หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
baby-investor
LifeLong Learning
LifeLong Investing
Joined: พุธ มิ.ย. 03, 2009 9:16 pm
312
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - baby-investor
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
พี่ๆท่านใดเคยอ่านหนังสือ 2 เล่มนี้บ้างคะ
2 เล่มข้างต้น (เนื้อหาส่วนใหญ่คล้ายๆกันครับ ถ้าจะซื้อก็อาจจะเลือกเล่มใดเล่มหนึ่งก่อนครับ) ผมคิดว่าอธิบายความหมายค่าต่างๆทางด้านการเงินได้ค่อนข้างกระชับทีเดียวครับ คุณ m_mummie ลองค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำความเข้าใจนะครับ ทุกค่ามีความหมายของมันอยู่ครับ อยากให้ลองพิจารณาว่าค่าและสูตรต่างๆมีวิธีคิดอย่างไร ถ้าเข้าใจความหมายของค่าต่างๆแล้ว จะทำให้มองค่าต่างๆทางการเงินและเข้าใจสถานะของแต่ละบริษัทได้ดีทีเดียวครับ
โดย
baby-investor
พุธ เม.ย. 07, 2010 9:04 pm
0
0
เส้นทางสาย VI
อ่านสนุกและได้แง่คิดดีทีเดียวครับ เป็นกำลังใจให้ถึงฝันนะครับ
โดย
baby-investor
อังคาร เม.ย. 06, 2010 7:03 pm
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
ลิเวอร์พูลเหลือ 5 นัด เต็มที่ 15 แต้ม ถ้าทำได้จะได้ 70 แต้ม ต้องลุ้นให้แมนฯซิตี้ที่เหลือ 6 นัด ทำได้เต็มที่ 10 แต้ม (รวมเป็น 69 แต้ม) หรือชนะไม่เกิน 3 นัด เสมอ 1 และแพ้ 2 ต้องลุ้นให้สเปอร์สที่เหลือ 6 นัด ทำได้เต็มที่ 11 แต้ม (รวมเป็น 69 แต้ม) หรือชนะไม่เกิน 3 นัด เสมอ 2 และแพ้ 1 ต้องลุ้นให้วิลล่าที่เหลือ 6 นัด ทำได้เต็มที่ 15 แต้ม (รวมเป็น 69 แต้ม) หรือชนะไม่เกิน 5 นัด และแพ้ 1 ดูแล้วยากพอควร แต่ก็ลุ้นต่อครับ P Pts 1. เชลซี 33 74 2. แมนฯยูไนเต็ด 33 72 3. อาร์เซนอล 33 71 4. แมนฯซิตี้ 32 59 5. สเปอร์ส 32 58 6. ลิเวอร์พูล 33 55 7. แอสตัน วิลล่า 32 54
โดย
baby-investor
จันทร์ เม.ย. 05, 2010 11:37 pm
0
0
เพื่อนๆครับ ผมจะซื้อหุ้นตัวไหนดี
โดยส่วนตัวผมมองว่าช่วงนี้ pe ตลาดสูงขึ้นมาระดับนึงแล้วนะครับ หุ้นหลายตัวมี forward pe ในระดับที่สูงขึ้น แต่ก็ค่อนข้างลำบากที่จะทำนายว่าตลาดจะให้ pe กับหุ้นแต่ละตัวเท่าไหร่ ถ้าจะให้เลือกเป็นรายตัว ในเบื้องต้นคงต้องเทียบกับบริษัทในธุรกิจเดียวกันครับ ลองดูครับว่าในธุรกิจต่างๆ บริษัทที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันบริษัทใดยังให้ forward pe ต่ำกว่าบริษัทอื่น หรืออาจดูจาก pe ปัจจุบันแล้วมองว่ากำไรในอนาคตจะเพิ่มขึ้น ทรงตัว หรือลดลง นอกจากนี้คงต้องดูว่าเราเข้าใจธุรกิจนั้นๆขนาดไหน นักลงทุนที่สนใจและลงทุนในหุ้นบริษัทนั้นๆเป็นใคร (ต่างชาติ รายย่อย สถาบัน ซึ่งแต่ละส่วนก็ต้องแยกย่อยไปว่าเป็นกลุ่มใดอีกนะครับ) ธุรกิจของบริษัทนั้นๆเป็นวัฏจักรหรือไม่ มีความสม่ำเสมอของกำไรขนาดไหน และค่าต่างๆทางด้านการเงินเป็นอย่างไร ซึ่งหลายๆปัจจัยต่างๆเหล่านี้น่าจะช่วยให้เลือกได้ในระดับนึงนะครับ อย่าลืมเผื่อ margin of safety ในการเลือกหุ้น และพิจารณาเวลาในการตามข่าวสารข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกลงทุนหุ้นแต่ละตัวด้วยนะครับ สำหรับการแนะนำหรือไม่ได้แนะนำในลักษณะเฉพาะหุ้นรายตัวนี่ค่อนข้าง sensitive พอสมควรนะครับ ก่อนหน้านี้มีเพื่อนท่านหนึ่ง pm มาหาผมเพื่อขอให้ผมแนะนำหุ้น (ขออนุญาติไม่เปิดเผยชื่อ แต่ไม่ใช่คุณblueplanetนะครับ) From: --- To: baby-investor Posted: Sun Jun 14, 2009 4:00 pm Subject: สวัสดีครับ ไม่ทราบตอนนี้คุรเบบี้ ถือตัวไหนอยุ่บ้างครับ ถ้าได้เหตุผลย่อย่อที่ซื้อด้วยจักขอบคุณมากครับ พอดีอ่านโพสต์ของคุณเบบี้บ่อยบ่อยครับ ถือเงินสดอยู่จากการขาย cpnrf ไปส่วนหนึ่งจะหาหุ้นลงทุนน่ะครับ เผื่อจะได้แนวทางไปศึกษาต่อครับ ขอบคุณครับ _________________ ----------- ------------ เนื่องจากในช่วงแรกๆที่ผมสมัครเข้าใน web thavi ผมยังใหม่กับ web นี้ (เพราะเป็น login อันแรกและอันเดียวของผมจนถึงปัจจุบัน) และไม่รู้ว่ามีเพื่อน pm มาหาผม ผมจึงไม่ได้เปิดดู (ส่วนที่เป็นmenuด้านบนไม่ได้สังเกตุและเปิดดูเลย) พอมาเปิดดูก็ผ่านไปหลายเดือนแล้ว เป็นสาเหตุให้เพื่อนท่านนั้นไม่สบอารมณ์ เพราะหลังจากนั้นมาเพื่อนท่านนั้นมักจะเหน็บผมมาโดยตลอดตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
โดย
baby-investor
จันทร์ เม.ย. 05, 2010 7:48 pm
0
0
มหัศจรรย์ของหุ้น VI
ท่าน ดร.นิเวศน์ คุณโจ และพี่หมอ ถือว่าเป็นผู้ให้จริงๆครับ ให้คำแนะนำที่ดีในการลงทุน มีหลักการในการลงทุนที่เป็นประโยชน์ก็นำมาเผยแพร่ ตักเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆในการลงทุน รวมถึงเป็น VI อย่างแท้จริง เพราะมีหลักการลงทุนที่ชัดเจน ถือหุ้นในระยะยาว วิเคราะห์บริษัทอย่างละเอียดรอบคอบ ชี้แนะและให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงไปตรงมากับเพื่อนๆน้องๆนักลงทุนโดยทั่วไป คำแนะนำจากท่านทั้งสามถือเป็นคุณูปการกับนักลงทุนทุกคนอย่างยิ่งครับ :bow:
โดย
baby-investor
อังคาร มี.ค. 09, 2010 10:54 am
0
0
ข้อผิดพลาดของบัฟเฟต : ValueWay วิบูลย์ พึงประเสริฐ
คุณปู่บัฟเฟตเป็นทั้งนักลงทุนและผู้บริหารที่ใส่ใจกับผู้ถือหุ้นโดยแท้ รวมทั้งประสบการณ์ของคุณปู่เป็นสิ่งที่ล้ำค่าสำหรับนักลงทุนทุกคนจริงๆครับ
โดย
baby-investor
อาทิตย์ ก.พ. 28, 2010 3:31 am
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
