-
-
THiNK
Joined: อังคาร พ.ค. 20, 2003 11:46 pm - ส่งข้อความ
ดูประวัติส่วนตัว - THiNK
-
- โพสต์ที่ตอบ
- คอมเมนต์
- ไลค์
-
-
โรงเรียนอะไรดี ? โรงเรียนใกล้บ้าน ... ดี? http://radio.mcot.net/fm965/__viewboard.php?Qid=46&Qroom=0 โดย THiNK พฤหัสฯ. ก.ย. 29, 2005 10:30 pm
- 0
- 0
-
-
-
ขอโม้หน่อยนะครับ เป็นอะไร ... ไม่มีความหมาย คุณค่าอยุ่ที่ ... ทำอะไรต่างหาก :cool: :cool: :cool: :cool: :cool: โดย THiNK พฤหัสฯ. ก.ย. 29, 2005 8:14 pm
- 0
- 0
-
-
-
โรงเรียนอะไรดี ? วันนี้ได้ดูหนังเรื่องแพทช์ อดัม (Patch Adam)อีกครั้งหนึ่ง หนังเกี่ยวกับนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่ให้ความสำคัญในการรักษาใจคนใข้มากกว่ารักษากาย ดูไปแล้วผมจึงได้นึกถึงการศึกษาของไทย อะไรทำให้การศึกษาของต่างชาติไปได้ไกล เป็นเพราะหลักสูตรหรือ เป็นเพราะการวิธีการสอนหรือ เป็นเพราะคุณภาพของอุปกรณ์ที่ใช้หรือ สิ่งเหล่านี้เมืองไทยมีหลายๆ โรงเรียนในเมืองไทย อาจจะมีเหนือกว่าเมืองนอกด้วยซ้ำ ...แต่ดินที่นวดไว้ไม่ดี ไหนเลยจะปั้นได้สวยงาม ... เด็กไทยถูกปลูกฝังอย่างไร เด็กไทยถูกสอนให้มองคุณค่าของตนต่อสังคมอย่างไร เด็กไทยถูกตีค่าการกระทำในสังคมอย่างไร ความคิดที่พ่อแม่ปลูกฝัง ความต้องการของพ่อแม่ที่คาดหวังต่อเด็ก กรอบที่สังคมขีดให้เดิน สิ่งเหล่านี้ สามารถนวดดินให้ดีได้แค่ไหน ดินที่ดี สามารถปั้น(ตัวเอง)ให้แตกต่าง รูปปั้นที่ดี ต้องแตกต่าง มีเอกลักษณ์ประจำตัว รูปปั้นที่ดี ตัวดินจะปั้นตัวเอง หาใช่ถูกใครบังคับให้เป็นไม่ ขณะดูหนัง ผมพยายามเขียนสิ่งที่อยู่ในตัวของนักศักษาแพทย์แพทช์ อดัม ... ดินที่ปั้นได้รูปที่แตกต่าง ...จุดมุ่งหมายในชีวิต ...ความฝันของตนเอง ...ความทะเยอทะยาน ...ความมุ่งมั่น ...การค้นหา ...พยายามค้นคว้า ...ความคำนึงถึงคนอื่น ...ความเป็นตัวของตัวเอง ...กล้ากบฏต่อคำสอน ...กล้าท้าทายความคิดเก่า ...ความกล้าที่จะแสดงถึงจุดยืนของตน ...อื่นๆ ช่วยกันเติมแล้วกัน ดินที่ดี จะปั้นตัวเอง ไปตามธรรมชาติของเขา จนมีรูปร่างที่สวยงาม ตามพลังที่อยู่ภายใน เราคงต้องช่วยกันนวดดินให้เหมาะแก่การปั้น แต่ไม่ควรปั้นให้เป็นตามใจเรา ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นสิ่งที่เติบโตและแตกต่าง ถอยออกมาดูห่างๆ แล้วจะเห็นรูปปั้นที่สวยงาม กำลังเติบโต ... ดูหนังแล้วฟุ้งซ่านแฮะ ... :twisted: โดย THiNK จันทร์ ก.ย. 26, 2005 9:34 pm
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
- 0
- 0
-
- 0
- 0
-
-
คนระดับล่างรากหญ้าจนลง [qoute="Supra"] มันก็อยู่ที่ใจของแต่ละคนน่ะครับ [/qoute] เห็นด้วยเลย...เพราะเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้ศึกษากายยาววาหนาศอก... ได้เป็นอิสระแล้ว มาช่วยๆกันบ้างน่ะ รากหญ้าอาจจะไม่ได้จนลง แต่ใช้สิ่งที่ไม่จำเป็นมากขึ้น หัวขโมยอาจจะไม่ได้อดอยาก แต่ต้องการสิ่งปรุงแต่งในชีวิตเพิ่มเติม ... ไม่เพียงพอ หรือ ไม่พอเพียง ... โดย THiNK พุธ ส.ค. 03, 2005 7:46 pm
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
-
ทำไมถึงสนใจเรื่องลงทุน แล้วคาดหวังอะไรจากการลงทุน ...มีความสุข... :bow: ลงทุนแล้วมีความสุข! :bow: โดย THiNK จันทร์ พ.ค. 30, 2005 10:12 pm
- 0
- 0
-
-
-
ขอมอบยศ Founding Member แด่คุณครรชิต ไพศาล :D ขอแสดงยินดีด้วยคนครับ :D โดย THiNK พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 8:40 pm
- 0
- 0
-
-
-
ช่วยกันคิดหน่อยครับ การแจกหุ้นปันผล ผมคิดว่า...แจกหุ้นปันผลเป็นการ 1. แจกปันผลให้กับผู้ถือหุ้น แต่ไม่ให้เงิน 2. เอาปันผลนั้นไปซื้อหุ้นบริษัท สำหรับ บริษัทสามารถรักษาเงินปันผลที่จะแจกให้อยู่ในบริษัทได้ สำหรับ ผู้ถือหุ้น ก็ได้ความรู้สึกดีกลับบ้านไป (มีเครดิตภาษีได้นิดหน่อยในบางกรณี) ... เมื่อคิดเป็น % แล้ว แม้จำนวนหุ้นจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนในบริษัทของเรา ยังเหมือนเดิม โดย THiNK ศุกร์ เม.ย. 01, 2005 7:35 am
- 0
- 0
-
-
-
กินอยู่ต่ำกว่าฐานะ คือทางออก เศรษฐศาตร์ตะวันตก ไม่สามารถตอบสนองความสุขของมวลชนได้ เนื่องจาก เป็นการใช้เครื่องมือ บนทรัพยากรที่จำกัด เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มน้อย ซื่งมองในความจริง เป็นการดึงทรัพยากรของมวลชนไปให้กับคนกลุ่มน้อย (เนื่องจากการตีค่าทรัพยกรเป็นเงิน คนมีเงินมากคือคนที่มีส่วนแบ่งในทรัพยากรมาก) คนกลุ่มน้อย...คือคนที่รู้เศรษฐศาตร์นั้นนั่นเอง...เงินคือมิเตอร์วัดความสำเร็จ และเพราะคนกลุ่มน้อยชักจะมากขึ้นทุกที...จึงเกิดมีคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจ เพราะเพียงความสามารถนั้นไม่พอให้ถึงจุดสูงสุด...ยอดปิรามิดนั้นเล็กและแหลม เศรษฐกิจพอเพียง - ไม่ใช่แค่เงิน กระทบการเงิน ใช้เท่าที่จำเป็น ไม่หลงให้คนอื่นมาจูงเพื่ออยากได้อยากมีมากเกินความจำเป็น (ต้องมีทีวีมีมือถือ แต่เป็นหนี้ตัวโต...สุขกับทุกข์อันไหนมากกว่ากัน) กระทบความเป็นอยู่ อยู่แบบพึ่งตนเองได้ มีพืชผักปลูกกินได้ มีปลาจับตามคลองตามหนองได้ (อยากกินปลาก็ต้องเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่มีได้เงินวันละ 100...ซื้ออะไรกินได้) กระทบครอบครัว ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า ไปมาหาสู่ในเครือญาติ ความสัมพันธ์ไม่จืดจาง (ลูกหากินที่เมืองหลวง พ่อไปทำงานต่างประเทศ บ้านไม่มีใครอยู่...จะเอาสังคมดีๆจากไหน) กระทบสังคม อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันได้ แบ่งปัน ช่วยเหลือกัน อาศัยซึ่งกันและกัน (คนชนบทมุ่งเข้าเมืองใหญ่ ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว เพื่อสร้างความเจริญ...ให้กับใครกัน) กระทบสิ่งแวดล้อม อยู่อย่างเคารพสิ่งแวดล้อม ใช้อย่างรู้คุณค่าและหวงแหน (ให้คนอื่นมาชมแล้วทำลาย ทิ้งให้เราอยู่กับซากของความสวยงาม...เอาเงินไปทำอะไรกัน) กระทบวัฒนธรรม รู้และเข้าใจวัฒนธรรมของตนเอง ปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม (รู้จักวัฒนธรรมที่มาจากค่อนโลก แต่ไม่รู้จักวัฒนธรรมในหมู่บ้าน...เป็นคนที่ไหนกัน) กระทบการศึกษา ให้มีการศึกษาที่ไม่มุ่งแต่ความสำเร็จในส่วนตน แต่เพื่อสังคมส่วนรวม (ศึกษาแต่โลก รู้แต่ชนะคนอื่น ไม่รู้จักชนะตนเอง...เรียนเพื่ออะไรกัน) เศรษฐกิจพอเพียง พยายามเข้าใจสิ่งที่มี ใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด โดยการแบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ... ทำให้ประเทศล้าหลังหรือ? สนใจทำไมถ้าเรามีกินมีใช้ อย่างพอเพียง ... เพราะเรามัวแต่คิดจะวัดด้วยเงิน ทำให้เราลืมและทำลายคุณค่าทางธรรมชาติ เพื่อเปลี่ยนเป็นตัวเลขในกระดาษ โดย THiNK จันทร์ มี.ค. 21, 2005 4:42 pm
- 0
- 0
-
-
-
รู้ได้อย่างไรว่าวอร์เรน บัฟเฟต ไม่ได้ร่ำรวยเพราะโชคช่วย เป็นคำถามที่ดีที่ต้องขอให้ปรมาจารย์ทั้งหลายช่วยชี้แนะ แต่ขอขยายในส่วนของคำถามเพิ่มนิดหน่อย ... หลักการของบัพเฟทนั่นอย่างหนึ่ง ซึ่งเราสามารถหาอ่านได้ทั่วไป ลองอ่านกระทู้ตะแกรงร่อนของคุณธันวาถามให้คุณวิบูลย์ตอบ ก็ได้หลักการและความรู้มากมาย หากแต่สุดท้าย ถ้าเราจะถามว่าเราเป็นอย่างบัฟเฟท ได้หรือไม่? นั่นต้องการคนมีประสพการณ์ที่จะมาช่วยตอบ (คุณคัดท้าย ตอบไปบ้างแล้ว) บัฟเฟทมีอะไรที่เราไม่มี บัฟเฟททำอะไรที่เราไม่ได้ทำ โดยสรุป เราคงจะต้อง ศึกษาคนเพิ่มอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือไปจากศึกษาผลงาน ซึ่งน่าจะทำให้เรารู้ว่า เราทำได้เหมือนหรือไม่อย่างไร เพราะวิธีที่เหมือนกันใช่ว่าจะได้รับผลที่เหมือนกัน โดย THiNK ศุกร์ ม.ค. 21, 2005 4:09 pm
- 0
- 0
-
-
-
น่าดีใจ... ยุคนี้พระสงฆ์ก็มีความรู้การลงทุนแบบวีไอ พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งความจริง ไม่จำต้องพิสูจน์ อย่าลืม กามาลสูตร สิบข้อครับ แต่พอเห็นพระเดินตามพันธุ์ทิพย์บ่อยๆ ก็ปลงครับ จากตอนรักษาใจของหนังสือ ช้อบปิ้งบุญ ...ขวัญ เพียงหทัย (แจก ไม่มีวางขาย) "พระพุทธเจ้าสอนว่า ช่างดอกไม้ที่ฉลาดเขาเลือกเฉพาะดอกสวยมาจัด ส่วนดอกไม้ไม่สวยทิ้งลงถังขยะไป เราควรเลือกเก็บแต่บุญไว้ในใจเหมือนกัน เรื่องเศร้าหมองให้ทิ้งไป รักษาใจเราให้ดีอยู่เสมอ" โดย THiNK อาทิตย์ ม.ค. 16, 2005 8:15 pm
- 0
- 0
-
-
-
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ เรียนวิศวะจบมา ไม่ได้ใช้เลย เสียดายเหมือนกัน ผมมองเห็นสองประเด็นในความคิดนี้ ประเด็นแรก หากมองเป็นเรื่องเฉพาะทาง หรือสาขาอาชีพ อาจจะถูกต้องที่เป็นความผิดพลาดของการศึกษาที่เรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ แต่ในพื้นฐานของการศึกษา ให้มากกว่านั้น และควรจะได้มากกว่านั้น แม้แต่คนจบวิศวะเอง ทำงานวิศวะยังต้องเรียนรู้อีกมากในงานจริง ดังนั้น สิ่งที่การศึกษาในโรงเรียนควรจะให้และคนเรียนควรจะเรียนคือ วิธีการคิดและการหาความรู้ หากมองในแง่นี้แล้ว วิชาภาษาไทย สังคม ก็มีความสำคัญพอๆกับคณิตศาสตร์ สำหรับวิศวะ ดังนั้น สิ่งที่เรียนมา ไม่ว่าจะตรงกับสิ่งที่ทำหรือไม่ ย่อมไม่ไร้ประโยชน์ หาไม่แล้ว เมื่อออกจากโรงเรียน คนเราจะหยุดพัฒนา ... ความฝันของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของท่านนายก ก็ไปไม่รอด ...ยกตัวอย่าง กระทู้นี้หลายๆคนไม่ชอบเพราะไม่มีสูตรสำเร็จ ...เนื่องจากการศึกษาไทยสอนสูตรสำเร็จมากเกินไปหรือเปล่า ประเด็นที่สอง ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการพัฒนาคนทางด้านเทคนิคของเมืองไทยคือ ความก้าวหน้าของสายอาชีพ คนที่จะก้าวหน้าไปได้ดีและเร็วในสายอาชีพในเมืองไทย คือสายของบริหาร หรือคิดไปเองก็ไม่รู้ แต่หากจะเติบโต เราต้องเป็นผู้บริหาร นั่นทำให้คนทำงานด้านเทคนิคที่เก่งๆยากที่อยู่ในงานที่ตนชอบ หรือเปลี่ยนความชอบ ความฝันของคนเมื่อเวลาผ่านไป คิดถึงคนที่มีประสพการณ์ยาวนานและมีความสามารถขึ้นไปเป็นผู้บริหาร ถึงเวลาที่พร้อมจะต่อยอด จากผู้ปฎิบัติ ไปเป็นผู้ค้นคว้าได้ คนเหล่านี้สูญไปมากต่อมาก ... หรือผมคิดมากไปเอง ... โดย THiNK ศุกร์ พ.ย. 19, 2004 7:52 am
- 0
- 0
-
-
-
ขอถามคุณวิบูลย์ คุณจินนี่ คุณเจ๋ง หน่อยครับ ขอบคุณครับ อิ อิ ไม่ได้ login เพราะความขี้เกียจ :oops: เลยพลาดสิ่งดีๆไป คิ ๆ โดย THiNK อังคาร มี.ค. 09, 2004 8:37 pm
- 0
- 0
-
-
-
ร่วมสนุกชิงรางวัล "ไม่ไหวแล้ว ทำยังไงกับเงินฝากดีน่ะ" คำถามมีขึ้นในใจเมื่อสองปีก่อน พี่ผมซื้อหุ้นอยู่ก็มาคุยเรื่องหุ้นให้ฟังบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งก็ตัดสินใจเปิดพอร์ทด้วยความอนุเคราะห์ข้อมูลของเพื่อนร่วมงาน ... ซึ่งก็เริ่มหาหนังสือมาอ่าน ก็ของดร.นิเวศน์ละครับ ...ตีแตก "เอาว่ะ ค่อยๆซื้อแล้วกัน ว่าแต่ตัวไหนดีล่ะเพื่อน" "ดีๆ มีปันผล สภาพคล่องก็ใช้ได้ ประเดิมเลยแล้วกัน" สุดท้ายหุ้นตัวแรกก็ซื้อจากเพื่อนบอกมา "ขึ้นแล้ว 15% แหนะ ทำไงดี ใจสั่น ดีใจ จัง" "เออ ขายก่อนดีกว่า เอากำไรไว้ก่อน" ตอนนั้นเริ่มเข้าไปอ่านกระทู้ในพันธุ์ทิพย์บ้างแล้ว take profit และ cut loss จึงเป็นคำขวัญที่อยู่ในใจ scb-c1 เป็นหุ้นที่มาแรง ใครๆก็พูดถึง ยิ่งช่วงเวลาใกล้หมดอายุของ scb-c1 ใกล้เข้ามา การผันผวนของราคาก็สูงมาก กำไรขาดทุนว่ากันเป็น 50-100% ในเวลาไม่กี่วัน ...ไม่กี่ชั่วโมง สุดท้าย scb-c1 ก็มีจุดจบที่ใครๆก็คงเดาได้ คนที่บาดเจ็บก็คงเป็นแมงเม่าที่หลงระเริง เสียงก่นด่าคนที่ให้ข้อมูลก็ดังขึ้นตามอารมณ์ที่ต้องเสียเงินไป "ความผิดอยู่ที่คนให้ หรือ คนรับกันน่ะ" ผมสงสัย (นึกถึงคำ Circle of Competency ของคุณวิบูลย์) ดีที่ผมไม่ได้ร่วมสนุกกับเขาด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้มาคงต้องระวังให้มากขึ้น "Banpu ก็ดีน่ะ" พรายกระซิบมาอีก เอาบ้านปูๆ แต่มี warrant ด้วยซื้อ warrant ด้วยดีกว่า ตอนนั้นวิญญาณนักลงทุนมือทองกำลังเข้าสิง ซื้อหุ้นใบ้ และหุ้นโบรคแนะนำ ซื้อๆขายๆ กลางปีได้กำไรกว่า 40% "โห เก่งแหะเรา" เมื่ออ่านมากขึ้น ความต้องการจะถือยาวมีมากขึ้น คำขวัญใหม่เริ่มเข้ามา "ไม่ขายไม่ขาดทุน ของดีไม่ควรขาย..." ตลาดเริ่มผันผวนอีกครั้ง เวลาดูแลพอร์ทน้อยลง พอร์ทเริ่มตก สุดท้าย ณ.สิ้นปี ผมจึงมีพอร์ทที่มีผลขาดทุนไปเล็กน้อย ต้นปีผมถือหุ้นที่แดงเกือบทั้งพอร์ทเป็นทุน แต่ยังไม่ทำอะไรทั้งนั้น "ขาดอะไรไปน่ะ???? " เลยมานั่งคิด สรุป... ผมลงทุนโดยอ่านความคิดคนอื่น แต่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง ..... ของดี ดีอย่างไรก็ไม่รู้ ของเสีย แย่ขนาดไหนก็ไม่เข้าใจ ..... ลงทุนบางครั้งใช้อารมณ์(ความโลภ) พาไป แต่ถ้าถามว่า เสียดายเวลามั้ย? ก็ไม่ เสียดายเงินมั้ย? ก็ไม่ อย่างบอย โกสิยพงษ์ว่า ล้มบ้างก็ได้ แพ้บ้างก็ได้ ...ชนะคงไม่ยิ่งใหญ่ ถ้าไม่รู้จักคำว่าแพ้ ด้วยความอยากมีอิสระทางการเงิน (ฟังดูดีแหะ) ให้บริษัทดูแลเราไม่ใช่เราดูแลบริษัท ผมจึงต้องลงทุนบ้าง ผมเป็นคนที่ซื้อหวยไม่ถูก ไม่เคยได้อะไรฟรี เลยไม่อาจคาดหวังว่าจะได้อะไรง่ายๆในชีวิต การลงทุนทางการศึกษา จึงเป็นการลงทุนที่แท้จริง ของการลงทุนของผม (ผมชอบคำขวัญวันเด็ก-ปีที่แล้วมั้ง-ที่ขึ้นต้นว่า ...เรียนรู้ตลอดชีวิต...) คงได้ความบันเทิงกันบ้างน่ะครับ ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว ... ท่านผู้ชมทั้งหลายได้/เสียอะไรบ้างจากการลงทุน โดย THiNK อาทิตย์ ต.ค. 26, 2003 10:19 pm
- 0
- 0
-
-
-
ขอนอกเรื่องหน่อยนะคะพี่ๆ วิศวะเองมีหลายสาขา เช่น ไฟฟ้า คอม ก่อสร้าง เครื่องกล โรงงาน ... ออกมาทำงานต่างๆกันไป ... เป็นช่างไฟ ช่างคอม ช่างยนต์ ... แต่วิศวะไม่ได้สอนแบบนักเรียนช่างนะครับที่เน้นลงมือทำ แต่เรียนเชิงวิเคราะห์ ออกแบบ และจัดการ มากกว่า (โดนว่าเรื่อยตอนเรียน ว่าเรียนแล้ว ซ่อมอะไรไม่เป็นสักอย่าง เฮ้อ!) ที่ออกมาแล้วไม่ได้ทำงานทางวิศวะเลยก็มีไม่น้อย (หรือมากน่ะ) ุถ้าน้องชายอยากเรียนวิศวะ แสดงว่ามีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว ลองคุยกับน้องดูครับว่าเขาสนใจในด้านไหนของวิศวะ ให้เขาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เช่นอ.แนะแนว หรือถามต่อในนี้ ส่วนงานในอนาคต อีกหกปีข้างหน้า คงคาดเดาได้ลำบาก ที่คุณฉัตรชัยว่าก็ถูก ถ้าไม่ชอบแล้วต้องเลือก ก็ลำบาก เอาที่เขาชอบก่อน แล้วค่อยมาคัดอีกทีว่า อันไหนมีแววดี ผมเองคิดว่าเรียนในโรงเรียนเป็นแค่เตรียมตัวเพื่อที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ออกมาแล้ว ก็ต้องมาเรียนเพิ่มอีกมาก ถ้ามีคำถามเฉพาะส่วน คงตอบได้มากกว่านี้ครับ โดย THiNK พฤหัสฯ. ต.ค. 02, 2003 7:52 pm
- 0
- 0
-
-
-
เรียน่ามคุณ Mon Money เรื่องการคำนวณ Growth คุณมน ไม่ทราบว่าการคำนวน หรือคำอธิบายที่เคย ลงกันไปบ้างแล้ว แต่หายไปในกาลเวลา สามารถนำไปรวบรวมใน พจนานุกรม ได้หรือไม่ เอาแค่หัวข้อและลิงค์ไปถึงกระทู้ก็น่าจะพอ ไม่ต้องเขียนอธิบายใหม่ ซึ่งแต่ละหัวข้อ สามารถมีลิงค์ไปถึงหลายๆกระทู้ที่เกี่ยวข้องได้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการค้นหาครับ โดย THiNK เสาร์ ก.ย. 27, 2003 3:04 pm
- 0
- 0
-
-
-
ถามเรื่องหุ้นกลุ่มพลังงาน ถึงลุง retired ผมคิดว่า ลุงเป็นตัวอย่างของคนอีกหลายๆคน ที่ต้องการจะเข้ามามีส่วนแบ่งในงานเลี้ยงนี้ มันดูสวยงาม ดูมีเสน่ห์ ดูน่ารื่นรมย์ ดูมีความหวัง ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ความเจ็บปวดจะเกิดขึ้นหรือไม่ เราพร้อมที่จะแลกกับมัน ซึ่งถ้าพิจารณาใน 'เศรษฐกิจพอเพียง'แล้ว อาจจะพบว่า งานเลี้ยงไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ คนไทยลืมง่าย ยิ่งนับวันผมจะเชื่อคำๆนี้มากยิ่งขึ้นทุกวัน ครับ เรากลัวว่าจะไม่เข้าในงาน กลัวว่ามันจะสายไป กลัวว่าจะไม่ได้จับจองที่ที่ดีที่สุด กลัวว่าจะได้น้อยกว่าคนอื่น กลัว...สารพัด ความกลัวทำให้เราอยากและตัดสินใจเร็วขึ้น ความสำเร็จของคนนั้นคนนี้ ทำให้เราต้องการไปถึงที่ๆคนอื่นเขายืนอยู่ ผมเองก็ไม่เว้น ที่ต้องการจะได้ส่วนแบ่งที่ดีที่สุดในงานเลี้ยง แต่...ผมคิดว่าเราต้องยอมรับในบางสิ่งบางอย่าง งานเลี้ยงไม่ใช่สำหรับทุกคน งานเลี้ยงไม่ได้ให้ทุกคนเท่ากัน มีอันตรายมากมายอยู่ในงานเลี้ยงที่ดูน่ารื่นรมย์ ดังนั้นก่อนที่จะย่างกรายเข้างานเลี้ยง เตรียมตัวให้พร้อมครับ รู้ตัวเองว่ามีความสามารถแค่ไหน และพอใจในสิ่งที่เราได้ อย่ามัวแต่แหงนมองคนอื่น แล้วเดินตาม โดยไม่ดูทาง ทางของเขากับทางของเรา ปูด้วยความรู้ที่ต่างกัน ถ้าเราไม่ระวัง เราจะเป็นผู้แพ้ไม่ใช่ผู้ชนะ งานเลี้ยง มีคนมากมายพาเราเข้าไปได้ แต่เวลาออกมาต้องพึ่งตัวเองครับ ...คนเราต้องเทียมด้วยควายสองตัว ...ตัวหนึ่งแรง ตัวหนึ่งปัญญา ...พุทธทาส โดย THiNK อาทิตย์ ก.ย. 21, 2003 2:20 pm
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
-
ประกาศรับสมัคร เป็นเจ้าบ้านในโครงการร้อยคนร้อยหุ้น พี่เจ๋ง ผมขอรับดู pranda ครับ โดย THiNK อาทิตย์ ก.ย. 14, 2003 8:16 pm
- 0
- 0
-
-
-
คุณคิดว่าผู้บริหารที่ดีควรสนใจราคาหุ้นไหม ผมคิดว่า บริษัทเมืองไทยยังห่างไกลกับ บรรษัทภิบาล มากโขอยู่ แต่เรื่องพวกนี้ ยากที่จะห้ามได้ เพราะผมคิดว่าจริงๆแล้ว พวกผู้บริหาร ได้ประโยชน์จากเรื่องพวกนี้ มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วในยามตลาดตกต่ำ สิ่งที่เขาให้เรามาตอนนี้จะกลายเป็นหอกย้อนกลับมาหาตัวเรา ...แน่นอนคุณหลบช้ากว่าเขาอยู่แล้ว ในบทสนทนาของบัฟเฟท์ที่คุณมนแจก มีความว่าตอนหนึ่งว่า ถาม: ช่วยให้ความเห็นในเรื่องของมาตราฐานทางบัญชีเของบริษัทที่มีการพิจาณาการแจกสิทธิในการซื้อหุ้น(stock options) มังเกอร์: เราไม่ชอบระบบบัญชีของบริษัทที่การแจกสิทธิในการซื้อหุ้น มันเป็นการทุจริต ทางเดียวที่จะเปลี่ยนถ้ามี 15 หรือ 20 สถาบันพร้อมใจกันต่อต้าน แต่พวกเขาได้รับเงินนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นมันยังคงจะมีอยู่ต่อไป (ในการประชุมปี 1998 บัฟเฟท์กล่าวว่า "ให้ระวังบริษัทที่มีการแจกสิทธิในการซื้อหุ้นจำนวนมากในแต่ละปี มันสามารถทำให้ตัวเลขผลกำไรเกินจริง ไปปีละ 10% ผลกำไรของบริษัทที่แจกสิทธิในการซื้อหุ้นทุกปีจะแย่กว่าบริษัทที่ไม่ได้แจกและมีการซื้อหุ้นคืนที่ราคาที่เหมาะสม ผมเกลียดที่เห็นบริษัทที่แจกสิทธิในการซื้อหุ้นในราคาถูกให้กับผู้บริหารแล้วทำการซื้อหุ้นคืน มันเป็นการขายถูกซื้อแพงดีๆนี่เอง" เรา(ผู้ลงทุน)เห็นด้วยกับความคิดนี้ และเรารักผู้บริหารของเราที่มีความสนใจตรงกับเรา เราคิดว่าการให้สิทธิในการซื้อหุ้นฟรีๆในราคาซื้อที่ไม่ถูกมากนัก ก็ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดี) โดย THiNK อาทิตย์ ก.ย. 14, 2003 8:03 pm
- 0
- 0
-
-
-
รบกวนทุก ๆ ท่าน ช่วยแสดงความเห็นด้วย คงต้องตอบคำถามว่า ถ้าออกมาแล้ว คิดว่าจะทำเงินไ้ด้มากกว่าเิงินเดือนที่ได้อยู่ 'อย่างมั่นคง' หรือไม่? อย่ามองแค่ช่วงนี้ ถ้าตลาดหุ้นถดถอย แล้วน้องจะทำอย่างไร จะทำกำไรได้มากจริงหรือ? ถ้าลงทุนในแนว VI ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันนั่งเฝ้าตลาด ลองกลับไปนั่งคิดว่าปัญหาที่บริษัทนั่นแย่มากจริงหรืออีกครั้งหนึ่ง ไม่มีที่ไหนไม่มีปัญหา ผมรับรองได้ คงต้องแก้ก่อนที่จะสรุป ถ้าแย่มากจริงๆก็ลองมองหางานใหม่ อย่างน้อยเวลาหุ้นตก ก็มีกินมีใช้ ลงทุนในหุ้น น่าจะเป็นทางเลือกสำหรับอนาคตอันไกลครับ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผลตอบแทนของมันเลี้ยงเราได้แล้ว ค่อยเลิกทำงาน อย่างคุณฉัตรชัย แล้วมาสอนน้องๆรุ่นใหม่ต่อไป โดย THiNK อาทิตย์ ก.ย. 14, 2003 7:45 pm
- 0
- 0
-
-
-
Sensitivity อ้อ เข้าใจแล้วครับ หมายความว่า มูลค่าหุ้นปัจจุบันเราสามารถหาได้จากข้อมูลการเงินที่เรามีอยู่ แต่มูลค่าหุ้นในอนาคตเราต้องใช้ค่าตัวแปรต่างๆที่เรายังไม่รู้แน่ชัด ดังนั้น เราจึงมาลองเล่นเกมส์ what-if กับมันดู... ถ้าผลกำไรเพิ่มเท่านี้ มูลค่าหุ้นจะเป็นเท่าไหร่ ถ้ารายได้ลดลงไปขนาดนั้น มูลค่าหุ้นจะลดลงไปมากหรือไม่ ทำให้เรารู้ (1) มูลค่าของหุ้น โดยมีค่าสมมติที่เราตั้งขึ้น (ค่าสมมติ อาจจะเริ่มจากเอาค่าในอดีตมาใช้) (2) เมื่อเราเปลี่ยนค่าสมมติไป เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าหุ้น อันนี้น่าสนใจมาก ทำให้เรารู้ล่วงหน้าก่อนว่า ถ้าบริษัทเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อนาคตของบริษัทเป็นอย่างไร บริษัทจะดีขึ้นมากแค่ไหน หรือ บริษัทจะทนกับการตกต่ำได้ดีแค่ไหน ...พอได้มั้ยครับ โดย THiNK พฤหัสฯ. ก.ย. 11, 2003 5:49 pm
- 0
- 0
-
-
-
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ พี่วิบูลย์ช่วยแนะนำหนังสือสักเล่ม เห็นว่าจะถกกันโดยใช้หนังสือ Buffettology ครับ แต่ถ้าความรู้พื้นฐานเลย ขอแนะนำให้โหลดเอกสารของคุณมนมาอ่าน ได้เนื้อหากว้างๆของบัฟเฟทเลยผมว่า ว่าแล้วก็ถามคุณวิบูลย์หนึ่งข้อ อ่านแล้วเห็นคุณวิบูลย์พูดถึง ROTC (Return on Total Capital) Total Capital นี่หมายถึง รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น ใช่หรือไม่ครับ ROTC ควรใช้แทน ROE ในกรณีที่บริษัทมีหนี้มากๆใช่หรือไม่ ไหนๆก็ไหนๆ ฝากคุณมนอีกคน (กำลังทำการบ้านอยู่) ตอนท้ายๆเอกสารคุณมนพูดถึงตัวอย่างการวิเคราะห์ กำไรของเจ้าของที่คุณมนพูดถึง มันคือ FCF (Free Cash Flow) หรือเปล่าครับ เพราะมันดูเหมือนกับสูตรที่ Yoyo เขียนไว้ใน http://www.thaivalueinvestor.com/webboard/viewtopic.php?t=1186 ถ้าใช่ เงินทุนหมุนเวียนลดลง(เพิ่มขึ้น) ของคุณมน ก็คือ diff (เงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานสุทธิ) ของ Yoyo ผมลองหาๆดูในงบการเงิน เขาไม่มีค่านี้ตรงๆ อันนี้หมายความว่า เราต้องหาเองใช่หรือเปล่าครับ ถ้าใช่ diff (เงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานสุทธิ) = (การเปลี่ยนแปลงในทรัพย์สินหมุนเวียน) - (การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินหมุนเวียนที่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย) การเปลี่ยนแปลง นี่คือเราเอาของปีก่อนมาลบกับของปีปัจจุบันใช่หรือเปล่าครับ ... เบื่อยังครับ เบื่อแล้วบอกด้วยนะครับ :oops: (ใครสับสนอยู่ แนะนำให้เอางบการเงินบริษัทของจริงมากอ่านคู่กันกับตัวอย่างของคุณมน จะเข้าใจที่มาที่ไปดีขึ้นครับ) โดย THiNK พุธ ก.ย. 10, 2003 9:31 pm
- 0
- 0
-
-
-
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ เพิ่งอ่านเอกสาร การลงทุนแบบเน้นคุณค่าของคุณมน (download จากหน้าหลักของ TVI - Investor Guide) คุณมนเขียนไว้ว่า "การกระทำที่สมเหตุสมผลที่สุดในการจัดการกับเงินทุนที่เหลือมากๆและไม่สามารถนำไปลงทุนใหม่ได้ คืนเงินทุนนั้นกลับสู่ผู้ถือหุ้น ซึ่งทำได้สองลักษณะ - คืนในรูปเงินปันผล - ซื้อหุ้นคืน " อย่างของบัฟเฟท์ที่คุณวิบูลย์บอกว่าจะซื้อเมื่อราคาต่ำกว่ามากๆ ก็เหมือนเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งของ Berkshire ... ก็ซื้อหุ้นราคาถูกๆนั่นเอง (แต่เป็นหุ้นตัวเอง) โดย THiNK อังคาร ก.ย. 09, 2003 7:33 pm
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
-
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ ระหว่างทำการบ้าน ขอถามคุณวิบูลย์อีกข้อ ผมเคยอ่านผ่านตาจากใครสักคนบอกว่า บ้านเราดูงบถอยหลังไปยาวๆ(สักสิบปี)ไม่ค่อยได้เพราะว่าเจอพิษต้มยำกุ้งเข้าไป แต่ละบริษัทก็เละไปตามๆกัน (ผมคิดว่าด้วยเหตุนี้ ตอนนี้บริษัท turnaround บ้านเราจึงมีมากเป็นดอกเห็ด เพราะล้มแล้วเจ็บบ้างไม่เจ็บบ้าง) บัฟเฟท์เองดูประวัติบริษัทถอยหลังไปยาวมาก เพื่อให้แน่ใจ คุณวิบูลย์เองตอนวิเคราะห์บริษัทมีปัญหาเหมือนกับความเห็นข้างต้นบ้างหรือไม่ หรือคิดว่าใครล้มในช่วงนั้นก็ถือว่าไม่แน่พอ ก็ไม่ดูซะเลยกลัวว่า ถ้าเจอแกงเขียวหวานอีกสำรับ อาจจะท้องเสียจนลุกไม่ขึ้น สมกับที่บัฟเฟท์ว่า turnaround mostly never turn. โดย THiNK พฤหัสฯ. ก.ย. 04, 2003 10:25 pm
- 0
- 0
-
-
-
แจก EPS16YEAR (งบดุล ย้อน 19 ปี,ราคา,Ratio,แบบเครดิตภาษี) ขอด้วยครับ ขอบคุณมากครับ 8) โดย THiNK พุธ ก.ย. 03, 2003 9:27 pm
- 0
- 1
-
-
-
คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ ผมว่าเราต้องจัด Workshop Valuation โดยด่วนแล้วละครับ ไม่งั้น Value Investor น้องใหม่โดน Mr Market กระซวกจนถอดใจกันหมดแน่ๆ คุณ Mon Money กับคุณชาติชายช่วยด้วย!!!!!! เห็นด้วยๆครับ ผมเองไม่มีความรู้ทางด้านนี้เท่าไหร่ ปัจจุบันก็เดามากกว่าดูจริงๆ แต่หัวใจของ VI อยู่ที่การที่สามารถประเมินคุณค่าของกิจการได้อย่างถูกต้อง Margin Of Safety จะไม่มีความหมายถ้าคุณค่าของกิจการที่ประเมินไม่ได้ใกล้เคียงความเป็นจริง TVI meeting คราวนี้ก็คงไม่ทัน meeting คราวหน้าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้... ผมมีความคิดว่าเราอาจจะสามารถถ่ายทอดกันตรงนี้ได้ด้วยการใช้ตัวอย่าง (บางทีอธิบายกันเป็นคุ้งเป็นแคว ปรากฎว่าไม่รู้จะเอาไปใช้กันยังไงครับ) ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน เอาบัญชีหรือตัวเลขของสักบริษัทมาดู แล้วหามูลค่ากัน (อาจจะเป็นตัวเลขสมมติก็ได้) เมื่อจบแล้วค่อยสรุปเอาไปลงหน้าแรกของ TVI คุณมน..คุณวิบูลย์..คุณฉัตรชัย... เข้าท่าไม๊ครับ.... น่ะๆ :oops: โดย THiNK อังคาร ก.ย. 02, 2003 8:53 pm
- 0
- 0
-
-
-
The New Buffetology , Thai edition ว๊า! วัยรุ่นเซ็งเลย :evil: เอาอีกๆ อิ อิ :oops: โดย THiNK จันทร์ ก.ย. 01, 2003 11:35 pm
- 0
- 0
-
-
-
มหาภรตยุทธ์(ไม่เกี่ยวกับหุ้นนะครับ) จากมหาภารตะ สู่มหาตมะคานธี แหะๆ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย ก็ไม่เคยอ่านมหาภารตะนี่นา แต่เพิ่งดูหนังคานธีอีกรอบเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ประทับใจมากว่าครั้งที่เคยดูตอนเด็กๆมาก จนถึงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมก็ยังคิดผิดๆว่าคานธีอดอาหารเพื่อประท้วงในการเรียกร้องทางการเมือง ...ไม่ได้ใกล้เคียงเลยครับ เอาเป็นว่าอ่านเล่นเวลารอช้อนหุ้นแล้วกันนะครับ คานธีเริ่มมีชื่อเสียงด้วยปลุกระดมชาวอินเดียให้ประท้วงขอสิทธิให้ชาวอินเดียในอัฟริกามีสิทธิเหมือนกับชาวอังกฤษ ด้วยการยอมรับและไม่ตอบโต้ด้วยกำลัง...อหิงสา เมื่อได้รับความสำเร็จ คานธีจึงเดินทางกลับประเทศอินเดีย พรรคคองเกรสต้องการให้คานธีช่วยนำอินเดียสู่เอกราชจากอังกฤษซึ่งปกครองอินเดียในขณะนั้น คานธีรู้ตัวว่าไม่คุ้นเคยกับบ้านของตนเอง จึงได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างชาวอินเดียทั่วไปและเดินทางในอินเดียวระยะหนึ่ง พรรคคองเกรสกลับมาหาคานธีอีกครั้งเพื่อปลุกระดมการเรียกร้อง คานธีกล่าวว่า "I try to live like an indian, as you see.It is stupid of course.Because in our country it is the Brithish who decide how an indian lives what he may buy, what he may sell. And from their luxury in the midst of our terrible proverty they instruct us on what is justuce, what is sedition. So it's only natural that our best young minds assume an air of Eastern dignity while greedily assimilating every Western weakness as quickly as they can acquire it. ผมพยายามอยู่อย่างคนอินเดียอย่างที่เห็น แน่นอนมันเป็นความคิดที่โง่ เพราะในประเทศของเราคนอังกฤษเป็นคนตัดสินใจในความเป็นอยู่ของคนอินเดีย สิ่งที่เขาจะซื้อ สิ่งที่เขาจะขาย ความสุขสบายของชาวอังกฤษในท่ามกลางความยากไร้แสนเข็ญของเรา พวกเขาสอนเราว่าอะไรคือความายุติธรรม อะไรคือการกบฎ มันจึงเป็นธรรมดาที่คนหนุ่มหัวดีของเรา ที่รู้จักศักดิ์ศรีของตะวันออกแต่กลับรีบรับเอาจุดอ่อนของตะวันตกอย่างกระตือรือร้น" หลังจากนั้นคานธีร่วมกับพรรคคองเกรส ปลุกระดมชาวอินเดียให้หยุดงานประท้วงและเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ คานธีสามารถรวมฮินดูและอิสรามเป็นหนึ่ง อินเดียต่อต้านอังกฤษ แต่... ชาวอินเดียยังไม่พร้อมสำหรับ อหิสา การกระทบกระทั่งเกิดขึ้น เกิดการสังหารหมู่ของชาวอินเดียที่ประชุมโดยทหารอังกฤษ ชาวอังกฤษก็ถูกสังหารเช่นกัน เมื่อเหตุการณ์เกินกว่าที่จะควบคุม คานธีจึงเรียกร้องให้ชาวอินเดียหยุดประท้วงโดยการอดอาหาร การเรียกร้องได้ผล ชาวอินเดียหยุดประท้วง อินเดียไม่ได้รับเอกราช และคานธีถูกจับขังคุก ในคุก นักข่าวสาวจากนิตยสาร Life ได้เข้าสำภาษณ์คานธี คานธีซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ปั่นฝ้ายได้สอนให้นักข่าวสาวปั่นฝ้าย ด้ายขาดไปหลายเส้นแล้ว นักข่าวสาวจึงถามคานธี นักข่าว Life - "ฉันไม่รู้เลยว่านี่จะแก้ปัญหาของยุคที่20(การปั่นด้าย) ได้อย่างไร It's very hard for me to see this as a solution to the 20th century's problems" คานธี - "มีเพื่อนๆคอยบอกผมว่า พวกเขาต้องเสียไปแค่ไหนที่จะทำให้ผมอยู่แบบจนอย่างนี้ แต่ผมรู้ว่าความสุขไม่ได้มากับวัตถุ แม้จะเป็นวัตถุในยุคที่ 20 ...มันมาจากงานและความภูมิใจในสิ่งที่คุณทำ อินเดียมีหมู่ที่เต็มไปด้วยความยากจนซึ่งสามารถช่วยได้ถ้างานท้องถิ่นได้รับการฟื้นฟู ความยากจนเป็นความรุนแรงรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด และการพัฒนาที่ยั่งยืนก็คือการแก้ปัญหาอย่างอหิงสาของอินเดีย อินเดียอาจจะไม่พัฒนาถ้ามีการนำเข้าความทุกข์จากตะวันตก I have friends who keep telling me how much it costs them to keep me in poverty. But I know happimess does not come with things even 20th century things.It can come from work and pride in what you do. India lives in her villages and the terrible poverty there can only be removed if their local skills can be revived. Poverty is the worst form of violence. And a constructive program is the only nonvilolent solution to India's agony. It will not neccessary be progress for India if she simply import the unhappiness of the West." หลายปีผ่านไป คานธี รอเวลาที่อินเดียพร้อม พร้อมกับอหิงสา คานธีจึงต่อต้านอังกฤษอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีการใช้กำลังจากชาวอินเดีย อังกฤษแพ้แล้ว...แก่อหิงสา ชาวอินเดียได้รับเอกราชในเวลาต่อมาไม่นาน อินเดียปกครองได้ตัวเอง ศัตรูภายนอกแพ้แล้ว แต่มุสลิมและอิสลามเริ่มต่อสู้กันเอง ไม่มีใครยอมใคร อหิงสาไม่ยืนยาวในความขัดแย้ง สงครามกลางเมืองเกิดทั่วทุกแห่ง คานธีอดอาหารเป็นครั้งที่สองเพื่อเรียกร้องให้ทุกคนเลิกต่อสู้กัน ครั้งนี้คานธีก็แทบเอาชีวิตไม่รอด แต่การต่อสู้ก็ได้สิ้นสุดลง คานธีถูกยิงเสียชีวิตก่อนที่จะสามารถทำให้อินเดียเป็นประเทศเอกราชที่ไร้ความขัดแย้งภายใน ... ความยิ่งใหญ่ของคานธี ซึ่งไร้ตำแหน่ง ไร้อำนาจ ไร้ทรัพย์สิน อยู่ที่ใด อืม...เปลี่ยน TVI มาเป็นชุมนุมวรรณกรรม กันดีกว่า :lol: โดย THiNK จันทร์ ก.ย. 01, 2003 11:31 pm
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
-
อยากหาผู้คิดร่าวสร้างสรรค์ ร่วมพัฒนาโปรแกรมวิเคราะห์พื้นฐาน ผมคิดถึงแค่ว่าเป็น database ที่เก็บรวบรวมข้อมูล และข่าวสาร ให้การคำนวนค่าหรือเรโชว์ต่างๆที่น่าสนใจในการวิเคราะห์ ให้ความสามารถในการสร้างตารางเปรียบเทียบค่า ข้อมูลที่ได้จะช่วย (1) ในการร่นระยะเวลาในการหาข้อมูลหรือการหาค่า (2) สำหรับคนที่ยังคำนวนค่าไม่เป็น (3) มีความสามารถในการหาค่าเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งทำเองอาจจะยาก ค่าที่หามาได้ คนที่นำไปใช้ควรจะต้องรู้ที่มาที่ไป เพื่อจะได้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าจะให้ทำนายราคาหุ้น หรือชี้นำว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหน ผมไม่อยากจะทำตรงนั้น มันสำเร็จรูปและอันตรายเกินไป (ส่วนวิเคราะห์หรือแสดงความเห็นส่วนตัว ก็จะไปเป็นเนื้อหาในร้อยคนร้อยหุ้น) โดย THiNK พุธ ส.ค. 27, 2003 11:04 pm
- 0
- 0
-
-
-
VI เพื่ออะไร จริงๆ VI Holding นี่ก็โครงการร้อยคนร้อยหุ้นไม่ใช่เหรอครับ โดย THiNK พุธ ส.ค. 27, 2003 10:33 pm
- 0
- 1
-
-
-
The New Buffetology , Thai edition ขอบคุณครับ รออ่านต่อครับ :D โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 23, 2003 10:38 pm
- 0
- 0
-
-
-
dividend กับ capital gain อะไรที่คุณสนใจมากกว่ากัน ถ้าบริษัทสามารถนำเงินกำไรที่ได้แล้วไปลงทุนต่อมีผลตอบแทนที่ดี ปันผลก็ไม่จำเป็น ... ให้บริษัทเอาไปลงทุนต่อดีกว่า (นี่คือสิ่งที่บัฟเฟท์ทำกับ Berkshire) ถ้าบริษัทไม่สามารถทำเงินได้มากกว่าที่เป็นอยู่ บริษัทควรปันผลให้ผู้ถือหุ้นนำไปใช้อย่างอื่น หรือซื้อหุ้นคืน (นี่คือสิ่งที่บัฟเฟท์คิดว่าผู้บริหารที่ดีควรทำ) โดย THiNK ศุกร์ ส.ค. 22, 2003 1:20 am
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
- 0
- 0
-
-
TVO ปรกาศปันผล 2.11111 บาท เป็นหุ้น 1 บาท Ref. No. OM.074/2003 August 21, 2003 Subject : Additional Information on Dividend Payment Attn : The President of the Stock Exchange of Thailand Dear Sirs, We would like to inform the additional information of the year 2003 interim dividend payment value at 2.11111 Baht per shares as following detail; 1. Cash dividend Value 1.11111 Baht / share Withholding Tax (10%) 0.11111 Baht / share Net Value 1.00000 Baht / share 2. Stock dividend Value 1.00000 Baht / share Withholding Tax (10%) 0.10000 Baht / share Net Value 0.90000 Baht / share สรุปแล้ว จะได้เงินสด 0.9 บาท เพราะต้องเอาจาก (1) ไปจ่าย tax (2) ให้หุ้นปันผล ก็เหมือนกับบริษัทต้องการเอาเงินกำไรที่มีไปลงทุนต่อ ความเห็นส่วนตัว ผมไม่ค่อยให้คะแนนกับส่วนนี้ เพราะไม่ได้ไม่เสียอะไร มีผลเท่ากับ ไม่่จ่ายปันผล (เงินไปกองที่กำไรสะสมแทน ส่วนของผู้ถือหุ้น) หรือมีอะไรที่ผมยังเข้าใจไม่กระจ่างครับ ให้ปันผล หรือ ซื้อหุ้นคืน จึงจะมีผลดีกับผู้ถือหุ้น โดย THiNK ศุกร์ ส.ค. 22, 2003 12:54 am
- 0
- 0
-
-
- 0
- 0
-
-
มีใครเห็น Thairung รุ่นใหม่ (ดีแมกซ์) ออกมาวิ่งหรือยังครับ เกลียด stanley .... อิจฉา ๆ :evil: โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 5:28 pm
- 0
- 0
-
-
-
สะกดรอย เท้า ปรมาจารย์ ดร. นิเวศน์ สุดยอดเลยครับ ดร.นิเวศน์ โชว์ "ตีแตก" ปีละครั้ง บัฟเฟท์เองก็บอกว่าความคิดดีๆเขามีประมาณปีละครั้ง ดร.นิเวศน์ ฝากเงินไว้กับหุ้นที่ดีอย่างวาโก้ รอจังหวะ "ตีแตก" ปีละครั้งก็เพียงพอ หวังว่าพี่ๆเพื่อนๆ(หนึ่งลุง) คงจะ "ตีแตก" กันสำเร็จนะครับ ตอนนี้ผมเอาแค่เคาะกะลาไปพลางๆก่อน 8) โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 5:25 pm
- 0
- 0
-
-
-
สัมมนา"ก้าวแรกสู่การลงทุนแบบเน้นมูลค่า" ว้า ไม่อยู่กทม อดไปเลย เสียดายจังครับ เสร็จแล้วช่วยรวบรวมเอกสารลง TVI ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 5:16 pm
- 0
- 0
-
-
-
กราบขอโทษ เฮียปรัชญา ขอบคุณลุงขวดที่กรุณาครับ ปีหน้าจะลองไปงานประชุมผู้ถือหุ้น คงได้มีโอกาสพบลุงขวดบ้างล่ะครับ :D โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 5:11 pm
- 0
- 0
-
-
-
การลดพาร์เพื่อล้างขาดทุน แล้วแจกวอแรนท์จะมีผลอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ คุณ chatchai กลับไปอ่านใหม่อีกรอบเริ่มเข้าใจแล้วครับ ไม่ว่าจะลดทุนหรือไม่ ส่วนของทุนบวกลบแล้ว (ส่วนของผู้ถือหุ้น +/- กำไรขาดทุนสะสม) มันก็เหลืออยู่เท่านั้นไม่เปลี่ยน แต่ลดทุนเพื่อให้ยอดขาดทุนสะสมหายไป จะได้เห็นยอดเป็นกำไรสะสมแทน ไปดูผล Q2/03 บางจากดูไม่ค่อยดีนะครับ เลยถอยไม่เป็นท่าเลย BCP reports unreviewed/unaudited quarterly financial statements as follows. The Bangchak Petroleum Public Company Limited Unreviewed/Unaudited Ending June 30, (In thousands) Quarter 2 For 6 Months Year 2003 2002 2003 2002 Net profit (loss) (919,678) 340,706 (497,460) 647,291 EPS (baht) (1.76) 0.65 (0.95) 1.24 โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 1:35 am
- 0
- 0
-
-
-
อยากคุยเรื่องประกัน มีมาแข่งครับ AYUD --- เทียบกับ SAFE Net profit Margin สูงกว่า Yield ไม่ต่างกันมาก ลุงขวดไปประชุมผู้ถือหุ้นมา ช่วยให้ข้อมูลลึกๆแข่งด้วยครับ ทีแรกจะเอา BKI ของพี่ครรชิต มาอีกตัว SET.OR.TH ดันล่มวันนี้ เข้าไปเอาไม่ได้ จะได้มาเทียบมวย ชกกันให้แจ่มไปเลย อ้อ อวดครับ ข้างล่างนี่ ผมมีโปรแกรมจัดให้มี _ เพื่ิอลงบอร์ดแล้วอ่านง่ายขึ้น แต่ยังโย้ๆอยู่เพราะยังไม่ใช่ fixed width font ... genie คิดว่ายังไงครับ <<<<<<< A Y U D >>>>>>>>>> ASOF___________________2003_________2002_________2001_________2000_________1999______________ >______________________31/03/03_____31/12/02_____31/12/01_____31/12/00_____31/12/99__________ ASSETS_________________5,944.23_____5,697.08_____5,391.65_____5,239.02_____5,578.93__________ LIABILITIES____________1,007.92_____912__________743.79_______678.6________604.98____________ EQUITY_________________4,936.31_____4,785.08_____4,647.86_____4,560.42_____4,973.94__________ PAID-UPCAPITAL_________250__________250__________250__________250__________250_______________ REVENUE________________178.62_______894.17_______739.05_______689.96_______738.66____________ NETPROFIT______________38.93________286.19_______265.04_______287.53_______357.58____________ EPS(BAHT)*_____________11.89________11.45________10.6_________11.5_________-_________________ ROA(%)*________________1.71_________9.19_________9.38_________9.79_________-_________________ ROE(%)*________________0.8__________6.07_________5.76_________6.03_________-_________________ NETPROFITMARGIN(%)_____21.8_________32.01________35.86________41.67________48.41_____________ ASOF___________________30/07/03_____27/12/02_____28/12/01_____29/12/00_____30/12/99__________ P/E____________________16.24________11.72________9.23_________13.06________5.69______________ P/BV___________________0.98_________0.77_________0.53_________0.51_________0.5_______________ DVD.YIELD(%)___________5.91_________10.21________15___________20.65________15.15_____________ LASTPRICE(BAHT)________193__________142__________95___________92___________99________________ MARKETCAP._____________4,825.00_____3,550.00_____2,375.00_____2,300.00_____2,475.00__________ โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 1:00 am
- 0
- 0
-
-
-
การลดพาร์เพื่อล้างขาดทุน แล้วแจกวอแรนท์จะมีผลอย่างไรบ้างครับ คงพูดถึงในกรณีของบางจาก bcp ที่จะลดพาร์จาก 10 บาท เป็น 1 บาท แบบนี้ คนที่ถือหุ้นอยู่ปัจจุบัน เงินก็หายไป 10 เท่า เลย ... คิดแบบนี้ถูกมั้ยครับ แต่ ถ้าเงินที่หายไปแล้วทำให้บริษัทดีขึ้นมากๆ ก็อาจจะคุ้มที่จะเสีย เช่น มีคนมาลงทุนเพิ่ม มีเงินหมุนเวียนมากขึ้นทำให้กิจการไปได้ด้วยดี เป็นต้น คงต้องหาคนวิเคราะห์ลึกๆ ถึงส่วนได้ส่วนเสีย แล้วดูอนาคตว่าเป็นยังไงมั้งครับ ถ้าจะลงทุน ส่วน warrant ไม่มีผลต่อกิจการเลยแม้แต่น้อย เป็นกับดักให้เราประเมินมูลค่าหุ้นสูงเกินความเป็นจริงได้ง่ายๆ โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 12:41 am
- 0
- 0
-
-
-
มูลค่าที่แท้จริง ของหุ้นที่มี วอร์แรน เมื่อวอร์แรนเข้าตลาด ถ้าผมคิดผมจะเอา warrant ทั้งหมดที่สามารถแปลงได้มาคิดเป็นรวมเป็นหุ้นทั้งหมดแล้วค่อยหามูลค่าที่แท้จริงออกมา เราไม่รู้ว่า warrant ทั้งหมดจะถูกแปลงหรือไม่ แต่ถ้าไม่เอามาคิดไว้ก่อน ก็เหมือนกับนั่งทับระเบิดเวลาเอาไว้ (ถ้า warrant ไม่ถูกแปลงก็เหมือนถูกหวย เพิ่งเห็นก็กรณีของ banpu ที่คนสับสนมากช่วงนั้น ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ทิ้ง warrant banpu ... เศร้้าจัย) โดย THiNK เสาร์ ส.ค. 02, 2003 12:33 am
- 0
- 0
-