะสมปลายปี” แน่นอนกองทุนจะมีเงินสะสมเยอะเพราะนั่นคือ กำไร ในความหมายของการดำเนินการ สะสมมากขึ้นทุกปีเหมือน บมจ. แต่เจอน้องอนุพันธ์เล่นงานเข้า ก็ต้องงัดเอากำไรสะสมมาแจกปันผลต่อไป ทำไปมา ก็งูกินหางคือ กำไรสะสมลดลงต่อไป ทำให้อะไรๆก็ลดลง ค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย NAV ก็เหมือนปีก่อนนี้ ถ้าเห็นค่า NAV เป็นแม่เหล็กไม่ขยับแล้วก็แกะ/ขุดข้อมูลให้ได้ว่า ทำไม - เตรียมย้ายบ้านถ้าจำเป็น กองของผมต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมา 2.5 ปีแล้ว
โดย
Tsurumi
พุธ มิ.ย. 20, 2012 8:56 pm
0
0
Re: สับกอง RMF หุ้น เพื่อทำกำไร
4.คชก. ประจำต้องอ่านคือ ค่าธรรมเนียมการจัดการ ปรกติ1.0-1.75% สำคัญคือ ถ้ากองทุนมีสินทรัพย์สุทธิประมาณ 6,000-7,000 ล้านนี่ ค่าบริหารอาจถึงเพดาน 122 ล้านได้ พอตอนนี้ถึงรู้ว่า ทำไมพวกแบงค์ทั้งหลายจึงชอบธุรกิจนี่จัง ค่าตัวนี่ผันแปรได้ เช่น บลจ. ต้องการทำ promotion ก็ประกาศลดราคาค่าธรรมเนียมตัวนี้ลงไป วันดีคืนดีก็เก็บเต็มจำนวน และไม่แจ้งลูกค้าเก่าด้วย กลต.กำหนดแค่ว่า ประกาศที่สำนักงานก็พอ ตัวที่สอง คชก. ดำเนินการ กลต. กำหนดไม่เกิน 1% ทรัพย์สินสุทธิ พวกทำกิจกรรมการตลาด พิมพ์ใบปลิว พิมพ์รายงานประจำปี (ตอนนี้ประหยัดแล้วทำใส่ CD แทน) ฯลฯ รวมอยู่ในนี้หมด เงินที่พวกเราซื้อหน่วยเขาเอามาพิมพ์ไล่แจกวัน Money Expo แล้วเราก็ทิ้งถังขยะก็เงินเรานี้แหละ ตัวนี้เอาเรื่องเหมือนกัน ตัวอย่างกองหนึ่งที่ผมถืออยู่จะใช้ประมาณ 2-10 ล้านบาทแล้วแต่ปี ถ้ากองทุนจะเอาจัดหนักก็ทำได้ คือ เช่น 1% x 7,000 ล้าน = 70 ล้านบาท/ปี แต่เขาก็ไม่ทำ เพราะกองนี้ขาดทุนปีที่แล้ว จาก อนุพันธ์ ต่อไปค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมนายทะเบียนทั้งสองนี้อยู่ประมาณ 0.xx% ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ จะสำคัญก็ค่าธรรมเนียม ย้ายออกและขายออกในหัวข้อข้างบน
โดย
Tsurumi
อังคาร มิ.ย. 19, 2012 9:56 pm
0
0
Re: สับกอง RMF หุ้น เพื่อทำกำไร
NAV ไม่ขยับ สิ่งที่ผมพบในบัญชีกองทุนของผมที่ซื้อไว้ 4-5 ปีแล้วเพิ่งไปดูกันจริงๆอีกเมื่อธันวาฯก่อนสิ้นปีคือ ยอด NAV หรือ Past Performance มันไม่กระเตื้องเท่ากองทุนอื่นๆ เมื่อเทียบกับกองทุนทั้งหมดในประเทศไทย กลุ่มเดียวกัน ค่า NAV เปลี่ยนแค่จุดทศนิยมเอง อ่าน Fund Fact Sheet + รายงานประจำปีอีกครั้ง ผมเน้นที่ 1ปี 3ปี 5 ปี ย้อนหลัง แหล่งเปรียบเทียบคือ http://www.aimc.or.th/performance.html http://siamchart.com/fund-compare/RMF_EQ กรุณาเลื่อกชนิดกลุ่มกองทุนในบล็อกบนขวาให้ตรงกับกองทุนของเรา