ฟุตบอลนี่ลูกกลมกลมจริงๆเลยนะครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน ดูอย่าง เอฟเวอตัน ที่แพ้ลิเวอพูล แต่ชนะเชลซี อาเซนอล แพ้เชลซี แต่กลับชนะลิเวอพูล จากแต้มตอนนี้เลยเริ่มเหนื่อยแล้วละครับ P Pts 1. เชลซี 26 58 2. แมนฯยูไนเต็ด 26 57 3. อาร์เซนอล 26 52 4. ลิเวอร์พูล 26 44 5. แมนฯซิตี้ 24 44 6. สเปอร์ส 26 43 7. แอสตัน วิลล่า 25 42 ในวงสนทนากับพวกเพื่อนๆ เพื่อนๆแนวฮาร์ดคอร์(ซึ่งน่าจะรวมถึงแฟนลิเวอพูลทั่วๆไปด้วย)ก็มักจะเหน็บถึงราฟาว่าช่วงหลังๆนี่ขี้โม้เก่งกว่าแต่ก่อน บอกจะชนะทีมโน้นทีมนี้ บางทีก็ด่าลูกทีมหรือทะเลาะกับผู้จัดการทีมอื่น ผลงานในสนามก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปีแรกดูเหมือนจะพาทีมไปได้ดี แต่เวลาผ่านไปผลงานกลับดูแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นคงต้องปลดออกจากตำแหน่ง บางคนบอกว่าถ้าราฟาโม้ว่าจะชนะ ถ้านัดนั้นๆแพ้ ต้องให้ราฟาออกค่าตั๋วให้แฟนลิเวอพูลทั้งสนามที่ตามมาเชีย อย่างนี้ราฟาจะได้เลิกโม้ครับ :twisted: สำหรับผมก็คิดคล้ายๆกันนะครับว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงทีม และฤดูกาลนี้ก็ต้องลุ้นให้ทีมทำอันดับให้ดีที่สุดเพื่อไปเล่น UCL ให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาจเสียตอเรสกับเจอราดหลังจบฤดูกาลนี้ได้เหมือนกันครับ ยังไงก็ต้องเอาใจช่วยกันต่อไปครับ
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ก.พ. 11, 2010 11:12 am
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
กลับมาได้ลุ้นพื้นที่ UCL อีกครั้ง อันดับในตารางคะแนนไต่จาก 7 ขึ้นมาที่ 4 P Pts 1. เชลซี 25 58 2. แมนฯยูไนเต็ด 25 56 3. อาร์เซนอล 25 49 4. ลิเวอร์พูล 25 44 5. สเปอร์ส 25 43 6. แมนฯซิตี้ 23 41 7. แอสตัน วิลล่า 24 41 ฟุตบอลลูกกลมๆจริงๆ ยังไงหงส์ก็ยังเป็นหงส์นะครับ ชื่อชั้นและศักดิ์ศรี ผมว่าเป็นส่วนสำคัญนะครับที่ทำให้ลิเวอพูลชนะเอฟเวอร์ตันมาได้ ต่อไปก็ต้องไล่ล่าอันดับให้ดีขึ้นไปอีกครับ ช่วงก่อนหน้านี้นึกว่าอันดับ 4 จะเสียให้กับแมนฯซิตี้ซะแล้ว ซึ่งวูบวาบมาได้ระยะนึง ตอนนี้เสียโรบินโญ่ไปก็น่าจะอ่อนลงพอสมควร คงจะเบียดกับลิเวอพูลยากขึ้นละครับ
โดย
baby-investor
อังคาร ก.พ. 09, 2010 11:41 pm
0
0
สัมภาษณ์ คุณหมอสามัญชน ในรายการ Hard Topic ทาง Money Channel
ถึงว่าละ มันทะแม่ง ๆ เนื่องจากตอนที่ดู ในใจก็คิดว่าทำไมท่านประธานถึงตอบแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย
โดย
baby-investor
พุธ ก.พ. 03, 2010 10:40 pm
0
0
เพื่อนๆว่า set จะลงไปถึงเท่าไหร่
ผมว่าปีนี้ set น่าจะแกว่งอย่างนี้อีกหลายรอบนะครับ เห็น set บางทีดูเหมือนจะขึ้น แต่อยู่ๆก็ลง บางทีเห็นว่ากำลังลงหนักๆ อยู่ดีดีก็ขึ้น นี่ถ้าไม่ได้ ptt มาช่วยในช่วงท้าย set จะต้องปิดลบมากกว่านี้อีกนะครับ
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ม.ค. 28, 2010 8:00 pm
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
มีข่าวแมนซิตี้จะซื้อตอเรส 100 ล้านปอนด์ งานนี้ไม่รู้บอร์ดลิเวอพูลจะว่ายังไง มองในแง่ร้าย ลิเวอพูลเสียศูนย์หน้าตัวเก่งออกไป ซึ่งไปเพิ่มประสิทธิภาพในการทำประตูให้กับคู่แข่งที่กำลังแย่งอันดับไปเล่น UCL อีก แฟนๆลิเวอพูลอย่างพวกเราคงไม่ยินดีซักเท่าไหร่ แต่ถ้ามองในแง่ดี ลิเวอพูลสามารถเอาเงินก้อนดังกล่าวมาจับจ่ายใช้สอยได้พอสมควรทีเดียว ทั้งสามารถนำไปใช้หนี้ ไปจ่ายให้ราฟา หรือนำไปซื้อนักเตะระดับ top สัก 2-3 คน งานนี้ต้องรอดูต่อไป ผมว่าฤดูนี้ลิเวอพูลต้องมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรทีเดียว
โดย
baby-investor
อังคาร ม.ค. 26, 2010 12:27 pm
0
0
รายได้จากอาชีพหลัก VS รายได้จากเงินลงทุน
ขอแสดงความคิดเห็นนะครับ พี่คิดว่าน้อง Voldtrest เป็นคนที่มีการตั้งเป้าหมายในชีวิต ประหยัดอดออม หมั่นศึกษาหาความรู้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆครับ แต่พี่คิดว่าอย่าเอาเป้าหมายมาเป็นตัวกดดันทำให้เราทำอะไรโดยขาดการระมัดระวังนะครับ แต่ก็อย่าท้อถอยถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จหรือยังไม่ถึงเป้าหมาย พี่ว่าในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เราก็ได้ทำหลายอย่าง มีทั้งประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร โดยในชีวิตของคนเราพี่ว่าน่าจะแบ่งช่วงหรือองค์ประกอบแห่งความความสำเร็จเป็น 3 ช่วงนะครับ ซึ่งก็คือ 1. การศึกษา (เรียนจบและได้รับปริญญาบัตร) 2. การหารายได้ (มีรายได้เลี้ยงชีพอย่างไม่ขัดสน) 3. ครอบครัว (แต่งงาน มีลูก และมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์) ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งเราได้ศึกษาจนได้รับปริญญาถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิอย่างหนึ่ง จะเห็นได้ว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ทุกคนล้วนดีใจหมดในวันที่เราเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งนี่ทำให้เราสง่าผ่าเผยในสังคมได้ในระดับหนึ่ง และการศึกษายังทำให้เรามีทักษะหลายๆอย่างสูงกว่าผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษา อย่างเช่นการมองภาพรวม ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน ทักษะทางสังคมโดยได้รู้จักเพื่อน ได้สังคมในแวดวงที่ศึกษาจบมาหรืออาจได้เพื่อนในคณะอื่นด้วย เป็นต้น สำหรับการหารายได้ ทุกคนล้วนอยากมีรายได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็ต้องมาดูว่ารายได้ที่เราอยากได้มากที่สุดนี้จะมาจากทางไหน ถ้าเป็นการทำงาน เป็นพนักงานบริษัท หรือเปิดกิจการเอง ทั้ง 2 อย่างนี้เราต้องมีความสามารถสูงทีเดียวจึงจะทำให้เรามีรายได้สูง ซึ่งก็คงต้องใช้ประสบการณ์และใช้วุฒิการศึกษาด้วย (ในหลายๆครั้งก็ต้องใช้เส้นและใช้สีด้วย) ซึ่งถ้าใครจบในสาขาที่มีความต้องการสูงแต่ปริมาณคนที่จบน้อยก็มักจะมีโอกาสที่จะหางานทำได้ง่ายและมีรายได้มาก ในส่วนของธุรกิจส่วนตัวในหลายๆกรณียากกว่าที่เราคิด บางทีเราตั้งสมมติฐานต่างๆไว้ สิ่งต่างๆอาจไม่เป็นไปตามนั้น มี factor และเรื่องนอกเหนือกฏเกณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน (พนักงาน ลูกค้า เจ้าหน้าที่ต่างๆ) เรื่องเงิน เรื่ององค์ความรู้ คู่แข่ง ฯลฯ ทั้งนี้เราต้องมีทักษะหลายด้าน (โดยเฉพาะทักษะในการบริหารคนซึ่งสำคัญมาก) ต้องเข้าใจธุรกิจในทุกด้าน ธุรกิจที่เราเห็นใหญ่โตในชีวิตจริง หลายๆธุรกิจมักซ่อนปัญหาที่คนภายนอกมองไม่เห็นและมักจะมาจาก factor ต่างๆข้างต้น ซึ่งถ้าคิดจะทำก็คงจะต้องคุยกับคนที่อยู่ในธุรกิจนั้นที่เปิดเผยข้อมูลจริงๆ และเราจะต้องคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนและรอบด้านว่าธุรกิจนั้นน่าทำหรือไม่ (ในหลายๆธุรกิจซึ่งวันนี้เหมือนจะเป็นธุรกิจประเภท blue ocean แต่ไม่นานก็กลายเป็น red ocean ไปได้ ซึ่งก็มีให้เห็นดาษดื่นในสังคมไทย พวกธุรกิจที่ฮิตเร็วเลิกฮิตง่าย และคู่แข่งเข้ามาได้ง่ายต้องระวังให้ดี) ในกรณีที่อยากมีรายได้จากการลงทุน เราคงต้องดูว่าการลงทุนของเรานั้นเสี่ยงมากขนาดไหน ลองจัดระดับความเสี่ยงดูนะครับ ถ้ายิ่งเสี่ยงมากยิ่งต้องลงทุนน้อยหรือไม่ควรลงทุนเลย แต่ถ้าเสี่ยงน้อยต้องลงทุนให้มากๆ นอกจากนี้คงต้องดูอีกว่าความรู้ของเราในตัวธุรกิจมีมากเพียงพอกับความเสี่ยงหรือไม่ รวมถึงประสบการณ์ของเรามีมากน้อยขนาดไหน (หลักสอนและคำเตือนให้คอยระมัดระวังต่างๆของคุณปู่บัฟเฟต ดร.นิเวศน์ หรือใน THAIVI นี้อย่างเช่น พี่ฉัตรชัย คุณโจลูกอีสาน คุณนริศ พี่มนตรี พี่หมอสามัญชน และพี่ๆท่านอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึงที่คอยเตือนน้องๆอยู่เสมอ ทุกคำแนะนำล้วนมีประโยชน์มากๆนะครับ) บางทีความต้องการมากๆทำให้เราลงทุนเกินตัว ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด จะทำให้เราบาดเจ็บได้นะครับ ซึ่งส่วนที่ support ยามที่เราบาดเจ็บมีมากน้อยขนาดไหนก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณานะครับ และนี่จะมีผลไปถึงชีวิตครอบครัวครับ ในกรณีที่เราเป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น คนข้างหลังจะเป็นอย่างไร ทั้งการกินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นของเราเอง แฟนเรา ลูกเรา บางทีมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายด้วย รวมถึงการศึกษาของลูกเพิ่มเติมเข้ามาอีก ในส่วนของการลงทุน น้อง Voldtrest คงต้องสำรวจ style ของตัวเองครับว่าเรามีเวลาให้กับการลงทุนมากน้อยขนาดไหน เราชอบลงทุนระยะสั้น ระยะกลางหรือยาวขนาดไหน เราชอบลงทุนรวดเดียวหมดหน้าตัก ชอบไล่ราคาหรือชอบลงทุนทีละน้อยแล้วทยอยตั้งรับ ทั้งหมดนี้คงทำให้พอรู้ว่าเราควรจะมีเงินสดเหลือมากน้อยขนาดไหน เราควรจะลงทุนหุ้นแต่ละตัวมากน้อยขนาดไหน เพราะหุ้นแต่ละตัวจะมีพฤติกรรมของมันเอง (ถ้ามีประสบการณ์และอยู่ในตลาดมาพอสมควรจะรู้ครับว่าหุ้นแต่ละตัวมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร) ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยากให้ระมัดระวังนะครับ ซึ่งถ้าเรามีความรู้มากพอ มีเงินรองรับในยามที่การลงทุนเกิดความเสียหาย รวมถึงมีประสบการณ์เพียงพอ พี่ว่าการลงทุนก็จะมีความเสี่ยงน้อยลงแล้วครับ สำหรับการลงทุนปีนี้พี่ว่ายากนะครับ ยังไงคงต้องเผื่อเงินสดไว้บ้าง และหาความรู้อยู่เสมอ เพราะองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน ความรู้ใหม่ๆเหล่านั้นทำให้เราเหมือนเป็นเด็กไปเลย เหมือนกับที่พี่ใช้ชื่อ baby-investor :D บางครั้งเป็นนวัตกรรมใหม่ บางครั้งเป็นความรู้ในสาขาที่เราไม่ได้เรียนจบมา ซึ่งก็ทำให้เราต้องไปศึกษาไปอ่านให้รู้ ยังไงลองปรับใช้ดูนะครับ ร้อยล้านคงไม่ไกลเกินไปถ้าตั้งใจ พี่เพิ่มเติมให้อีกนิดนะครับ ทั้งนี้เราควรตั้งเป้าหมายที่ใกล้ๆไว้ก่อน เราจะได้ไม่ท้อ เช่น วันนี้เรามี 1 แสน เราก็ตั้งเป้าที่ 1 ล้าน พอเรามี 1 ล้าน เราก็ตั้ง 10 ล้าน พอมี 10 ล้าน เราก็ตั้ง 100 ล้าน อย่างนี้จะทำให้เรามีลูกฮึดได้ตลอดครับ เพราะดูเหมือนเป้าหมายจะอยู่แค่เอื้อมตลอด ส่วนถ้ามีรายได้จากงานประจำ เราก็ต้องเก็บก่อนใช้และมองลู่ทางการลงทุนอยู่เสมอด้วยนะครับ แต่จะลงทุนช่วงไหนก็ต้องกลับไปดูความเสี่ยงครับ แล้วขอให้ประสบความสำเร็จกับการลงทุนนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
โดย
baby-investor
จันทร์ ม.ค. 18, 2010 4:27 pm
0
0
พบอีกหนึ่งสุดยอดVI กับ IH..คเชนทร์ moneytalkdaily พฤหัส24ธค
[quote="choosak"]คลิปรายการ Money Talk Daily
โดย
baby-investor
จันทร์ ม.ค. 18, 2010 11:58 am
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
ผมว่าถ้าได้ผู้จัดการทีมที่เคยคุมลิเวอพูลแล้วประสบความสำเร็จในช่วงสิบกว่าปีก่อนกลับมาคุมทีมอีกครั้งน่าจะดีนะครับ แต่ไม่รู้ท่านเหล่านั้นตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้างแล้ว :roll:
โดย
baby-investor
อาทิตย์ ม.ค. 17, 2010 3:09 pm
0
0
messi
ผมว่า messi เลี้ยงเก่งมากนะครับ แม้จะใช้เท้าซ้ายข้างเดียว กองหลังฝ่ายตรงข้ามยังแย่งบอลยาก แถมช่วงหลังยิงได้อีกพอสมควร เห็นลูกชิปล่าสุดนี่สุดยอดจริงๆ
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ม.ค. 14, 2010 10:08 pm
0
0
มีหุ้นตัวไหนที่ภายใน 5 ปี ราคาตอนนี้ต่ำกว่าจุดสูงสุด 50% ??
สำหรับตัวที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยเท่าที่นึกออกนะครับ บางตัวอาจมากกว่าหรือน้อยกว่า 50% บ้างนะครับ ซึ่งช่วงราคาสูงสุดใน 5 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ขึ้นไปแบบวูบวาบ ยังไงคงต้องดู growth หรืออาจต้องดู graph ประกอบด้วยนะครับ samco it eastw bafs makro stanly irc tr tcb
โดย
baby-investor
จันทร์ ธ.ค. 28, 2009 5:03 pm
0
0
นักลงทุนท่านไหน มีลูกสาว คนเดียว บ้างครับ
บางทีสิ่งที่ท่านเหล่านี้ทำอยู่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขก็ได้ครับ อาจจะไม่ได้ทำเพื่อเงินแล้ว ยกตัวอย่างคุณปู่บัฟเฟตที่มีความสุขกับการลงทุนหรือการดำเนินชีวิตรูปแบบนี้ ซึ่งถึงแม้ท่านจะมีลูกหลายคน แต่ว่าลูกๆก็ไม่ได้สินทรัพย์ทั้งหมด เพราะทรัพย์สินส่วนหนึ่งถูกบริจาคเข้าองค์กรการกุศล ส่วนท่าน ดร. ก็เห็นท่านมีเป้าหมายว่าอยากให้อายุยืนยาวเพื่อให้สามารถสร้างพอร์ตให้โตที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนใครจะเป็นลูกเขยท่านอาจไม่ได้ทั้งหมดก็ได้มั๊งครับ บางทีท่านอาจบริจาคสินทรัพย์เข้ามูลนิธิเหมือนคุณปู่บัฟเฟตก็ได้ :D
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ธ.ค. 24, 2009 8:05 pm
0
0
สรุปพอร์ต8ปีของ 2นิ+1น ผู้ยิ่งใหญ่>นิติ&นิเวศน์+นริศ
ผมว่าในอนาคต บริษัทดีๆในเมืองไทยต้องเป็นของชาว VI หมดแน่ๆ คนที่เห็นมีรายชื่อปรากฎยังมีการเติบโตของ wealth มากขนาดนี้ รวมชาว VI อีกหลายๆคนที่ซุ่มอยู่ไม่รู้จะมากมายขนาดไหน ท่าน ดร. นี่มีคุโณปการต่อแวดวง VI จริงๆที่นำหลักการนี้มาเผยแพร่
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ธ.ค. 24, 2009 7:25 pm
0
0
สรุปพอร์ต8ปีของ 2นิ+1น ผู้ยิ่งใหญ่>นิติ&นิเวศน์+นริศ
ด้วยฝีไม้ลายมือขนาดนี้ ไม่รู้อีก 7 ปี พอร์ตของทั้ง 2 ท่านจะโตขนาดไหน :roll: ขอบคุณพี่ครรชิตมากๆด้วยครับสำหรับข้อมูลดีๆ
โดย
baby-investor
พุธ ธ.ค. 23, 2009 7:39 pm
0
0
นิติ เซียนหุ้น ชื่อนี้ไม่ธรรมดา
รู้สึกว่าทั้ง 2 ท่านจะถือ mint กับ s&p เหมือนกันเลยนะครับ แต่ดูภาพรวม ท่านนึงเน้นอสังหา ไอที อิเล็กทรอนิกส์ อีกท่านเน้นค้าปลีก อาหาร หนังสือ
โดย
baby-investor
จันทร์ ธ.ค. 21, 2009 7:20 pm
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
มีข่าวบาเยิร์นจะปล่อยโทนีแบบฟรีๆ เพราะมีปัญหากับฟานกัล ผมว่าน่าสนนะ เอามายืนค้ำแดนหน้าคู่กับตอเรส โทนีเด่นทั้งลูกกลางอากาศ ทั้งบนพื้น ผมว่าถ้าได้มา น่าจะเป็นประโยชน์มากๆทีเดียว
โดย
baby-investor
จันทร์ ธ.ค. 21, 2009 6:51 pm
0
0
ขุดกระทู้เก่า " บทเรียน 16 ข้อ จากสุดยอด VI อังกฤษ"
เป็นหลักการลงทุนที่ไม่เคยล้าสมัยเลย ขอบคุณพี่ WEB สำหรับหลักการดีดี และขอบคุณคุณdome@perth ที่ขุดกระทู้ที่มีประโยชน์อย่างนี้กลับมาให้ดูอีกครั้งครับ
โดย
baby-investor
อาทิตย์ ธ.ค. 20, 2009 1:42 pm
0
0
ระหว่าง ILINK กับ CPALL
อยากให้น้อง sakkaphan ลองย้อนกลับไปอ่านข้อมูลเก่าๆในห้องร้อยคนร้อยหุ้นในช่วงระหว่างปี 2006-2007 ดูครับ เหตุการณ์ต่างๆของทั้ง 2 บริษัทจะอยู่ในช่วงนั้น ซึ่งน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์พอสมควรทีเดียว
โดย
baby-investor
อาทิตย์ ธ.ค. 20, 2009 2:31 am
0
0
Price to Sales Ratio
โดยส่วนตัวมองว่า PS ratio เป็นค่าที่มองราคาเทียบกับยอดขาย ซึ่งยอดขายจะเป็นตัวสะท้อน market share ในตลาด โดนเฉพาะตลาดที่มีผู้เล่นไม่กี่ราย แต่ราคาที่จะจ่ายสำหรับซื้อธุรกิจนั้นๆหรือ price น่าจะต้องมองอัตราการเติบโตของยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นการขยายไปใน segment อื่น (อย่างเช่นเครื่อง wii ที่เจาะ segment ครอบครัว) หรือขยายไปในตลาดอื่นๆประเทศอื่นๆ รวมถึงการเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดของเราจากผู้เล่นหน้าเดิมและผู้เล่นหน้าใหม่ (สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ผมว่าคงต้องดูกำลังเงิน ทีมงาน แบรนด์ segmentตลาดที่เขาเข้ามา ฯลฯ) นอกจากนี้คงต้องมอง margin ที่บริษัททำได้ด้วย สำหรับบริษัทที่กด margin ต่ำเพื่อสร้างยอดขายและยืนระยะได้นั้น คงต้องดูว่าในท้ายที่สุดจะเป็นผู้ชนะได้หรือไม่ หรือทำธุรกิจกันอย่างยากลำบากกันหมดทุกราย เพราะแข่งกันลดราคา (ทั้งนี้บริษัทที่สร้าง margin ได้สูงกว่าคู่แข่ง ถือว่ามีจุดเด่นกว่าคู่แข่งไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ต่ำกว่าด้วยขนาดของกิจการ ฝีมือทีมบริหาร แบรนด์ซึ่งทำให้ขายสินค้าได้แพงกว่าและได้รับความเชื่อถือมากกว่า ฯลฯ) เหล่านี้คงต้องดูว่าตลาดใหญ่ขนาดไหนและสามารถเคลื่อนตัวไปใน segment ใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน ในท้ายที่สุดผมมอง PE ratio ที่สะท้อนถึงราคาที่ซื้อกับกำไรที่ทำได้ แต่ทั้งนี้คงต้องตัดสิ่งที่ทำให้กำไรมีความผันผวนออกไปให้มากที่สุดครับ ในหลายๆธุรกิจ S จะอ่อนไหวน้อยกว่า E ซึ่ง PS ratio เป็นเครื่องมือที่ช่วยมองได้ระดับนึง ซึ่งคงต้องใช้พิจารณาร่วมกับค่าอื่นๆประกอบครับ
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ธ.ค. 17, 2009 3:39 pm
0
0
ดร. นิเวศน์กำลังกลุ้มใจเรื่องอนาคตรายการ Money Talk Daily
ตอนนี้แน่นอนแล้วนะครับว่า จะเปลี่ยนแปลงเป็น money talk week ออกอากาศ เสาร์-อาทิตย์ 22-23 น. แต่จะเป็นเวลานานเท่าไร ไม่แน่ครับ ขึ้นกับมีผู้ชมหรือไม่ และมี Sponsor เท่าไรครับ เร่ิมวันแรก เสาร์ 9 มกราคม 53 ครับ ขอบคุณสำหรับข่าวดีครับ ถึงแม้จะเหลือ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เราก็ยังมีรายการดีๆอย่าง money talk week ให้ติดตามครับ
โดย
baby-investor
พุธ ธ.ค. 16, 2009 4:21 pm
0
0
โอบามาเป็นญาติกับอภิมหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์
เมื่อกี้ copy มา paste แต่ไม่มีอะไรขึ้นครับ :roll: ลองใหม่ครับ โอบามาเป็นญาติกับอภิมหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์ แอนเซสทรี ดอท คอม ระบุ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เป็นญาติห่างๆกับ 'วอร์เรน บัฟเฟตต์' คนรวยสุดอันดับสองของสหรัฐ เว็บไซต์แอนเซสทรี ดอท คอม (Ancestry.com ) เว็บไซต์สืบค้นประวัติครอบครัวใหญ่ที่สุด เผยผลการตามรอบบรรพบุรุษของผู้นำสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโอบามา เป็นญาติห่างๆ กับนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีนักการเงิน ผู้ซึ่งหลังจากบริจาคเงินเพื่อการกุศลไปหลายพันล้านดอลลาร์ ก็ยังเป็นคนรวยสุดอันดับ 2 ของสหรัฐฯ ที่นิตยสารฟอร์บส์ จัดให้เป็นบุคคลรวยสุดอันดับ 2 ของสหรัฐ ด้วยสินทรัพย์มูลค่าสุทธิ 40,000 ล้านดอลลาร์ แอนเซสตรี ตามรอยบรรพบุรุษของคนทั้งคู่ไปจนถึงมารีน ดูวัลล์ ผู้อพยพจากฝรั่งเศสไปทื่รัฐแมรี่แลนด์ ของสหรัฐใน ทศวรรษที่ 17 โดยพบว่า ดูวัลล์เป็นบรรพบุรุษชั้นที่ 9 ของโอบาม่า และชั้นที่ 6 ของบัฟเฟตต์ เว็บไซต์ระบุว่า ดูวัลล์เดินทางถึงสหรัฐ โดยทำสัญญาเป็นพนักงานรับใช้ชั่วคราว และหลังจากอยู่ในสหรัฐได้สองสามปี ก็ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ เขตแอนน์ อรุนเดล ในรัฐแมรี่แลนด์ ที่ซึ่งต่อมาเขาตั้งชื่อว่า "มิดเดิล แพลนเทชั่น" เมื่อต้นปี แอนเซสตรีเคยรายงานว่า โอบามาม่เชื้อสายเยอรมันปนอยู่ด้วย และเมื่อปี 2550 ก็เคยระบุว่า โอบามาเป็นญาติห่างๆกับ "แบรด พิตต์" พระเอกภาพยนต์คนดังของฮอลลีวู้ด http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/20091216/91179/โอบามาเป็นญาติกับอภิมหาเศรษฐีวอร์เรน-บัฟเฟตต์.html
โดย
baby-investor
พุธ ธ.ค. 16, 2009 4:12 pm
0
0
Price to Sales Ratio
ผมมองว่าการลงทุนในกิจการน่าจะดูกำไรที่ได้เทียบกับราคาที่เราซื้อนะครับ (ซึ่งก็คือค่า PE ratio) เหมือนกับว่าเราซื้อธุรกิจและเราทำธุรกิจจริงๆ แล้วมองว่าบริษัทนี้กำไรขนาดนี้ เราจะซื้อที่ราคาเท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน กำไรที่ได้ยั่งยืนสม่ำเสมอหรือไม่ สำหรับในตัวของธุรกิจเองก็มีธุรกิจประเภทที่ขายสินค้าที่เน้นจำนวนมากๆ ซึ่งพวกนี้ก็อย่างเช่น พวกขายส่ง หรือพวกที่เน้นยอดขาย หรือพวกค้าปลีก (กลุ่มนี้ PS ratio จะต่ำ) อีกจำพวกหนึ่งก็เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องเน้นขายมาก แต่ขอเอากำไรเยอะๆ ซึ่งก็จะเป็นพวกธุรกิจเฉพาะ หรือพวกธุรกิจอาหาร (กลุ่มนี้ PS ratio จะสูงกว่า) ดังนั้นผมคิดว่าการจะนำ PS ratio มาคิด คงต้องเทียบกับธุรกิจปรเภทเดียวกันนะครับ ไม่อย่างนั้นจะทำให้เข้าใจผิดได้
โดย
baby-investor
พุธ ธ.ค. 16, 2009 12:42 pm
0
0
วิถีชีวิตวิธีลงทุนแบบวีไอ โดย โจ ลูกอิสาน....ที่ต้องอ่าน
ทั้งมุมมอง วิสัยทัศน์ในการลงทุน แนวทางในการดำเนินชีวิต รวมถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น คุณโจถือเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและน่าเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณคุณโจที่มอบสิ่งดีๆทั้งความรู้และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ให้กับทุกๆคนครับ :bow:
โดย
baby-investor
จันทร์ ธ.ค. 14, 2009 7:32 pm
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
มีข่าวเชลซีจะซื้อเจอร์ราด 30 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูลก็มีปัญหาการเงิน ทีมตกรอบ UCL แถมอาจไม่ติดอันดับ 1 ใน 4 ของพรีเมียร์ลีกอีก ทีมผู้บริหารและเจ้าของก็ยังไม่เห็นเปลี่ยนแปลง ฤดูหน้าจะเหลือผู้เล่นดีๆกี่คนก็ไม่รู้ ถ้าผลงานแย่มากๆหรือไม่ได้เล่น UCL ในฤดูหน้า มีโอกาสแพแตกได้เหมือนกันนะครับ ช่วงนี้ทีมที่เชียร์ผลงานไม่ดีเอาเลย ทั้งทีมชาติไทย ทั้งลิเวอร์พูล ยิงนำก่อน แต่โดนทีหลังตลอด :x
โดย
baby-investor
จันทร์ ธ.ค. 14, 2009 7:13 pm
0
0
ดร. นิเวศน์กำลังกลุ้มใจเรื่องอนาคตรายการ Money Talk Daily
ขอเสนอความคิดเห็นสำหรับ money talk weekly นะครับ 1. อยากให้เชิญผู้บริหารมาออกสัปดาห์ละ 2 ท่านครับ เพราะปัจจุบันหารายการที่สัมภาษณ์ผู้บริหารแบบเป็นกิจลักษณะได้ยากเหลือเกินครับสำหรับช่อง money channel เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า 2. อยากให้เชิญผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่ยังไม่เคยมาออกรายการ หรือมาออกรายการน้อยกว่าบริษัทอื่นๆ 3. ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีวันละ 2 ชั่วโมง รวม 2 วันก็ 4 ชั่วโมงเหมือนเดิมครับ 4. อยากให้ลดช่วงเกริ่นเข้ารายการ ซึ่งจะเพิ่มเวลาช่วงสัมภาษณ์ให้มากขึ้น 5. อยากให้มีการแจ้งล่วงหน้าว่าผู้บริหารบริษัทใดจะมาออกรายการ และเปิดโอกาสให้นักลงทุนส่งคำถามที่จะถามผู้บริหารและให้อาจารย์ทั้ง 4 ท่านเป็นสื่อกลางในการถามให้ครับ
โดย
baby-investor
อังคาร ธ.ค. 08, 2009 3:26 pm
0
0
พบ ดร.นิเวศน์ พี่ธันวา และพี่ web เสาร์ 5ธค52 ตลาดหลักทรัพย์
แต่มีข้อสังเกตของพี่ WEB นิดหน่อยว่า นักลงทุนแนว VI อายุยืนยาว คุณปู่ buffet ดูอายุน้อยไปเลยนะครับ เมื่อเทียบกับ VI ท่านอื่นที่พี่ WEB ยกยัวอย่าง :D
โดย
baby-investor
อาทิตย์ ธ.ค. 06, 2009 1:25 pm
0
0
++ กองทุนหุ้นไทย...บริหารแจ๋วขนาดนั้นเลยหรือ ++
ลองดูหุ้นที่กองทุนแต่ละกองถืออยู่ หลายๆตัวก็ไม่ได้ขึ้นมากมายนะครับ จะมีเพียงบางตัวเท่านั้นที่ขึ้นมาก แต่เมื่อเทียบ set ที่อิงกับ ptt pttep advanc (เพราะ maket cap เป็นอันดับต้นๆ) ซึ่งขึ้นไม่มากเท่าไหร่ ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนดูเหมือนดีมากๆ ประกอบกับรวมปันผลเข้าไปด้วยอย่างที่คุณอะไรดีละบอกไว้ เลยดูเหมือนกองทุนทั้ง 5 จะดีมากๆ นี่ถ้าเซียนๆ VI ตั้งกองทุนบ้าง สงสัยผลตอบแทนที่ทำได้คงทำให้เป็นข่าวดังไปทั่วแน่ๆ :D
โดย
baby-investor
อาทิตย์ ธ.ค. 06, 2009 12:49 pm
0
0
จะหาข่าวแจ้งผลประกอบการในเวบ set ย้อนหลังหลายๆปีที่ไหนครับ
ตามนี้ครับ เว็บของ กลต สามารถดูข้อมูลที่มีประโยชน์ได้หลายอย่างเลยครับ ซึ่งรวมถึงงบการเงินด้วยครับ http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fin2/cgi-bin/findFS.php?lang=t&ref_id=74&content_id=1
โดย
baby-investor
อาทิตย์ พ.ย. 15, 2009 12:59 pm
0
0
2530-2551 จาก Black Monday ถึง Hamburger Crisis
ราคาแพงพอสมควร แต่เนื้อหาน่าสนใจทีเดียวครับ ถ้ามีใครเขียนสรุปปรากฏการณ์ที่มีผลต่อตลาดหุ้นของประเทศต่างๆก็น่าจะดีมากนะครับ
โดย
baby-investor
เสาร์ พ.ย. 14, 2009 1:38 pm
0
0
ห้องนี้กับห้องนั้นมันแตกต่างกันมากเลยครับ
ผมว่าปีนี้กำไร 200-300% ถือว่าไม่ยาก นักลงทุนใหม่ๆที่เพิ่งเข้ามาก็ได้ไปไม่น้อย แต่ปีหน้าผมว่าไม่ง่ายอย่างนี้แล้วครับ ซึ่งความสำเร็จในปีหน้าจะเป็นตัววัดฝีมือครับ แนะนำให้ลงทุนแต่พอตัวนะครับ ค่อยๆลงทุน ค่อยๆหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง ถ้าเริ่มจับทางถูก ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงครับ
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. พ.ย. 12, 2009 3:54 pm
0
0
ได้ไปเห็นประวัติ คุณ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ยอดเยี่ยมจริงๆ
น่าชมเชยจริงๆสำหรับคนที่สร้างตัวจากไม่มีอะไรเลย ขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับ
โดย
baby-investor
จันทร์ พ.ย. 09, 2009 11:14 pm
0
0
เรื่องของเดือนวาด
[quote="chatchai"][quote="baby-investor"]นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเจ้าของไม่ควรสร้างศูนย์การค้าให้มีจุดอับ เพราะจะทำให้เก็บค่าเช่าได้ต่ำ
โดย
baby-investor
จันทร์ พ.ย. 09, 2009 11:07 pm
0
0
เรื่องของเดือนวาด
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเจ้าของไม่ควรสร้างศูนย์การค้าให้มีจุดอับ เพราะจะทำให้เก็บค่าเช่าได้ต่ำ :D แถมภาพโดยรวมดูเงียบเหงาอีกด้วย (ทำให้คิดถึงเจ้าของหุ้นซึ่งก็ไม่ต่างกันนะครับ)
โดย
baby-investor
จันทร์ พ.ย. 09, 2009 4:06 pm
0
0
เงิน 9 ล้านเพื่อการเกษียณ ความร่ำรวยหรือความจำเป็น?
[quote="baby-investor"][quote="นักดูดาว"]ยอดเยี่ยมครับ ..สมมุติว่ามี 6 ล้านบาท ใช้เงินผลตอบแทนรวมกับเงินต้นด้วยบางส่วน เป็นวิธีที่ดีสำหรับการเกษียณครับ ในขณะนี้ มีวิธีลงทุนอะไรบ้างครับ ที่ถอนเงินต้นออกมาได้ และให้ผลตอบแทนคงที่ 4% (เหลือ 3.4% เมื่อหักภาษีดอกเบี้ย)
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2009 7:05 pm
0
0
เงิน 9 ล้านเพื่อการเกษียณ ความร่ำรวยหรือความจำเป็น?
[quote="นักดูดาว"]ยอดเยี่ยมครับ ..สมมุติว่ามี 6 ล้านบาท ใช้เงินผลตอบแทนรวมกับเงินต้นด้วยบางส่วน เป็นวิธีที่ดีสำหรับการเกษียณครับ ในขณะนี้ มีวิธีลงทุนอะไรบ้างครับ ที่ถอนเงินต้นออกมาได้ และให้ผลตอบแทนคงที่ 4% (เหลือ 3.4% เมื่อหักภาษีดอกเบี้ย)
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2009 4:10 pm
0
0
เงิน 9 ล้านเพื่อการเกษียณ ความร่ำรวยหรือความจำเป็น?
และการเก็บให้ได้ถึง 6 ล้านใน 35 ปีก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ออมเดือนละ 7,401 บาท หรือปีละ 88,811 บาท (แต่ต้องเริ่มเก็บตั้งแต่เรียนจบและทำงานใหม่ๆนะครับ ในที่นี้ผมให้เริ่มต้นที่อายุ 25 ปี) แล้วสร้างผลตอบแทนปีละ 3.4% เหมือนเดิม แค่นี้อายุ 60 ก็มีเงิน 6 ล้านแล้วครับ แต่ผมว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือความสม่ำเสมอในการเก็บออมครับ (เดี๋ยวนี้มีสิ่งล่อใจเยอะ น้องๆที่เพิ่งเรียนจบและเพิ่งมีรายได้อาจวอกแวกได้ :) ) และผมว่าถ้ายิ่งออมเร็วเท่าไหร่ได้ก็ยิ่งดีนะครับ ซึ่งถ้าทำได้ตามนี้เป้าหมายก็อยู่แค่เอื้อมครับ อายุ เงินเก็บแต่ละปี เงินที่มี %ผลตอบแทน จำนวนผลตอบแทน 25 88,811 88,811 3.40% 3,017 26 88,811 180,640 3.40% 6,137 27 88,811 275,588 3.40% 9,363 28 88,811 373,762 3.40% 12,698 29 88,811 475,271 3.40% 16,147 30 88,811 580,229 3.40% 19,712 31 88,811 688,753 3.40% 23,399 32 88,811 800,963 3.40% 27,211 33 88,811 916,986 3.40% 31,153 34 88,811 1,036,951 3.40% 35,229 35 88,811 1,160,991 3.40% 39,443 36 88,811 1,289,245 3.40% 43,800 37 88,811 1,421,856 3.40% 48,305 38 88,811 1,558,973 3.40% 52,964 39 88,811 1,700,748 3.40% 57,780 40 88,811 1,847,339 3.40% 62,761 41 88,811 1,998,911 3.40% 67,910 42 88,811 2,155,632 3.40% 73,234 43 88,811 2,317,678 3.40% 78,740 44 88,811 2,485,229 3.40% 84,432 45 88,811 2,658,472 3.40% 90,317 46 88,811 2,837,601 3.40% 96,403 47 88,811 3,022,815 3.40% 102,695 48 88,811 3,214,322 3.40% 109,202 49 88,811 3,412,335 3.40% 115,929 50 88,811 3,617,075 3.40% 122,885 51 88,811 3,828,770 3.40% 130,077 52 88,811 4,047,658 3.40% 137,513 53 88,811 4,273,982 3.40% 145,202 54 88,811 4,507,996 3.40% 153,152 55 88,811 4,749,959 3.40% 161,373 56 88,811 5,000,143 3.40% 169,872 57 88,811 5,258,826 3.40% 178,661 58 88,811 5,526,298 3.40% 187,747 59 88,811 5,802,857 3.40% 197,143 60 6,000,000
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2009 3:41 pm
0
0
เงิน 9 ล้านเพื่อการเกษียณ ความร่ำรวยหรือความจำเป็น?
ผมว่าเก็บให้ได้แค่ 6 ล้านก็พอครับ โดยสร้างผลตอบแทนให้ได้ปีละ 3.4% ซึ่งซื้อหุ้นกู้กับฝากประจำก็น่าจะทำผลตอบแทนในระดับนี้ได้ โดยเราสามารถอยู่ได้จนถึงอายุ 85 พอดีครับ แต่ถ้าอยากให้แน่นอนกว่านี้ก็ต้องให้มีเงินต้นมากกว่านี้ หรือสร้างผลตอบแทนจากเงินต้นมากกว่านี้ ตัวเลขด้านล่างแสดงวิธีคิดนะครับ อายุ เงินที่มี %ผลตอบแทน ผลตอบแทน จำนวนเงินที่ใช้ในแต่ละปี 60 6,000,000 3.40% 203,841 360,000 61 5,843,841 3.40% 198,535 360,000 62 5,682,376 3.40% 193,050 360,000 63 5,515,426 3.40% 187,378 360,000 64 5,342,804 3.40% 181,514 360,000 65 5,164,318 3.40% 175,450 360,000 66 4,979,767 3.40% 169,180 360,000 67 4,788,947 3.40% 162,697 360,000 68 4,591,644 3.40% 155,994 360,000 69 4,387,639 3.40% 149,063 360,000 70 4,176,702 3.40% 141,897 360,000 71 3,958,599 3.40% 134,487 360,000 72 3,733,086 3.40% 126,826 360,000 73 3,499,912 3.40% 118,904 360,000 74 3,258,816 3.40% 110,713 360,000 75 3,009,529 3.40% 102,244 360,000 76 2,751,773 3.40% 93,487 360,000 77 2,485,261 3.40% 84,433 360,000 78 2,209,693 3.40% 75,071 360,000 79 1,924,764 3.40% 65,391 360,000 80 1,630,155 3.40% 55,382 360,000 81 1,325,537 3.40% 45,033 360,000 82 1,010,570 3.40% 34,333 360,000 83 684,903 3.40% 23,269 360,000 84 348,171 3.40% 11,829 360,000 85 0
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2009 3:18 pm
0
0
โทรศัพท์มือถือออกฤทธิ์ เขี่ยนาฬิกาข้อมือตกชั้น
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ ผมว่าในอนาคตน่าจะมีเทรนด์อะไรหลายๆอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควรทีเดียว
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 22, 2009 12:25 pm
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
ผมมองว่าทีมฟุตบอลไม่ต่างจากบริษัทนะครับ ซึ่งส่วนที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนบริษัทให้ไปในทิศทางที่เจริญรุ่งเรื่องขึ้นก็คือผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ ในส่วนของพนักงานผมว่าเป็นส่วนรองครับ ผู้บริหารฝีมือดีสามารถวางยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนองค์กร ผู้บริหารสามารถเลือกรับพนักงานที่ใช่กับองค์กร สามารถปั้นพนักงานที่มีแวว สามารถดึงพลังของพนักงานออกมา และสามารถจัดวางตำแหน่งต่างๆให้เหมาะสมได้ ทีมฟุตบอลก็เช่นกัน อย่างเช่นแมนยู ผมเคยเห็นการถ่ายเลือดใหม่แบบเกือบทั้งทีมมาแล้ว ผลปรากฎว่าฤดูนั้นได้แชมป์ ลองมาดูที่ฤดูกาลนี้ ผมว่าคนที่จากไปมีศักยภาพสูงกว่าคนที่ได้มานะครับ แต่แมนยูก็ยังคงรักษามาตรฐานในระดับสูงไว้ได้ ในส่วนของเชลซี ผู้เล่นยังคงเป็นชุดเดิมๆตั้งแต่สมัยมูรินโญ แต่หลังจากมูรินโญไป เชลซีไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกเลย ย้อนไปดูเมื่อหลายฤดูกาลก่อนในสมัยที่เรียลมาดริดมีซีดาน โรนัลโด โอเวน เบคแคม ฟิโก ราอูล จำได้ว่าปีที่ฟิโกเข้ามา ทีมได้แชมป์ แต่หลังจากนั้นพอคนอื่นเข้ามาก็ไม้ได้แชมป์ลีกอีกเลย สำหรับลิเวอร์พูล ผมว่าชุดที่ได้แชมป์ UCL ไม่ถือว่าเหนือกว่าชุดปัจจุบันนะครับ ถ้าสมมุติว่าปีก่อนเป็นทีมชุดที่ได้แชมป์ UCL ทั้งทีม แล้วปีนี้ได้ตอเรสมาเสริม คิดว่าทีมนี้จะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นขนาดไหนครับ (แต่พอดีปีก่อนมีตอเรสอยู่แล้ว เราเลยดูเหมือนลิเวอร์พูลไม่มีนักเตะที่ดีขึ้น) ในส่วนของราฟา ผมว่าเค้าเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งระดับนึงเลยนะครับ แต่เวลาแข่งกับบิ๊กโฟทีไร รู้สึกว่ารูปเกมเป็นรองทุกที ส่วนนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับ เพราะถ้ารูปเกมเป็นรองโอกาสแพ้ก็มีสูงทีเดียว ผมว่าทฤษฎีในการเลือกผู้จัดการทีมก็ไม่ต่างจากการคัดเลือกผู้บริหารที่บริหารบริษัทครับ ถ้าบริษัทไหนได้ผู้บริหารมือทองเข้ามาบริหาร ก็น่าจะรับรองได้ว่าบริษัทจะเจริญก้าวหน้าค่อนข้างแน่นอน อย่างน้อยในเบื้องต้นก็สามารถสร้างขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และซัพพลายเออร์ได้ เช่นเดียวกับผู้จัดการทีม ถ้าผู้จัดการทีมคนไหนคุมทีมใดก็ได้แชมป์ ก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะคุมทีมต่อๆไปได้แชมป์ด้วย (หลักการเดียวกับบริษัทต้นแบบครับ) แถมยังเป็นแม่เหล็กดึงนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาได้ด้วย สามารถขายสินค้าได้ แฟนๆเข้ามาชมเกมมากขึ้น สโมสรมีเงินจับจ่ายมากขึ้น ฯลฯ โดยสรุปผมว่าปัญหาของลิเวอพูลน่าจะอยู่ที่ผู้บริหารหรือไม่ก็เจ้าของทีมครับ ซึ่งในอนาคตทั้งผู้จัดการทีมและเจ้าของจะเป็นใครอย่างไร คงต้องรอลุ้นต่อไปครับ
โดย
baby-investor
พุธ ต.ค. 21, 2009 7:51 pm
0
0
Liverpool FC, แฟนหงส์ The Kop ทั้งหลายมาทางนี้
ผมว่าผู้จัดการทีมเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดครับ ในส่วนที่นักเตะฟอร์มตกหรือบาดเจ็บน่าจะมีผลน้อยกว่า โดยผมมีข้อสังเกตุอย่างนึงครับว่าผู้จัดการทีมคนไหนที่ทำทีมประสบความสำเร็จ ก็มีแนวโน้มจะทำทีมอื่นประสบความสำเร็จด้วย เช่น มูรินโญ คาเปลโล เฟอกี้ แม้บางครั้งเพิ่งคุมทีมเป็นฤดูกาลแรก หรือบางทีทีมมีการเปลี่ยนถ่ายขุมกำลังแทบยกทีม ผู้จัดการทีมเหล่านี้ก็สามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้ ผมว่าผู้จัดการทีมเหมือนผู้จัดการกองทุนนะครับ ว่าจะเลือกซื้อผู้เล่นคนไหน (เลือกหุ้นตัวไหน) เลือกผู้เล่นคนไหนลงสนาม (ปรับพอร์ตหุ้นแบบไหน เป็น active หรือ defensive ในช่วงเวลาไหน) หรือบางช่วงได้เงินจากประธานสโมสรจะจับจ่ายซื้อนักเตะเป็นจำนวนเงินมากน้อยขนาดไหน (ได้เงินจากผู้ถือหน่วยแล้วจะทุ่มลงทุนทั้งหมดหรือไม่หรือรอดูจังหวะของตลาดให้แน่ใจก่อน) สรุปผมว่าถ้าได้ผู้จัดการทีมคนใดคนหนึ่งข้างต้นมาคุมทีม ผมว่าได้แชมป์แน่ๆครับ คอนเฟิร์ม :juju:
โดย
baby-investor
พุธ ต.ค. 21, 2009 11:38 am
0
0
แฟนฟ้าขาวอาร์เจนติน่าครับ
ดีใจกับแฟนๆอาเจนฯด้วยครับ ผมว่าบอลโลกถ้าไม่มีอาเจนฯคงกร่อยไปเยอะเลย โดยรวมผมว่ามาราโดน่ายังไม่เก๋าเท่าไหร่ครับสำหรับตำแหน่งโค้ช ถ้าเป็นไปได้น่าจะเอามาราโดน่ามาเป็นผู้เล่นตัวสำรองแล้วให้ลงช่วง 10 นาทีสุดท้ายมาพลิกเกม น่าจะสร้างสีสรรได้มากทีเดียวนะครับ :D
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 15, 2009 5:15 pm
0
0
ดร. นิเวศน์กำลังกลุ้มใจเรื่องอนาคตรายการ Money Talk Daily
ไปโวตมาเรียบร้อยแล้วครับ ยังไงผมคิดว่าอย่าเพิ่งวางใจนะครับ (จากการที่ติดตามมาโดยตลอดจะเห็นว่าแต่ก่อนมีรายการที่สัมภาษณ์ผู้บริหารอยู่หลายรายการ ทั้งรายการของคุณปฏิพร สิทธิพงษ์ หรือรายการของคุณชลพรรษา นารูล่า เดี๋ยวนี้ก็หายไปหมดแล้ว ที่มีเพิ่มมาก็มีการวิเคราะห์กราฟ ความเห็นจากนักวิเคราะห์ ดูจากรายการที่เพิ่มมาเหมือนกับว่าทางช่องเน้นให้นักลงทุนซื้อๆขายๆมากขึ้น) ในโลกของทุนนิยมอะไรก็เกิดได้ครับ ถ้ามีวิธีอะไรอื่นๆที่แสดงพลังของชาว vi ก็น่าจะดีนะครับ
โดย
baby-investor
พฤหัสฯ. ต.ค. 08, 2009 10:59 am
0
0
เกือบโดนมิจฉาชีพหลอกครับ กลโกงบัตรเครดิต
ขอโทษที่ต้องโพสในนี้นะครับ แต่อยากให้เพื่อนๆระวังตัวครับ ผมว่าดีมากๆเลยครับที่นำสิ่งเหล่านี้มาเผยแพร่ ยังไงถ้าใครมีประสบการณ์ที่เจอกับมิจฉาชีพอย่างนี้แล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง ผมว่าจะทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันและไม่หลงกลกับมิจฉาชีพเหล่านี้ครับ
โดย
baby-investor
พุธ ต.ค. 07, 2009 8:14 pm
0
0
บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ
บางธนาคารขั้นต่ำแค่ 1,000 บาทครับ แต่ธนาคารใหญ่ส่วนใหญ่จะ 2,000 ครับ บางทีเคลื่อนไหวบัญชีบ่อยๆอาจทำให้ไม่ค่อยสะดวกนะครับ ถ้าไม่เจาะจงธนาคารนะครับ แนะนำธนาคารเล็กๆดีกว่าครับเพราะได้ดอกเบี้ยมากกว่าแถมฝากขั้นต่ำก็น้อยกว่า ไม่ต้องโดนเก็บค่ารักษาบัญชีด้วย แล้วเดี๋ยวนี้ธนาคารเล็กก็อยู่ในห้างซึ่งก็ค่อนข้างสะดวกครับ
โดย
baby-investor
อังคาร ต.ค. 06, 2009 11:20 am
0
0
ขอความคิดเห็นการจัดงานสัมมนาไทยวีไอ ครั้งที่ 2 ครับ
สนับสนุนอีก1เสียงและขอไปด้วยครับ
โดย
baby-investor
ศุกร์ ต.ค. 02, 2009 9:59 pm
0
0
237 โพสต์
of 5
ต่อไป
Verified User
ชื่อล็อกอิน:
baby-investor
กลุ่ม:
สมาชิก
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
พุธ มิ.ย. 03, 2009 9:16 pm
ใช้งานล่าสุด:
จันทร์ เม.ย. 19, 2010 2:29 am
โพสต์ทั้งหมด:
312 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.02% จากโพสทั้งหมด / 0.05 ข้อความต่อวัน)
ลายเซ็นต์
LifeLong Learning
LifeLong Investing
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว