หน้าแรก
เว็บบอร์ด
หลักสูตรออนไลน์
Marketplace
สินค้าสมาคม
ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
เข้าสู่ระบบ
เมนูลัด
แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ
แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
ทีมงาน
FAQ
ไอเดียหุ้นเด้ง
โพสต์ยอดนิยม
หุ้นที่ติดตาม
ผู้เขียนที่ติดตาม
อึ้งกิมกี่
Joined: พุธ มี.ค. 24, 2004 11:30 pm
53
โพสต์
|
0
กำลังติดตาม
|
0
ผู้ติดตาม
ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - อึ้งกิมกี่
กระทู้ที่ตั้ง
โพสต์ที่ตอบ
โพสต์ที่ตอบ
คอมเมนต์
ไลค์
ผู้หญิง ผู้ชาย ถ้าต้องอยู่คนเดียว ใครมีวิธี คลายเหงา
ผู้หญิง
โดย
อึ้งกิมกี่
จันทร์ ต.ค. 03, 2005 9:55 pm
0
0
อ่านเว็บบอร์ดหุ้นหลายที่ เจอการเทียบ SET กับตลาดเพื่อนบ้าน
เฮียคลายเครียดเรียกมาครับผม :mrgreen:
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร ส.ค. 02, 2005 12:46 pm
0
0
SE-ED Killer !!!!
แวะเข้ามาอ่านเรื่องเกี่ยวกัน se-ed ครับผม ขอบคุณมากครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร ส.ค. 02, 2005 12:44 pm
0
0
ขอมอบยศ Founding Member แด่คุณครรชิต ไพศาล
ขอขอบคุณคุณครรชิตในน้ำใจไมตรีที่มีต่อคนอื่น และขอแสดงความยินดีมา ณที่นี้ด้วย
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร พ.ค. 10, 2005 10:40 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
รอครับรอ...รอสัญญาณคุณมือเก่าฯ
โดย
อึ้งกิมกี่
จันทร์ มี.ค. 28, 2005 9:12 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
หุหุหุ หุ้นดีแต่ตลาดไม่เป็นใจ รออีกหน่อยก็ดีครับ จะได้ของถูกกว่า (รอคุณมือเก่าฯมาให้สัญญาณ :mrgreen: )
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 5:54 pm
0
0
หลานอายุ4ขวบ ถ้าเป็นชาว VI จะเลือกโรงเรียนไหนเพราะอะไรครับ?
มาออกความเห็นช้าไปไหมครับเนี่ย มาเชียร์โรงเรียนทอสีด้วยคน สุขุมวิท 71 เป็นโรงเรียนแนวพุทธ ไม่เน้นวิชาการแต่เน้นให้เด็กรู้จักการดำเนินชีวิตตามแนวพุทธ ผมชอบครับ ลูกเรียนอยู่ 2คนเลยครับ มีอ.1-ป.6
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 10:18 am
0
0
บ้านเรารถกระบะเยอะจัง
ราคาถูก ประหยัด สารพัดประโยชน์ ขายราคาก็ไม่ตก ครับ คนที่ไม่ค่อยมีกะตังค์ รถคันแรกก็น่าจะอยากออกรถกระบะกันครับ ไปดูที่ฟิลิปินส์เขาก็ใช้รถกระบะเยอะครับ ไม่แปลกหรอกครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 8:52 am
0
0
ปีนี้คิดว่าอสังหาริมทรัพย์ไหนจะเด่นกว่ากันคับ
ฮืมจริงครับ...อย่าไปยุ่งก็ดีราคาเน่าทั้งกลุ่มเลยครับ ไม่รู้เมื่อไหร่จะฟื้นเลยแหละ
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 8:37 am
0
0
เซฟ ครับ เฮียคลายเครียด
พี่ปรัชญาครับตอนคุณนัดดูดาวคุยกับเฮียคลายเครียดนั้นราคาอยู่แถว 10-12บาทครับ PBประมาณ 0.5-0.6 เห็นคุยกันว่าถูกมากๆ ผมแอบได้ยินก็เลยซื้อตามไปดูว่าปลอดภัยจริงไหม (ผมชอบพวกหุ้น PB ต่ำๆเหมือนกัน) อิๆ ราคาก็ค่อยๆขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้มาอยู่แถว 26-27บาท มีเรื่องซึนามิเข้ามากวนเล็กน้อยแต่คงไม่กระทบเท่าไหร่ เคยเห็นเฮียคลายเครียดว่าแถว 26บาทนี้ก็ค่อนข้างจะเต็มมูลค่าอยู่เหมือนกัน คงขึ้นได้ไม่มาก เดี๋ยวรอดูสองคนนี้มาเฉลย 1หุ้นเพื่อแลกหนังสือ ถูกดีนะครับ ผมว่าจะซื้อหลายๆหุ้นแบบนี้เหมือนกันเพื่อเอาหนังสือ
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 8:32 am
0
0
พี่Jengไม่สนใจATCแล้วหรือ???
NPC หลัง XD จะเป็นงัยบ้างครับคุณวัวแดง
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 8:23 am
0
0
พี่Jengไม่สนใจATCแล้วหรือ???
คิดมากแก่เร็วจริงๆด้วยคุณเจ๋ง ผมก็เคยปล่อย ATC 41บาทผ่านมือไปเฉยเลย แล้วถ้าคุณเจ๋งคิดออกว่าราคาเท่าไหร่เหมาะสมก็กระซิบมาบ้างนะครับ :)
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 24, 2005 8:22 am
0
0
ถามความเห็นนักลงทุนแนววีไอ คิดว่าปีนี้.......
หรือผมลืมคัดแกลบออกจากกองแกลบที่ผมมี :?
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ มี.ค. 23, 2005 11:29 pm
0
0
ไม่เห็นคนที่นี่พูดถึงบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์กันเลย....
ตามที่เคยเจอ...ซื้อตามบทวิเคราะห์เป็นได้เรื่องทุกที :( แต่ก็ยังอ่านอยู่นะเพื่อเพิ่มมุมมอง ลองมาอ่านเอาแถวนี้ก็ได้ความรู้ดีๆกลับไปจริงด้วยนะครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ มี.ค. 23, 2005 11:19 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
http://www.nong-pan.com/sinthorn/se-ed.gif
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ มี.ค. 23, 2005 10:48 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ : SE-ED 1. ภาพรวม ในภาพรวมของธุรกิจหนังสือ ยังคาดว่าน่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องด้วยตัวเลข 2 หลัก ไปอีกหลายปี ดังนั้นบริษัทฯ จึงยังคงเน้นการเปิดร้านหนังสือเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ และเพิ่มบทบาทใน ฐานะผู้จัดจำหน่ายหนังสือแก่สำนักพิมพ์อื่นมากขึ้นให้สอดคล้องกัน ส่วนบทบาทของสำนักพิมพ์นั้น บริษัทฯ ยังคงเน้นการผลิตหนังสือที่มีคุณภาพ มีอายุยาว และมีขนาดตลาดใหญ่เพียงพอ โดยไม่เน้น การเพิ่มจำนวนชื่อเรื่องมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในทั้งสามส่วนธุรกิจนี้ บริษัทฯ สามารถรักษาความเป็น รายใหญ่ที่สุดได้อย่างชัดเจนในธุรกิจร้านหนังสือ และผู้จัดจำหน่ายหนังสือ ส่วนในธุรกิจสำนักพิมพ์ บริษัทฯ ยังคงบทบาท 1 ใน 2 รายใหญ่ที่สุดไว้ได้ ในปี 2547 บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 30 สาขา ทำให้สิ้นปี 2547 บริษัทฯ มีร้าน หนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ Book Variety และเครือข่ายในรูปแบบต่างๆ กัน ที่ยังเปิดดำเนินการ อยู่รวม 168 สาขา และมีจุดขายย่อยอีกรวมเป็นจุดขายทั้งสิ้น 330 จุดขาย จากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2547 อันเป็น ผลมาจากการปรับราคาของน้ำมันในประเทศอย่างต่อเนื่อง ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น การ กลับมาแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก รวมทั้งปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ และภัยพิบัติจาก ธรรมชาติคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งปัจจัยเชิงลบเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะนโยบายการประหยัดพลังงานของรัฐบาล ที่กำหนดเวลาปิดของห้างสรรพสินค้า และดิสเคาท์สโตร์ ให้เร็วขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายของสาขาเดิมของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เติบโตในอัตราที่ลดลง ส่งผลให้อัตราการเพิ่ม ขึ้นของรายได้จากการขายทั้งปี ต่ำกว่าประมาณการที่คาดไว้เล็กน้อย ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2547 บริษัทฯ มีกำไรที่เป็นตัวเงินจากกิจกรรมดำเนินงาน (ตามงบกระแสเงินสด) เป็นเงิน 224.17 ล้านบาท เพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อน 5.47 ล้าน บาท คิดเป็น 2.50% ขณะที่กำไรสุทธิ (ตามงบกำไรขาดทุน) สำหรับปี 2547 เป็นเงิน 116.96 ล้านบาท คิดเป็น 4.10% ต่อรายได้รวม โดยลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 39.69 ล้านบาท คิดเป็น 25.34% หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.41 บาท บริษัทฯ มีรายได้รวมสำหรับปี 2547 จำนวน 2,856.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เท่ากับ 426.38 ล้านบาท หรือเติบโตสูงขึ้น 17.55% ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ปี 2547 บริษัทฯ มีกำไรที่เป็นตัวเงินจากกิจกรรม ดำเนินงาน (ตามงบกระแสเงินสด) เป็นเงิน 62.62 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน 0.57 ล้านบาท คิดเป็น 0.90% ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับ (ตามงบกำไรขาดทุน) ไตรมาสที่ 4 ปี 2547 เป็นเงิน 36.65 ล้านบาท คิดเป็น 4.78% ต่อรายได้รวม โดยลดลงจากงวดเดียวกัน ของปีก่อน 22.12 ล้านบาท คิดเป็น 37.64% หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.12 บาท บริษัทฯ มีราย ได้รวมสำหรับไตรมาส 4/2547 จำนวน 766.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 79.99 ล้านบาท หรือเติบโตสูงขึ้น 11.65% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของร้านซี เอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety นอกจากนี้สายงานวารสาร ยังทำรายได้เพิ่มขึ้นอีก 14.19% จากปีก่อน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2547 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2547 ได้มีมติให้ บริษัทฯ ซื้อหุ้นคืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบริหารทางการเงิน เนื่องจากบริษัทฯ มีสภาพ คล่องส่วนเกิน ในไตรมาส 3/2547 บริษัทฯ ได้สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน โดยมีการซื้อหุ้นคืนทั้งสิ้น จำนวน 19.78 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 122.64 ล้านบาท ราคาซื้อหุ้นคืนเฉลี่ย 6.20 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการจำหน่ายหุ้นสามัญซื้อคืนไว้ไม่เกิน 3 ปี นับจากที่มีการซื้อหุ้นคืน เสร็จสิ้น บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 มกราคม 2547 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2547 ในอัตรา 0.288 บาทต่อหุ้น จากกำไรส่วนที่บริษัทฯ มิได้รับยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคล โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานของ 3 ไตร มาสแรกในปี 2547 ไปแล้วเป็นเงิน 0.26 บาทต่อหุ้น ดังนั้นบริษัทจะจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมอีกใน อัตราหุ้นละ 0.028 บาท สืบเนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคม 2547 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (สำนักงาน กลต.) ได้มีหนังสือเวียน พร้อมด้วยบันทึกสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา ซึ่งพิจารณาประเด็นการซื้อหุ้นคืน และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 สำนักงาน กลต. ได้มี หนังสือเวียนพร้อมแนวปฏิบัติจากสภาวิชาชีพบัญชี ให้บริษัทฯ ดำเนินการกันกำไรสะสมไว้เป็น เงินสำรองเท่ากับจำนวนเงินที่ได้จ่ายซื้อหุ้นคืน จากการตีความและแนวปฏิบัติดังกล่าว ซึ่ง เกิดขึ้นภายหลังการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทฯ ได้แล้วเสร็จแล้วนั้น บริษัทฯ จึง จำเป็นต้องกันกำไรสะสมเป็นสำรองเพื่อซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวน 122.64 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอ ต่อมูลค่าที่บริษัทฯได้จ่ายซื้อหุ้นคืนมา ตามหนังสือเวียน กลต. ทำให้บริษัทฯ เหลือกำไรสะสมที่จะ จ่ายปันผลได้เหลือเพียง 8.69 ล้านบาทเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม เงินสำรองดังกล่าว จะสามารถ นำกลับมาเป็นกำไรสะสมยังไม่จัดสรรได้ในกรณีต่อไปนี้ 1. บริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้หมดแล้ว หรือ 2. บริษัทฯ ดำเนินการลดทุน หากบริษัทฯ ไม่สามารถจำหน่ายหุ้นซื้อคืนได้หมด ภายใน 3 ปี (สิ้นสุดวันที่11 กันยายน 2550) 2. ภาพรวมธุรกิจ บริษัทฯ ประกอบธุรกิจหลัก 3 ส่วน คือ 2.1 ธุรกิจร้านหนังสือ โดยเป็นผู้ดำเนินงานร้าน ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งการขยายตัวในลักษณะเครือข่าย และการ บริหารพื้นที่ขายในรูปแบบต่างๆ 2.2 ธุรกิจรับจัดจำหน่ายหนังสือ โดยจัดจำหน่ายให้กับหนังสือของบริษัทฯ เอง และ สำนักพิมพ์อื่น เพื่อจำหน่ายให้กับร้านหนังสือทั่วไป และช่องทางการขายอื่นๆ 2.3 ธุรกิจสำนักพิมพ์ โดยผลิตหนังสือ และวารสารเชิงวิชาการ และสาระความรู้ รับจ้าง โฆษณาเพื่อจัดลงในวารสารรายเดือนที่บริษัทฯ ผลิตขึ้น รับจ้างพิมพ์หนังสือ และเป็นผู้จัดงาน ประจำปี Thailand Electronics & Industrial Technology ธุรกิจร้านหนังสือ บริษัทฯ ยังคงขยายร้านหนังสือของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และรักษาความเป็นร้าน หนังสือที่มีจำนวนสาขามากที่สุด และมียอดขายรวมสูงสุด ได้อยู่ โดยในไตรมาส 4/2547 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาของร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ เพิ่มขึ้นจำนวน 11 สาขา ได้แก่ คาร์ฟูร์ หาดใหญ่, โลตัส สกลนคร, Index Living Mall ภูเก็ต, โลตัส พระราม 1, เสริมไทย พลาซ่า มหาสารคาม, โอเชี่ยน ชุมพร, แฟรี่แลนด์ นครสวรรค์, เจริญภัณฑ์ พะเยา, ตึกคอม พัทยา, SK ชอปปิ้ง พาร์ค อุบลราชธานี และตึกคอม โฆษะ ขอนแก่น รวมเป็นสาขาที่เปิดไปแล้ว รวม 174 สาขา โดยเป็นสาขาที่ยังเปิดดำเนินงานอยู่จำนวน 168 สาขา ซึ่งได้รวมร้านเครือข่ายที่ ยังเปิดดำเนินงาน 6 ร้านเครือข่าย นอกจากนี้ยังมีจุดขายย่อยในโลตัสเอ็กซเพรส โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2547 อีก จำนวน 15 จุด และอื่นๆ รวมเป็นจุดขายที่เปิดไปแล้ว ทั้งสิ้น 330 จุดขาย นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับปรุงร้านสาขาเดิม ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันยอด ขายอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจรับจัดจำหน่ายหนังสือ บริษัทฯ มีบทบาทเป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยรับจัดจำหน่ายให้กับ สำนักพิมพ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เนชั่นบุ๊คส์, กู้ดมอร์นิ่ง, โปรวิชั่น, สำนักพิมพ์รักลูก, รีดเดอร์ไดเจสท์, เพียร์สันเอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า, เวิร์คพอยท์, สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก, กันตนาพับลิชชิ่ง เป็นต้น โดยจัดจำหน่ายหนังสือผ่านร้านซี เอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ร้านหนังสืออื่น และสถาบันการศึกษา โดยบริษัทฯ ได้ คัดเลือกหนังสือรับจัดจำหน่ายปกใหม่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด เพื่อทำให้สินค้า หลักของบริษัทฯ มีวงจรชีวิตอยู่ในตลาดยาวนาน และสามารถทำกำไรในระยะยาวได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเพิ่มการซื้อขาดสินค้าที่เห็นว่ามีโอกาสการขายสูง เพื่อให้ได้รับส่วนลดจากซัพพลาย เออร์มากขึ้น ธุรกิจสำนักพิมพ์ บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการกำหนดทิศทาง การวางแผนผลิตสินค้าให้ตรงตามความ ต้องการของตลาด มีอายุสินค้ายาวนาน และมีขนาดตลาดมากเพียงพอ โดยไม่เน้นการเพิ่มจำนวนชื่อ เรื่องที่ผลิต และเน้นการพัฒนาเครื่องมือ และเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สามารถ กระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เหมาะสมขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าที่บริษัทฯ ผลิตมี โอกาสประสบความสำเร็จได้สูงขึ้น 3. ผลการดำเนินงาน 3.1 ผลการดำเนินงานของปี 2547 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ตาราง 1 : ผลการดำเนินงานของปี 2547 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (หน่วย:พันบาท) ม.ค.-ธ.ค. ม.ค.-ธ.ค. เปลี่ยนแปลง 2547 2546 เพิ่มขึ้น(ลดลง) (%) รายได้จากการขาย 2,833,648 2,376,739 456,909 19.22 รายได้อื่น 21,116 52,818 (31,702) (60.02) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 1,576 403 1,173 290.93 รวมรายได้ 2,856,340 2,429,960 426,380 17.55 ต้นทุนขาย 1,980,970 1,624,057 356,913 21.98 ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 708,076 591,678 116,398 19.67 กำไรขั้นต้น 852,678 752,682 99,996 13.28 อัตรากำไรขั้นต้น (%) 30.09 31.67 - (1.58) กำไรจากการดำเนินงานก่อน ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่าย ตัดจ่าย (EBITDA) 240,847 276,430 (35,583) (12.87) กำไรที่เป็นตัวเงินจากกิจกรรม ดำเนินงานจากงบกระแสเงินสด 224,171 218,702 5,469 2.50 กำไรสุทธิ 116,962 156,654 (39,692) (25.34) กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.41 0.73 (0.32) (43.83) รายได้รวมสำหรับ ปี 2547 บริษัทฯ มีรายได้รวมสำหรับปี 2547 เป็นเงิน 2,856.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426.38 ล้านบาท หรือเติบโตสูงขึ้น 17.55% โดยในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก การขาย 2,833.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 456.91 ล้านบาท หรือเติบโตสูงขึ้น 19.22% ซึ่งส่วน ใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ซึ่งเพิ่มขึ้น 22.48% แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อันเป็นผลมาจากการขึ้นราคา น้ำมัน และจากนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล ที่กำหนดเวลาปิดดำเนินการของห้างดิส เคาท์สโตร์เร็วกว่าปกติ ในช่วงไตรมาส 3/2547 และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ ในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2547 ยอดขายของสาขาเดิมมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ส่วนที่เหลือเป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสาขาใหม่ ที่เปิดเพิ่มขึ้นในปี 2547 จำนวน 30 สาขา กำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานในกิจกรรมการดำเนินงานหลัก ไม่รวมรายได้อื่นๆ สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2547 เป็นเงิน 144.60 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 16.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 10.19% (ปี 2546 กำไรจากการดำเนินงานหลัก เป็นเงิน 161.0 ล้านบาท) สาเหตุที่ลดลงเนื่องจาก - ต้นทุนขาย เพิ่มขึ้น 356.91 ล้านบาท คิดเป็น 21.98% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้น ของยอดขาย สืบเนื่องจากมีสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยเป็นจำนวนมาก ขึ้น เช่น หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 116.40 ล้านบาท คิดเป็น 19.67% ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับอัตราการเพิ่มขึ้นของยอดขายโดย สาเหตุที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น เกิดจาก o ในปี 2547 มีการขยายสาขาของร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety เพิ่มขึ้นจำนวน 30 สาขา ซึ่งยอดขายของสาขาใหม่ยังต้องใช้ ระยะเวลาหนึ่งกว่าจะเพิ่มขึ้นถึงระดับที่จะทำกำไรได้ จึงทำให้สัดส่วนค่าใช้ จ่ายในการขายและบริหารมีสัดส่วนสูงขึ้นใกล้เคียงกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น o มีการลงทุนปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัยขึ้น และมีการลงทุนกิจกรรม ทางการตลาดเพื่อสร้างฐานลูกค้าระยะยาว รวมถึงมีการขยายหน่วยงาน บางส่วน และการลงทุนในระบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นระบบงาน ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต จึงส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย เมื่อนำรายได้อื่นมาพิจารณาด้วยจะพบว่า บริษัทฯ มีรายได้อื่น ที่ไม่เกี่ยวกับการ ดำเนินงานตามปกติ (non operation) ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 31.70 ล้านบาท คิด เป็นลดลง 60.02% รายได้อื่นดังกล่าว ได้แก่ o กำไรจากการขายทรัพย์สินจำนวน 19.42 ล้านบาท o รายได้เงินปันผลและกำไรจากการขายเงินลงทุนชั่วคราว ลดลงจากปี ก่อน จำนวน 5.28 ล้านบาท จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้ในปี 2547 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลงจากปี 2546 โดยกำไรสุทธิปี 2547 เป็นเงิน 116.96 ล้านบาท คิดเป็น 4.10% ต่อรายได้รวม หรือคิด เป็นกำไรต่อหุ้น 0.41บาท (ปี 2546 กำไรสุทธิสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2546 เป็น 156.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.45% ต่อรายได้รวม หรือมีกำไรสุทธิหุ้นละ 0.73 บาท) ซึ่ง ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 39.69 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 25.34% กำไรจากกิจกรรมหลักที่เป็นตัวเงินตามงบกระแสเงินสด สำหรับปี 2547 เท่ากับ 224.17 ล้านบาท คิดเป็น 7.85% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.47 ล้านบาท คิดเป็น 2.50% (กำไรจากกิจกรรมหลักที่เป็นตัวเงินสำหรับปี 2546 เท่ากับ 218.70 ล้านบาท คิดเป็น 9.0%) ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 426.38 ล้านบาท คิดเป็น 17.55% แต่กำไรสุทธิลดลง ซึ่งเกิดจากรายการที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามปกติ (non operation) โดยสาเหตุหลัก เกิดจากในปี 2546 มีรายได้เงินปันผลและกำไรจากการขายเงินลงทุนชั่วคราวลดลงจากปี ก่อน จำนวน 5.28 ล้านบาท และในปีก่อนมีกำไรจากการขายทรัพย์สินจำนวน 19.42 ล้าน บาท 3.2 ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี2547 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ตาราง 2: ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี2547 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (หน่วย : พันบาท) ต.ค.-ธ.ค. ต.ค.-ธ.ค. เปลี่ยนแปลง 2547 2546 เพิ่มขึ้น (ลดลง) (%) รายได้จากการขาย 761,879 662,537 99,342 14.99 รายได้อื่น 4,442 23,794 (19,352) (81.33) รวมรายได้ 766,321 686,331 79,990 11.65 ต้นทุนขาย 533,259 444,014 89,245 20.10 ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 180,442 159,267 21,175 13.30 ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม 162 1,816 (1,654) (91.08) กำไรขั้นต้น 228,620 218,522 10,098 (4.62) อัตรากำไรขั้นต้น (%) 30.01 32.98 - (2.98) กำไรจากการดำเนินงานก่อน ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่าย ตัดจ่าย (EBITDA) 72,012 98,129 (26,117) (26.52) กำไรที่เป็นตัวเงินจากกิจกรรม ดำเนินงานจากงบกระแสเงินสด 62,617 63,187 (570) (0.90) กำไรสุทธิ 36,648 58,766 (22,118) (37.64) กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.12 0.27 (0.15) (55.56) รายได้รวมสำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2547 เป็นเงิน 766.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.99 ล้าน บาท หรือเติบโตสูงขึ้น 11.65% โดยในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขาย 761.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.34 ล้านบาท หรือเติบโตสูงขึ้น 14.99% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ ของร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และ Book Variety ซึ่งเพิ่มขึ้น 21.34% ซึ่งเกิดจากยอดขายที่ เพิ่มขึ้นของสาขาเดิม ยอดขายจากสาขาที่เปิดใหม่ และยอดขายจากการเปิดจุดขายย่อยเพิ่มขึ้น และรายได้จากสายงานวารสารของบริษัทฯ รวมเพิ่มขึ้นประมาณ 14.19% กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2547 เป็นเงิน 36.65 ล้านบาท คิดเป็น 4.78% ต่อ รายได้รวม หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.12 บาท (ปี 2546 กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 4 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2546 เป็น 58.77 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.56% ต่อรายได้รวม หรือมีกำไรสุทธิหุ้นละ 0.27 บาท) โดยกำไรสำหรับงวดนี้ ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 22.12 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 37.64% เกิดจากสาเหตุเดียวกันกับงวดปี 2546 มีกำไรจากการ ขายทรัพย์สิน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ปี 2546 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4 ปี 2547 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2547 เป็น เงิน 16.98 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 86.33% สืบเนื่องจากบริษัทฯ สามารถขายสินค้าจากการ รับจัดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นดีของบริษัทดีขึ้น 4. ฐานะทางการเงิน 4.1 ส่วนประกอบของสินทรัพย์ ตาราง 3: ส่วนประกอบของสินทรัพย์ (บางส่วน) 31 ธันวาคม 2547 31 ธันวาคม 2546 เพิ่มขึ้น (ลดลง) จำนวนเงิน % ต่อ จำนวนเงิน % ต่อ จำนวนเงิน % (พันบาท) สินทรัพย์รวม (พันบาท) สินทรัพย์รวม (พันบาท) เงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสด 142,825 12.89 146,375 13.24 (3,550) (2.42) เงินลงทุนชั่วคราว- สุทธิ 161,939 14.62 257,050 23.26 (95,111) (37.00) ลูกหนี้การค้าและตั๋ว เงินรับ-สุทธิ 83,741 7.56 79,114 7.16 4,627 5.85 สินค้าคงเหลือ-สุทธิ 153,489 13.86 137,212 12.42 16,277 11.86 รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 569,410 51.40 642,662 58.15 (73,252) (11.40) เงินลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม 34,837 3.14 33,961 3.07 876 2.58 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์- สุทธิ 241,943 21.84 221,894 20.08 20,049 9.04 สิทธิการเช่าอาคาร -สุทธิ 139,969 12.63 118,835 10.75 21,134 17.78 รวมสินทรัพย์ไม่ หมุนเวียน 538,397 48.60 462,513 41.85 75,884 16.41 สินทรัพย์รวม 1,107,807 100.00 1,105,175 100.00 2,632 0.24 ด้านสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 บริษัทฯ มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 1,107.81 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 2.63 ล้านบาท สาเหตุการเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนของสินทรัพย์รวมดังกล่าว เป็นผลมาจาก - เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 2547 เท่ากับ 142.83 ล้านบาท ลดลง 3.55 ล้านบาท - เงินลงทุนชั่วคราว-สุทธิ ลดลง 95.11 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ขายเงินลงทุนเพื่อนำ เงินมาจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืน - สินค้าคงเหลือ-สุทธิ เพิ่มขึ้น 16.28 ล้านบาท เนื่องจากซื้อขาดสินค้าเพื่อขายที่สาขา เพิ่มขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นตามจำนวนของสาขาที่เพิ่มขึ้น - ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ คงเหลือ ณ เพิ่มขึ้น 20.08 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้น ของ อุปกรณ์ตกแต่ง ชั้นเก็บสินค้าสาขาและ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ - สิทธิการเช่าอาคาร-สุทธิ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 21.13 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2547 มีการ ทำสัญญาสิทธิการเช่าของสาขา จำนวน 2 แห่ง - เงินค้ำประกันการเช่าและเงินมัดจำ เพิ่มขึ้น 33.89 ล้านบาท จากการจ่ายเงินมัดจำสิทธิ การเช่าของสาขาแห่งหนึ่งมูลค่า 30.22 ล้านบาท ด้านหนี้สิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 บริษัทฯ มีหนี้สินทั้งสิ้น 592.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากสิ้นปีก่อน 53.60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจาก - เงินเบิกเกินบัญชี เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 39.76 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงปลายปี มีการจ่ายเงินมัดจำสิทธิการเช่า ของสาขาแห่งหนึ่ง จำนวน 27.25 ล้านบาท และเนื่องจากมีการจ่ายเช็คลงวันที่ช่วงปลายปี ซึ่งเป็นวันหยุดติดต่อกันหลาย วันเจ้าหนี้จึงขึ้นเงินไม่ทัน - เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่ายเท่ากับ 432.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.57 ล้าน บาท เนื่องจาก เนื่องจากมีการซื้อขาดสินค้าขายดีเพื่อจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น และ มียอดค้างจ่ายของหนังสือขายดีหลายเล่มในช่วงปลายปี - ภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย เท่ากับ 22.63 ล้านบาท ลดลง 13.55 ล้านบาท เนื่องจากกำไรของ ปี 2547 ลดลง ทำให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลของปี 2547 ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม คงเหลือ 515.08 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงลดลงจาก ต้นปี 50.97 ล้านบาท คิดเป็น 9.00% เนื่องจาก - มีการซื้อหุ้นคืน จำนวน 19.78 ล้านหุ้น มูลค่าเฉลี่ยต่อหุ้น 6.20 บาท รวมเป็น 122.64 ล้านบาท - ทุนเรียกชำระแล้วเพิ่มขึ้นจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นหุ้นสามัญ โดย o ผู้ถือหุ้นรายเดิม จำนวน 56.24 ล้านบาท และ o กรรมการและพนักงาน 2.84 ล้านบาท - ส่วนเกินมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น 36.56 ล้านบาท จากการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นรายเดิม 4.2 กระแสเงินสด ตาราง 4: กระแสเงินสดได้มา (ใช้ไป) สำหรับปี 2547 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (หน่วย : พันบาท) ม.ค.-ธ.ค. ม.ค.-ธ.ค. เปลี่ยนแปลง 2547 2546 เพิ่มขึ้น (ลดลง) (%) กำไรสุทธิ 116,962 156,654 (39,692) (25.34) ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ 64,152 53,709 10,443 19.44 สิทธิการเช่าตัดจ่าย 9,400 8,495 905 10.65 รายการที่ไม่เป็นตัวเงิน 35,378 19,856 15,522 78.17 รายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินงาน (1,721) (20,012) 18,291 91.40 กำไรที่เป็นตัวเงินจาก กิจกรรมดำเนินงาน 224,171 218,702 5,469 2.50 การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และ หนี้สินจากการดำเนินงาน (79,285) (53,592) 25,693 47.94 กระแสเงินสดได้มา (ใช้ไป) ในกิจกรรมดำเนินงาน 144,886 165,110 (20,224) (12.25) กระแสเงินสดได้มา(ใช้ไป) ในกิจกรรมการลงทุน (29,372) (10,282) (19,090) 185.67 กระแสเงินสดได้มา(ใช้ไป) ในกิจกรรมจัดหาเงิน (119,063) (87,339) (31,724) 36.32 กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (3,549) 67,489 (71,038) (105.26) กระแสเงินสดได้มาจากการดำเนินงาน ลดลงปีก่อน (20.22) ล้านบาท เนื่องจากใน ไตรมาส 4 ปี 47 มีการจ่ายเงินมัดจำค่าสิทธิการเช่าสาขาแห่งหนึ่ง จำนวน 27.25 ล้านบาท กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมการลงทุน ลดลง 19.09 ล้านบาท เนื่องจาก - ในปี 2547 มีการลงทุนในสิทธิการเช่า จำนวน 2 แห่ง รวมเป็นเงิน 30.53 ล้าน บาท - ในปี 2546 มีการขายทรัพย์สินถาวรจำนวน 52.15 ล้านบาท - เงินสดรับจากการขายเงินลงทุนสุทธิ เพิ่มขึ้น 39.36 ล้านบาท - ในปี 2546 มีการลงทุนในบริษัทเพลินพัฒน์ จำนวน 23 ล้านบาท กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน ลดลง 31.72 ล้านบาท เนื่องจาก - ในปี 2547 จ่ายเงินปันผลรวม 131.82 ล้านบาท (จากผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2546 หุ้นละ 0.20 บาท, ไตรมาส 1/2547 หุ้นละ 0.10 บาท, ไตรมาส 2/2547 หุ้นละ 0.10 บาทและไตรมาส 3/2547 หุ้นละ 0.06 บาท) ส่วนในปี 2546 มีการจ่ายเงินปันผลรวม 160.38 ล้านบาท (จากผลการดำเนินงานของปี 2545 ทั้งปี หุ้นละ 0.45 บาท, ไตรมาส 1/2546 หุ้นละ 0.10 บาท, ไตรมาส 2/2546 หุ้นละ 0.10 บาทและไตรมาส 3/2546 หุ้นละ 0.10 บาท) ทำให้ปี 2547 จ่ายเงินปันผลน้อยกว่าปี 2546 รวม 28.56 ล้านบาท - ในปี 2547 ได้รับเงินจากการแปลงสภาพหุ้นของผู้ถือหุ้นรายเดิมและพนักงาน 95.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อน จำนวน 24.77 ล้านบาท โดยในปี 2546 มีการแปลง สภาพหุ้นของผู้ถือหุ้นรายเดิมและพนักงาน จำนวน 70.87 ล้านบาท - ในไตรมาส 2/2547 และไตรมาส 3/2547 มีการซื้อหุ้นคืนรวมจำนวน 19.78 ล้านหุ้น มูลค่าเฉลี่ยต่อหุ้น 6.20 บาท รวมเป็น 122.64 ล้านบาท ลงลายมือชื่อ....................... (นายทนง โชติสรยุทธ์) กรรมการผู้จัดการ
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ มี.ค. 23, 2005 10:42 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
เอ!! มีประเด็น warrent ด้วยเหรอครับ เดี๋ยวต้องไปศึกษาอีกที
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ มี.ค. 23, 2005 12:34 pm
0
0
ถามความเห็นนักลงทุนแนววีไอ คิดว่าปีนี้.......
ทำไมปีนี้หุ้นปันผลของไม่เหมือนของเฮียครับ จ่ายน้อยอ่ะ บ้างก็งด บ้างก็จ่ายน้อย ไม่มีวาสนาเลยเรา ดังนั้นไม่เห็นด้วยครับว่า peak คงต้องว่าเป็นบริษัทๆไป ปลอมเป็นหน้าแมวมานะเนี่ย
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ มี.ค. 23, 2005 12:01 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
นี่ตาบัคฯ มา TVI ก็ทำตัวเป็น VI หน่อยซิ :shock: เดี๋ยวไม่มีใครรับเป็นศิษย์ :oops: จริงด้วยนะอยู่พันทิพได้แต่พูดเฮฮา :roll:
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร มี.ค. 22, 2005 12:41 pm
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
วันนี้คนแย่งผม bid เยอะเลยท่าจะแห้ว เมื่อวานยังเป็น offer อยู่เลยนี่นา :(
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร มี.ค. 22, 2005 11:24 am
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
ได้รับข้อมูลของคุณครรชิตมาสองรอบแล้ว เข้ามาขอบคุณอีกครั้ง
[email protected]
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร มี.ค. 22, 2005 11:20 am
0
0
มีใคร favor SE-ED ที่แถวๆ 5-5.05บาทนี้บ้างครับ
เพื่อนเยอะแฮะ... เดี๋ยวผมจะกิ๊กไว้หน่อยนึงก่อน ไปเดินที่ร้านแถวบ้านทีไรคนแน่นตลอดเลย แต่การขยายสาขาเยอะมากเกินไปจะทำให้ over supply หรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน ใจผมชอบแบบค่อยๆทำค่อยๆโตมากกว่า แต่ราคานี้ถ้าจะแพงก็ไม่มากแล้วหละ ว่าแต่คุณ สส เขาปล่อยของหมดยัง ปล่อยทีร่วงที
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร มี.ค. 22, 2005 11:14 am
0
0
เนื้อหาที่ผมพูดในงานสินธร
ขอบคุณคุณมนตรีด้วยคนที่มาให้ความรู้ในงาน Meeting เราทักกันแล้วนะครับ ที่ว่าแฟนผมเคยทำงานอยู่ที่เดียวกับคุณมนตรี ไม่รู้จำได้ไหม...g2001 หรือกีกี้ครับ ภรรยาใหญ่กว่าก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องกลัวใช่ไหมครับ แค่เกรงใจอ่ะ :D
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร มี.ค. 22, 2005 12:24 am
0
0
คุณมน ผมไปแล้วนะ
หลังงานก็เลยแวะมาเยี่ยม TVI ครับ ขอบคุณวิทยากรจากห้องนี้ด้วยนะครับ ต้องมาเก็บความรู้จากห้องนี้เยอะๆ บ่อยๆ หน่อยแล้วหละครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
อังคาร มี.ค. 22, 2005 12:15 am
0
0
คิดยังไงกับ STANLY ที่ 140 +/- ครับ ?
คุณคัดท้ายจะเป็น VI แล้วเหรอครับ แปลกใจจัง
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. ก.ย. 16, 2004 10:05 pm
0
0
ถึงลุงขวดและลุงครรชิต ayud ครับ
ขอบคุณข้อมูลครับ ผมก็รอเก้อเหมือนกันครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. ก.ย. 16, 2004 9:59 pm
0
0
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี)
กำลังพยายามรวบรวมทำเหมือนกันครับ ทำก็ได้ไม่ครบทุกบริษัท ดูว่ารบกวนขอน่าจะเร็วกว่า ขออนุญาตินะครับ
[email protected]
ขอบคุณครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. ก.ย. 16, 2004 9:42 pm
0
0
ประกันภัยในดวงใจ
ของผมชอบ SAFE กับ AYUD เพราะเป็นหุ้นที่ได้มาตอนราคาถูกมากๆ (P/B ต่ำมากๆ) ตอนนี้ก็ยังต่ำอยู่
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ ก.ค. 21, 2004 10:52 pm
0
0
ใครถือหุ้นตัวไหน แล้วติดลบมากที่สุด
ขอร่วมประกวดนะครับ bland ครับ 1.7 ลงไป 0.8 ขาดทุนบานเลย เข็ดจนตาย ได้คติมาว่าอย่าเชื่อ พวกนักวิเคราะห์เชียร์หุ้น 1.7 ว่าไป 3บาทนั่น อย่าซื้ออย่างโง่ๆ เพราะเป็นโง่ที่ต้องจำจริงๆ
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ ก.ค. 21, 2004 10:41 pm
0
0
คิดถึง..............
ขอโทษทีครับ คลิก submit ไปหลายทีเลยนึกว่าไม่ติด เลย post ซ้ำๆ เลยไม่ได้ตั้งใจนะครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ ก.ค. 21, 2004 10:32 pm
0
0
คิดถึง..............
สวัสดีครับคุณปรัชญา คุณเจ๋ง และท่านอื่นๆ เห็นคุยเรื่องเวียดนามเลยมาแจม ไม่ค่อยได้แวะมาเวปนี้เลย ผมเองไปโฮจิมินมาหลายครั้งแล้วครับ เพราะบริษัทมีสาขาอยู่ที่นั่น คงไม่ถึงกับเหมือนไทย 30ปีก่อนหรอกครับสัก 15ปีก่อน แต่อีกหน่อยไม่แน่อาจจะก้าวหน้ากว่าไทยนะครับ รัฐบาลเขาแข็งมากโดยเฉพาะด้านกฎหมายปกป้องแรงงานและผมประโยชน์ของประเทศ ไอ้น้ำลูกยอนี่กินแล้วดีต่อตับไหมครับคุณเจ๋ง
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ ก.ค. 21, 2004 10:29 pm
0
0
คิดถึง..............
สวัสดีครับคุณปรัชญา คุณเจ๋ง เห็นคุยเรื่องเวียดนามเลยมาแจม ไม่ค่อยได้แวะมาเวปนี้เลย ผมเองไปโฮจิมินมาหลายครั้งแล้วครับ เพราะบริษัทมีสาขาอยู่ที่นั่น คงไม่ถึงกับเหมือนไทย 30ปีก่อนหรอกครับสัก 15ปีก่อน แต่อีกหน่อยไม่แน่อาจจะก้าวหน้ากว่าไทยนะครับ รัฐบาลเขาแข็งมากโดยเฉพาะด้านกฎหมายปกป้องแรงงานและผมประโยชน์ของประเทศ ไอ้น้ำลูกยอนี่กินแล้วดีต่อตับไหมครับคุณเจ๋ง
โดย
อึ้งกิมกี่
พุธ ก.ค. 21, 2004 10:28 pm
0
0
เฮียปรัชญา ผมสัญญากับเฮียไว้ว่า
แวะมาสวัสดีเฮียปรัชญาแถวนี้นะครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. พ.ค. 13, 2004 10:03 pm
0
0
คิดแล้วแล้วก็แปลก
หวัดดีครับคุณเจ๋ง ผ่านมาทักทายครับ ไม่ได้เข้ามาเลย ผมก็คิดแล้วก็แปลกเหมือนกันครับ ทำไมตัวเองถึงชอบเอาหุ้นเน่าๆใส่ port ก็ไม่รู้ สงสัยติดนิสัยตอนเด็กๆที่ชอบลอกการบ้านเพื่อนไม่ยอมทำเองมา :P
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. พ.ค. 13, 2004 9:55 pm
0
0
อยากให้ตั้งกระทู้กันเยอะๆ
สวัสดีคุณเจ๋งอีกครั้ง มาช่วยเพิ่ง rating แล้วครับ :oops:
โดย
อึ้งกิมกี่
ศุกร์ มี.ค. 26, 2004 5:24 pm
0
0
ทำมัยคนไทยส่วนใหญ่ถึงมองหุ้นเป็นการพนัน
ผมคนหนึ่งหละที่เรียกการเล่นหุ้นว่าลงทุนครับ ก็ได้เป็นเจ้าของกิจการนี่นา ไหนจะต้องมานั่งอ่านรายงานประจำปีอีก ว่าไอ้หย่า...จะเจ้งแล้ว
โดย
อึ้งกิมกี่
ศุกร์ มี.ค. 26, 2004 5:19 pm
0
0
รบกวนถามเรื่องเครดิตภาษีปันผลค่ะ คือตั้งแต่ปี 45 ไม่เคยขอคืน
คุณโน ผมจำได้ว่าตอนผมเด็กๆพ่อผมก็ซื้อหุ้นในชื่อผม แล้วตอนปลายปีก็ขอเครดิตภาษี แต่ไม่เหมือนกันตรงเคลมได้ผมก็คืนคุณพ่อไป ได้แต่มองตาปริบๆ แฮะๆก็แกไม่ได้แบ่งให้ผมบ้าง เหมือนกันไหม ...ลองเทียบดู
โดย
อึ้งกิมกี่
ศุกร์ มี.ค. 26, 2004 5:14 pm
0
0
รบกวนถามเรื่องเครดิตภาษีปันผลค่ะ คือตั้งแต่ปี 45 ไม่เคยขอคืน
ผมอธิบายเพิ่มนิดหนึ่งดีกว่า... ปรกติปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% โดยบริษัทหลังจากนั้นก็ส่งมายังผู้รับ ทีนี้ผู้รับขี้เกียจก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ แต่อย่างไรกรมสรรพากรเปิดโอกาสให้เครดิตภาษีได้เพราะถือว่าเงินปันผลจริงๆบริษัทได้จ่าย corporate tax ไปก่อนแล้ว 30% หรือ 25% เก็บ 10% อีกดูเป็นการซ้ำซ้อน (แต่ก็ยังเก็บอยู่ได้แปลกไหม) กิจการที่เสียภาษี corporate tax 30% สามารถเครดิตภาษีได้ 30/(100-30) = 30/70 หรือ 3/7 ครับ (คงไม่ใช่ 1/9 มั้งครับ) ส่วนกิจการที่เสียภาษี 25% สามารถเครดิตภาษีได้ 25/(100-25) = 25/75 หรือ 1/3 ครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากิจการเขาเสียภาษ๊เท่าไหร่ ก็ดูได้ใบจ่ายเงินปันผล จะระบุไว้ให้ว่าเงินที่จ่ายมาจากกิจการที่เสียภาษีเท่าไหร่ จ่าปันผลเท่าไหร่ หักภาษีไว้เท่าไหร่ จะมีบางกิจการที่ได้รับการส่งเสริมคือไม่ต้องเสียภาษี corporate tax พวกนี้แม้ได้เงินปันผลมาก็นำมาเครดิตภาษีไม่ได้ ทีนี้มาถึงการขอเครดิตภาษี ก็คือการที่เราจะขอยื่นยกเลิกภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ไปแล้วนำเรื่องเครดิตภาษีมาคำนวนภาษ๊กันใหม่หมด เช่นได้รับปันผล 9000 หัก ณ ที่จ่าย 10% ก็คือ 900 (กรณีกิจการแบบเสียภาษี corporate tax 30% แล้วกัน) การคำนวนก็หาจำนวนทีได้เครดิตภาษีก่อน = 9000 *3/7 = 3857 ดูเยอะนะครับ แต่ข้อแม้ก็คือเราต้องเอา เงินปันผล 9000 + เครดิตภาษี 3857 นี้ไปรวมไปเป็นเงินได้เพื่อคำนวนจากฐานภาษีของเราก่อน ในที่นี้ได้ 12857 ซึ่งต่ำกว่า 80000 บาทต่อปี ฐานภาษีคงเป็น 0 บาท ต่อมาเราก็ค่อยขอเครดิตภาษี 3875 บาทคืน แต่เราจ่ายไว้ก่อนแล้ว (โดนหัก ณ ที่จ่ายไว้) 900 บาทดังนั้นเราก็ขอคืนได้เพียง 3875-900 = 2975 บาท ก็ไม่น้อยนะครับ หลักการคร่าวๆ ผมคิดแบบเร็วๆไม่ได้ตรวจสอบ ถ้าคิดผิดก็อย่าว่ากันเลยแต่คิดทำนอนนี้แหละ ที่ยกตัวอย่างคือกรณีคนที่ไม่มีรายได้อย่างอื่นเลย กรณีคุณมีรายได้ก็ต้องเอารายได้มาคิดด้วย แต่อยากให้สังเกตง่ายๆว่าถ้าคุณมีฐานภาษีต่ำกว่า 37% คุณมักจะได้ประโยชน์จากการเครดิตภาษี พอฐานภาษีเลย 37% ไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเสียเวลายื่นเปล่าเผลอๆ ต้องจ่ายภาษีเพิ่มด้วย ไม่เชื่อลองคำนวนดู ฮิๆ สรุปเป็นผลประโยชน์ของคนชั้นกลางครับ
โดย
อึ้งกิมกี่
ศุกร์ มี.ค. 26, 2004 8:37 am
0
0
รบกวนถามเรื่องเครดิตภาษีปันผลค่ะ คือตั้งแต่ปี 45 ไม่เคยขอคืน
อ้อ!คุณสามารถลองคำนวณดูเองก่อน ว่าจะได้เงินคืนเท่าไหร่ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น เช่นถ้ายื่นแล้วจะต้องเสียเงินเพิ่มหรือได้เงินคืนน้อยและไม่อยากเสียเวลาก็ไม่ต้องยื่นครับ แต่ถ้าได้เงินคืนมากก็ยอมเสียเวลาเถอะครับ ถือเป็นกำไรอีกต่อที่หลายๆคนอาจต้องอิจฉาคุณก็ได้ ที่เขาไม่มีสิทธิได้
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 11:31 pm
0
0
รบกวนถามเรื่องเครดิตภาษีปันผลค่ะ คือตั้งแต่ปี 45 ไม่เคยขอคืน
ถ้าได้เงินปันผลเยอะพอควร ก็ลองศึกษาเรื่องการขอคืนเถอะครับ เพราะจะได้เงินคืนมาเป็นที่ชื่นใจ จริงๆก็ไม่ยากมากแค่กรอกข้อมูลตามแบบ ภงด90 ไปเรื่อยๆซึ่งปรกติก็จะมีคู่มือการกรอกมาให้ด้วย ถ้าไม่เคยได้รับแบบฟอร์มน่าจะขอรับได้ที่เขต ทั้งแบบฟอร์มและคู่มือเลย อ้อ ถ้าคุณยังไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีก็ต้องเริ่มจากการไปขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีด้วย และได้ยินมาว่าขอย้อนหลังได้ถึงสามปีด้วย (อันนี้ไม่แน่ใจนัก) ผมเข้าใจว่าคือการยื่นเอกสารภงด 90 พร้อมกันของปีนี้ และปีก่อนๆ พร้อมกันทั้งสามฉบับ ฉบับที่ยื่นย้อนหลังคงมีค่าปรับในการยื่นช้าเล็กน้อยด้วย (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ประมาณ 200บาทหรือเปล่า) การขอคืนภาษีคุณต้องมีเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายที่บริษัทที่จ่ายเงินปันผลให้มายื่นประกอบด้วยนะครับ อันนี้ผมพูดถึงการยื่นแบบฟอร์มที่เขตนะครับ (ส่วนการยื่นทาง Internet ยังไม่ได้ศึกษาเลยครับเลยไม่รู้ว่าทำอย่างไร) ถ้าเรื่องคุณผ่าน คือทางเจ้าหน้าที่ตรวจแล้วว่าข้อมูลถูกต้องเขาก็จะแจ้งคืนเงินให้คุณครับ น่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งปีหลังจากยื่น แต่ถ้ากรอกอะไรผิดหรือเอกสารไม่ถูกต้องจะถูกเรียกไปพบเพื่อแก้ไขหรือขอเอกสารเพิ่ม แล้วก็จะถูกดองเรื่องไว้ตรวจรอบสองไปเลย ซึ่งอาจจะต้องรอกันข้ามปี
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 11:26 pm
0
0
เลี้ยงหุ้นอย่างนี้ ไว้ ฝากผี ฝากไข้
ขอบขอบคุณด้วยคนนะครับ ฮิๆ อุตส่าห์มีติดกับเค้าสองตัวจากที่ถือตั้งหลายตัว สรุปตายังไม่ถึงขั้นครับ เดี๋ยวฝึกฝนต่อก่อน
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 11:12 pm
0
0
อยากถามพวกพี่ ๆ คิดยังไงเกี่ยวกับภาวะตลาดซึม ๆ อย่างนี้ครับ
กำไรหดหมดครับ...แต่ก็ขายไม่ลงเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้เรียนเรื่อง cutloss เลยครับ ผมเองพยายามมองภาพระยะยาวอยู่ครับถ้ายังเชื่อมั่นตัวที่มีก็ถือต่อ เพราะถือว่าตั้งใจลงทุนไปกับเขาแล้ว พาไปไหนก็ไปด้วยกัน
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 10:50 pm
0
0
เรื่องการย้ายออกของทุนต่างชาติ...
ขอบคุณคุณ นะที่ช่วยตัดข่าวมาแปะ ขอโทษคนเข้ามาอ่านที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเกี่ยวกับตลาดทุน(หุ้น) จริงๆเป็นเรื่องการลงทุนในกิจการต่างๆ ผมมาอ่านหัวข้อที่ตัวเองโพสต์อีกทีก็ดูอาจจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 10:42 pm
0
0
เรื่องการย้ายออกของทุนต่างชาติ...
กระทู้ข้างบนผมตั้งเองครับ แต่ทำไมชื่อสมาชิกไม่ปรากฎไม่ทราบ สงสัยผมคงทำอะไรไม่ถูกหนะครับ อึ้งกิมกี่
โดย
อึ้งกิมกี่
พฤหัสฯ. มี.ค. 25, 2004 11:58 am
0
0
หน้า
1
จากทั้งหมด
1
Verified User
ชื่อล็อกอิน:
อึ้งกิมกี่
กลุ่ม:
สมาชิก
ที่อยู่:
อ่อนนุช กทม
ติดต่อสมาชิก
PM:
ส่งข้อความส่วนตัว
สถิติสมาชิก
ลงทะเบียนเมื่อ:
พุธ มี.ค. 24, 2004 11:30 pm
ใช้งานล่าสุด:
จันทร์ ต.ค. 03, 2005 9:56 pm
โพสต์ทั้งหมด:
53 |
ค้นหาเจ้าของโพสต์
(0.00% จากโพสทั้งหมด / 0.01 ข้อความต่อวัน)
GO_TO_SEARCH_ADV
ไปที่
การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้น
↳ ห้องร้อยคนร้อยหุ้นต่างประเทศ
↳ ไอเดียหุ้นเด้ง
↳ หลักสูตรการลงทุนออนไลน์
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์ [กระทู้รับชมออนไลน์]
↳ ศาสตร์ของหุ้นเติบโต โดยอ.เบส ลงทุนศาสตร์
↳ ThaiVI GO Series
↳ คลังกระทู้คุณค่า
↳ Value Investing
↳ บทความ
↳ ความรู้งบการเงิน
↳ ร้อยคนร้อยเล่ม / Multimedia Forum
↳ mai Corner
↳ Alternative Investing
เรื่องทั่วไป
↳ นั่งเล่น / กีฬา / สุขภาพ
↳ Asking Staff
↳ CSR
×
บันทึกไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
×
บันทึกสำเร็จแล้ว