http://tools.morningstarthailand.com/th/fundquickrank/default.aspx?sortorder=desc&tab=Performance&sortby=ReturnM12 กรุณาเลือกข้อกำหนดที่เราต้องการและติ้ก จากนั้นผลเปรียบเทียบกองทุนก็แสดงออกมา และที่ หนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ ทุกวันจันทร์ Section: Business หน้า B7: Weekly Stock Roundup ผมเลยตัดสินใจทั้งทำขายออกและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน-ย้ายออกไปที่อื่น เลยได้ข้อคิดดังนี้ 1.พยายามดู NAV Performance กองทุนเราทุกเดือน อย่างน้อยก็หนึ่งครั้งต่อรอบสามเดือน ถ้าไม่มีเวลาก็ดูรอบหกเดือนให้ละเอียดที่เขาส่งเป็น CD เป็นรายงานให้เรา ขี้เกียจอ่านก็คือไว้ใจ ผจก. กองทุนเกินไปไม่ได้ อ่าน fact sheet หรือดูให้รู้ว่า ไปลงทุนในกลุ่มใหน กี่ % ผมมีหนึ่งกองที่ข้อมูลไม่เขียนชัดใน fact sheet คือกลุ่ม 70/30 ที่ลงหุ้น 70% ในหุ้นกู้-ตั๋วแลกเงิน ฯลฯ 30% เขาระบุชื่อหุ้นให้ดูเพียง 28% บอกเพียงว่า อีก 42% ลงใน “ หลักทรัพย์อื่นๆ “ ฉะนั้น Fact Sheet นั้นข้อมูลน้อยมาก อ่าน รายงานประจำปี ดีที่สุด 2.โทรฯคุยกับทีม Call Center กองทุนเริ่มแต่ธันวาฯแล้วว่า แนวโน้มจะดีใหม จะเปลียน portfolio ใหม ขอทราบว่า ลงพลังงานเท่าไร ธนาคารเท่าไร แต่ไม่ได้คำตอบ คือ เขาตอบไม่ได้ จะต้องส่งเรื่องให้ Fund Manager เพราะ Call Center จะรับเรื่องไว้ได้ ถ้าไม่รู้ก็ไม่ตอบ ก็ต้องนับถือกัน จะถาม Fund Manager ให้อีก ทางออกคือ เขียนเป็นอีเมล์ไปให้ Call Center ประสานให้คนที่รู้ดี หรือคนที่รู้โทรฯมาคุยก็ได้ แต่ไม่มีโทรศัพท์มาในเวลาสั้นแน่ ต้องรอหลายวัน (อาจเป็นเพราะว่าเงินผมซื้อกองทุนน้อยก็ได้) สรุปว่า Call Center วิเคราะห์ไม่ได้ รู้คนเดียวคือ ฟันเมเนเจอร์ที่หาตัวยากคนนั้น เราก็ได้แต่นึกว่า ไม่ชอบคำว่า ฟันเลย เพราะเราอาจโดนฟ้นก็ได้ 3.เช็คค่าธรรมเนียม ขายออก/สับเปลี่ยน/ย้ายกองทุนให้ดี บางบริษัทไม่เสียค่าธรรมเนียมทั้งซื้อและขาย แต่สับเปลียนออกไปข้างนอกมีเสียค่าธรรมเนียม คำนวณบวกลบให้เห็นข้อแตกต่างให้ชัด ให้เทียบกับ future growth ในกองใหม่ เช่นกรณีของผมของเดิมโตต่ำกว่า 10% มาสองปีแล้วคนอืนเขาไปเกือบ 30% คิดค่าธรรมเนียมย้าย 1.5% ก็น่าจะคุ้ม เพราะเห็น Portfolio แล้วไม่น่าโตได้อีก
โดย
Tsurumi
อังคาร มิ.ย. 19, 2012 5:01 pm
0
1
Re: สับกอง RMF หุ้น เพื่อทำกำไร
ขอมานั่งฟังด้วยคนว่า วิธีวิเคราะห์ก่อนสับเปลี่ยนนั้น ทำอย่างไรบ้าง ผมก็ทำเหมือนกันแต่ไม่แม่นว่าแนวทางที่เหมาะสมควรทำอย่างไร
โดย
Tsurumi
จันทร์ มิ.ย. 18, 2012 7:25 pm
0
0
Re: วิบากกรรมของบริษัทถ่านหิน
[color=#0000FF]บางส่วนแหล่งข้อมูลความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้สนใจ Shale Gas มีดังนี้ [/color] 1. เปรียบเทียบ shale gas กับ เชื้อเพลิงพลังงานอื่นๆ http://www.pepanz.org.nz/newsdocument/shale-gas_4_may_11.pdf 2. Shale Gas ของ อเมริกา http://geology.com/articles/marcellus-shale.shtml 3. ความรู้เบื้องต้นถ่านหิน ลองเปิดดูที่ Document --> The Coal Resourches http://www.worldcoal.org/coal/market-amp-transportation/
โดย
Tsurumi
เสาร์ มิ.ย. 16, 2012 12:50 pm
0
5
Re: เว้นค่าธรรมเนียมโรงงาน ลดภาระค่าแรงสิ้นปีหน้า
ค่าธรรมเนียมแสนน้อยนิดนี้ ผมว่าไม่ใช่ประเด็นใหญ่ในการทำธุรกิจ เสียปีละไม่กี่พันบาทไม่ได้ทำให้โรงงานที่มีคนงาน30 คนขึ้นไปสะทือน เมื่อทำธุรกิจแล้วค่าใช้ได้ตั้งงบไว้แล้ว แต่พวกเราหน่วยงานรัฐก็เหลือเกินสร้างภาพว่า ไม่เก็บค่าธรรมเนียมทำอย่างกับว่า มันสาหัสสากัณย์หนักหนาสำหรับผู้ประกอบการ เรากำลังมองประเด็นส่งเสริมเอสเอ็มอีผิดเป้าระหว่างภาครัฐกับเอกชน สิ่งที่เอกชนต้องการ คือบรรยากาศเอื้อแก่การทำธุรกิจ ขอให้รัฐยุติธรรมทำตามกฏหมาย ตรงไปตรงมา ไม่ประโยชน์เอื้อแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (คำสัมภาษณ์ของ. CEO หนึ่งในบริษัท top ten ที่มีรายได้สูงสุดในประเทศไทย).
โดย
Tsurumi
ศุกร์ มิ.ย. 15, 2012 7:13 pm
0
0
Re: ถือหุ้นรับเหมาแล้วเหนื่อยใจ
ผมว่าเรามีบมจ.รับเหมาหลากหลายมาก ตั้งแต่งานธรรมดาๆ ไปถึงกลุ่มรับเหมางานพิเศษที่ไม่ใช่ว่าบริษัทอื่นๆจะเลียนแบบได้ ถ้ารู้จักงานรับเหมาแม่นๆก็ลงทุนได้ผลตอบแทน--ทั้งๆที่มีจุดอ่อนการบริหารกระแสเงินสด ก็พลาดทั้งบริษัทได้ สาเหตุหนึ่งเพราะไปบิดงานราคาต่ำๆเข้าตอนไม่ค่อยมีงาน พอในตลาดมีงานเยอะตัวเองก็หมดแค็บอีก ต้องทนหน้าดำหน้าแดงทำงานส่งอีกหกดือนถึงปีกว่าจะเสร็จ จะรับงานต่างประเทศก็ไม่มีศักยภาพพอ ตัวเลขไตรมาสจะออกแต่ไม่มีของดีอวด ก็สร้างสตอรี่ขึ้นใหม่ เวียนเทียนกันอยู่อย่างนี้ก็มี. ทำให้บางทีเรื่องดีๆเช่นมี backlog. มากๆกลับเป็นฝันร้ายให้กับคนลงทุนกันอีก. คิดไปก็นึกถึงข่าวว่า ตอนนี้ชาวนาและคนขับแท็กซี่เขาสามารถมีบัตรเครดิตกันได้แล้ว แต่ธนาคารก็ยังก็ยังไม่อยากออกบัตรเครดิตให้ผู้รับเหมาอีก (ด้วยความเคารพผู้รับเหมาครับ แต่เป็นข้อเท็จจริง บางธนาคารแจ้งว่ารายได้คุณมากมายแต่ไม่สม่ำเสมอ ฯลฯ)
โดย
Tsurumi
ศุกร์ มิ.ย. 15, 2012 12:42 pm
0
2
Re: วิบากกรรมของบริษัทถ่านหิน
ย้อนหลังสี่ปี ราคาถ่านหินจากออสซี่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากแหล่งอื่นๆ
โดย
Tsurumi
ศุกร์ มิ.ย. 15, 2012 9:53 am
0
3
Re: วิบากกรรมของบริษัทถ่านหิน
ตอนนี้ต้องหยุดยืนให้นิ่งแล้วมองไปข้างหลัง ก็จะเห็นภาพที่ไม่หลอนใครเลย 1. อินโดนีเซียออกกฏหมาย กฏกระทรวงที่ชัดเจนแล้วคือ ไม่เก็บภาษีส่งออกถ่านหิน แต่ไม่เคลียร์คือ 1. กม. สิ่งแวดล้อมหยุดตัดไม้ทำลายป่าสองปี ส่วนใหญ่เหมืองในอินโดฯเป็นเหมืองเปิดลานกว้าง ถ้าไม่ตัดต้นไม้ก็เปิดเหมืองไม่ได้ 2.ลดส่วนต่างชาติถือหุ้นในบริษัททำเหมืองให้เหลือ 49% ภายในสิบปี ทำให้คิดว่า ลงทุนทำเหมืองหลายร้อยล้านแล้วต้องทำ break even point คืนทุนภายใน ห้าปี แล้วมันเสี่ยงมาก 3. อินโดฯจะผลิตปีนี้ 300-320 ล้านตัน (ประมาณว่าไปจีนเสีย 103; ไปอินเดีย 110 ที่เหลือไปประเทศอื่นและใช้เองอีก ประมาณ 60 ล้าน) ก็สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อต้องส่งออกมาก ราคาถ่านหินโลกอยู่ภาวะตกต่ำที่สุดในรอบสองปี ก็จะยิ่งทำราคาให้เสียคือ ตกลงไปอีก กำไรจะเหลือเหมือนเดิมคงต้องทำงานหนัก อาทิตย์ที่แล้วอินโดฯประกาศราคากลางถ่านบางเกรดเพื่อคิดค่าภาคหลวงกดลงไปอีกเกือบห้าเปอร์เซ็นต์ ต่ำสุดในรอบสิปแปดเดือน 2. ทั่วโลกมีมาตรการเข้มงวดเรื่องสวล. เมกาเองยี่งเคร่งครัดถ้าเอาไฟฟ้าจากถ่านหินก็ยิ่งมีปัญหา แนวโน้มจึงต้องหาเชื้อเพลิงใหม่ ประมาณว่าเอาจาก Shale Gas ออกมา จีนเองก็เริ่มลงมือเอา Shale gas มาใช้แล้วหลังจากวิจัย ขุดเจาะมานานแล้ว ถ้าเหลียวหลังเห็นประเด็น สวล. ดังขนาดนี้แล้ว แลไปข้างหน้าก็ต้องดังกว่านี้อีก 3. จากข้อแรกที่อินโดฯมีกฏเกณฑ์ไม่ชัดเจนให้ลูกค้า ผู้ขายก็วิ่งหาเหมืองกันใหม่ ที่เนื้อหอมขณะนี้ก็มี อัฟฟริกาใต้และมองโกเลียใครพลาดก็ตกรถกันเลย 4. ดู 56-1 ของบาง บมจ.เขียนว่า ถ่านหินอนาคตดีมาก เพราะจะมาทดแทนน้ำมันทีราคา-ต้นทุนการผลิตผันผวนสูง ตลาดถ่านหินมีศักยภาพอีกนาน เพราะราคาต่ำกว่าและไม่ผันผวน ประเด็นนี้ผมเลยคิดว่า ความถูกต้องคงเป็นที่ไม่ผันผวน คือ ราคาดิ่งลงอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า พอเห็นตลาดถ่านหินย้อนหลังไปหกเดือนก็ต้องเข้าใจและให้กำลังใจไม่มีลิมิต เกินร้อยกับ บมจ.ทั้งหลาย เช่น มีเงินเต็มกำมือ แต่ซื้อเหมืองที่อินโดฯไม่ลง เพราะถ้าซื้อแล้วไม่รู้จะมีจุดคืนทุนภายในกำหนดที่กม.เขาตั้งไว้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็หาแหล่งขายใหม่ ไปอินเดีย ซึ่งต้องไปสู้กับยักษ์ใหญ่เช่น adani group ที่เป็นเจ้าถิ่นทั้งที่ในอินโดฯและในบ้านเกิดตัวเอง (ขายถ่านหิน ท่าเรือ ทางรถไฟและโรงไฟฟ้า ฯลฯ www.adani.com ) ไปจีนเพราะจีนใช้ถ่านหินมากที่สุดในโลก ไปตกปลา ต้องไปหนองที่ปลาชุมที่สุด ไปเซ้าท์อัฟริกา ไปมองโกเลีย ฯลฯเพื่อไปหาของมาขาย ผมเห็นว่า ถ้าลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์เช่นนี้ต้องทำงานหนัก เหนื่อยหนักมากกว่าเดิม เหนื่อยจริงๆ ไม่เหมือนซื้อหุ้นปากซอยหรือร้านข้าวแกง อย่างไรเสียก็อยู่ในบ้านเรา พอมองทะลุได้ตั้งแต่หน้าร้านถึงหลังร้าน แต่เป็นน้ำมันกับถ่านหินนี้ ไม่ใช่ต้องตามฝรั่งให้ทัน คือต้องตีหัวฝรั่งให้ได้ (ขออภัยคำไม่เพราะ) เป็นแบบเข้าก่อนฝรั่ง ออกก่อนฝรั่ง ตอนนี้ฝรั่งเห็นว่า ถ่านหินไม่ใช่สินค้าบูมทำกำไรไม่ได้แล้ว ก็ขายทิ้งทั้งในไทยและในอินโดฯ เราควร หาจังหวะเข้า-ออกให้ใด้เหมือน บัวขาว ปออะไรทำนองนั้น ไม่เช่นนั้นก็ ทัมใจอย่างเดียว ไม่กี่วันก่อนเพื่อนก็เชิญแบบประชดอีกว่า จะกินด้วยใหม ซื้อปูมาโลละ 700 แสดงว่าเขาไม่เคยดูบัวขาวชกเลยมัวแต่ไปดูคาบาเร่ สุดท้ายก็ให้กำลังใจกันตัดสินใจให้มีคุณภาพ ด้วยการอ่านมากๆ มองภาพรวมถ่านหินให้ออกทั้งย้อนหลังสี่ปีและข้างหน้าสี่ปี อาวุธที่เก็บจากหนังสือลงทุนทุกเล่มเอาออกมาใช้ให้หมด ผู้เขียนได้ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตเขียนเป็นเล่มให้เราอ่าน จุดที่ผมยืนและมองย้อนหลังมาจาก Chart นี้ (www.indexmundi.com )
โดย
Tsurumi
ศุกร์ มิ.ย. 15, 2012 9:47 am
0
25
Re: กระชากหน้ากาก"เฮสด์ฟันด์"ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี
[quote="halogen"]รออ่านหนังสือ จาก ม.ล. กรกสิวัฒน์ ด้วยคนฮะ :D[/quote] เป็นความเห็นเรื่องการอ่านครับ ไม่ใช่แนวทางการลงทุน เคยอ่านคำสัมภาษณ์ท่านหนึ่งเรื่องแนะนำให้อ่านหนังสือมากๆ ว่า หนังสือเล่มหนึ่งกว่าจะเขียนขึ้นมาได้นั้น ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดในชีวิตแปลออกมาเป็นตัวหนังสือที่เราอ่าน พูดภาษาง่ายก็คือ ที่เราอ่านก็คือสิ่งที่มีอยู่ในหัวสมองที่ผู้เขียนมีอยู่เท่านั้น เราก็ได้อ่านเท่านั้น การตัดสินว่า ดีไม่ดี ถูกผิด เหมาะสมไม่เหมาะสมเป็นเรื่องรอง แต่การอ่านคือการได้เห็นสิ่งที่อยู่ในสมองผู้เขียนกรองออกมาเป็นหนังสือให้เราได้อ่าน ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของผู้เขียนมาก พออ่านคำสัมภาษณ์หรือ แนะนำของท่านนี้เสร็จ ผมปรับทัศนคติเกี่ยวกับการอ่าน และหนังสือทันที หาอ่านสิ่งที่ตัวเองสนใจให้มาก ทั้งที่ก่อนอ่านหรือซื้อไม่เห็นด้วยกับแนวคิดผู้เขียนเลย แต่แน่นอนสิ่งที่เราได้คือ ความรู้และการพัฒนาจิตใจ ผมเสียดายจำไม่ได้ว่า เป็นคำสัมภาษณ์ของใคร ถ้าเพื่อนๆจำได้ก็ช่วยบอกด้วย (สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศ ไทย (ส.พ.จ.ท.) สนง.สถิติแห่งชาติ: คนไทยอ่านหนังสือปีละสองเล่ม (ขณะที่เวียตนาม =60 เล่ม; สิงคโปร์ = 40-50 )).
โดย
Tsurumi
พุธ มิ.ย. 13, 2012 4:33 pm
0
4
Re: การซื้อรถกับการเช่ารถ
สั้นๆคงตอบไม่ได้ครับ เพราะทั้งสองมีข้อดี/ข้อเสียพอๆกัน ต้องขึ้นอยู่กับสถานะผู้ซื้อต้องตัดสินใจเอง เบื้องต้นเลยหาข้อมูล บมจ. ใน ThaiVI ก็มีหลาย บมจ. ที่ทำทั้ง lease. & hire purchase. เช่น PL. www.pl.co.th. หรือไม่ก็พิมพ์ "ซื้อกับเช่าซื้อ". ค้นหาในกูเกิิลดู โดยเฉพาะสำนักบัญชีทั้งหลายจะตอบได้ตรงจุดที่สุด ประเด็นสำคัญต้องคิดกรณีนี้คือ กรรมสิทธิ์ในเทรัพย์สิน การตัดค่าเสื่อม การหักภาษี การซ่อมบำรุงรักษารถ ภาษีมูลค่าเพิ่ม การตั้งงบซื้อและวงเงิน ระยะเวลาผ่อน ฯลฯ
โดย
Tsurumi
อังคาร มิ.ย. 12, 2012 10:07 pm
0
1
Re: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้บริหารของบริษัทมีธรรมาภิบาล
http://capital.sec.or.th/webapp/enforce/criminalquerythai_p2.php?query_type=M&cmbdoc_id=&cmbref_no=all&txtSection=&txtStartDate=&txtEndDate=&txtOffender_name=&txtother=&ref_id=&tab1_sort=3 ทดลองดูคดีที่ กลต. กล่าวโทษ ผบห.และพนักงานของ บมจ. ที่link ข้างบนครับเผื่อจะได้เข้าใจบางส่วนได้ เท่าที่เห็นมีขึ้นแล้ว 331. (ที่ปรากฏบนเว็บ) กรณีพยายามจำชื่อและนามสกุลอาจไม่ช่วยมาก เพราะหลายกรณี/หลายคนเปลี่ยนชื่อและนามสกุล ข้อสังเกตุคือ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรระดับล่างที่ถูกกล่าวโทษ ระดับบนมีน้อย
โดย
Tsurumi
จันทร์ มิ.ย. 11, 2012 10:41 pm
0
0
Re: ดูยังไงว่า บริษัทมีโอกาสเพิ่มทุนหรือไม่
ทดลองแกะงบกระแสเงินสดตามคำตอบข้างบนให้แตกย้อนหลัง4ปี กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเทียบกับกระแสการลงทุน ดูเลขทุนจดทะเบียนด้วยว่ามีเท่าไร สมมุติว่าทุนจด 500 แต่มีหนี้กู้ยืมถึง 450 ก็มีแนวโน้มว่าถ้าจะขยายกิจการสัก100 ธนาคารไม่ให้กู้แน่ เพราะเกินทุนจดแล้ว อย่าลืมอ่าน56-1 และหมายเหตุประกอบงบการเงินอีกสองรอบน่าจะพอมองออกว่าแนวโน้มเพิ่งทุนใกล้มาหรือยัง
โดย
Tsurumi
จันทร์ มิ.ย. 11, 2012 1:07 pm
0
0
Re: ก.ล.ต.กล่าวโทษ “ฉาย บุนนาค” พร้อมพวกยักยอก GEN
อยากทราบ link. ของกลต. ทึีดูสถิติกล่าวโทษของ กลตย้อนหลังได้ พอมีใครแบ่งปันได้ใหมครับ ขอบคุณครับ (คาวมผิดตามพรบ. หลักทรัพย์ฯ)
โดย
Tsurumi
อาทิตย์ มิ.ย. 10, 2012 9:20 pm
0
0
66 โพสต์
of 2
ต่อไป
Verified User
ชื่อล็อกอิน:
Tsurumi
กลุ่ม:
สมาชิก
งานอดิเรก:
จิตใจคนและชนบบท
ความถนัด:
รับจ้าง
ที่อยู่:
บ้านเหล่าสี
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
พฤหัสฯ. ส.ค. 05, 2010 9:59 pm
ใช้งานล่าสุด:
อังคาร ธ.ค. 01, 2020 7:28 am
โพสต์ทั้งหมด:
268 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.01% จากโพสทั้งหมด / 0.05 ข้อความต่อวัน)
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว