WEH

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์
pakapong_u
Verified User
โพสต์: 40089
ผู้ติดตาม: 1

WEH

โพสต์ที่ 1

โพสต์

WEH แต่งตัวเข้าตลท. จ่อยื่นไฟลิ่ง ก.พ.ปีหน้า SCBปล่อยกู้ 3.4 หมื่นล้าน ลงทุนลม 5 โครงการ
Source - ข่าวหุ้น (Th)

Wednesday, September 13, 2017 04:09

กรุงเทพฯ--13 ก.ย.--ข่าวหุ้น

“วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง” หรือ WEH จ่อยื่นไฟลิ่งก.ล.ต.ช่วง ก.พ.ปีหน้า คาดเสนอขายไอพีโอและเข้าจดทะเบียนใน SET ไตรมาส 3/61 หลังปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ไร้เงา “นพพร” ล่าสุด SCB ปล่อยกู้ 3.4 หมื่นล้านบาท หนุนลง ทุนวินด์ฟาร์มอีก 5 โครงการ กำลังผลิตรวม 450 เมกะวัตต์
นายประเดช กิตติอิสรานนท์ กรรมการ และหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติให้บริษัทเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบริษัท เคพีเอ็น เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (KPN Power international) และมีแผนที่จะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 คาดว่าประมาณไตรมาส 3/61 จะเสนอขาย IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ เพื่อระดมทุนมาใช้ในการขยายธุรกิจ โดยได้ให้ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA)
ขณะที่ปัจจุบัน WEH ได้มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว โดยบริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี่ คอร์ปอเรชั่น (REC) หรือเปลี่ยนชื่อใหม่ คือ บริษัท เคพีเอ็น เอนเนอยี่ ไทยแลนด์ (KPNET) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ WEH ในสัดส่วน 60% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ได้ดำเนินการขายหุ้นดังกล่าวออกไปแล้วทั้งหมดให้กับบริษัทในฮ่องกง จากนั้นนายณพ ณรงค์เดช ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการ KPNET และกลุ่ม KPN รวมถึงกลุ่มนายประเดชได้เข้าไปซื้อหุ้นต่อจากบริษัทดังกล่าว
โดยทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ WEH ปัจจุบัน ประกอบด้วย กลุ่ม KPN ถือหุ้นในสัดส่วน 46% กลุ่มนายประเดช ถือหุ้นในสัดส่วน 38% (ไปซื้อจากบริษัทในฮ่องกงเพิ่ม13% จากเดิมถือหุ้น 25%) บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO ถือหุ้นในสัดส่วน 3.9% และส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน WEH มีทุนจดทะเบียน 1,080 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 108 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน WEH มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้งหมด จำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 240 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งอยู่ที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ประกอบด้วย โครงการเวสต์ห้วยบง 3 กำลังการผลิต 90 MW โครงการเวสต์ห้วยบง 2 กำลังการผลิต 90 MW ซึ่งทั้ง 2 โครงการ WEH ถือหุ้นอยู่ 45% และโครงการวะตะแบก กำลังการผลิต 60 MW ซึ่ง WEH ถือหุ้นอยู่ 75%
นอกจากนี้ WEH มีโครงการวินด์ฟาร์มที่เตรียมจะพัฒนาใหม่อีก จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 450 MW ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง WEH ถือหุ้นทั้ง 100% ประกอบด้วย โครงการ T1 กำลังการผลิต 90 MW โครงการ T2 กำลังการผลิต 90 MW โครงการ T3 กำลังการผลิต 90 MW และโครงการ T4 กำลังการผลิต 90 MW ซึ่งทั้ง 4 โครงการ จะก่อสร้างแล้วเสร็จและ COD ในช่วงปลายปี 2561 ส่วนอีก 1 โครงการ คือ โครงการ T5 (NKS) กำลังการผลิต 90 MW กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและ COD ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ทั้งนี้ หากโรงไฟฟ้าทั้งหมดของ WEH จ่ายไฟฟ้าได้ครบจะสร้างกำไรให้กับ WEH ได้ปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท
นายประเดช กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการใหม่ WEH ทั้ง 5 โครงการดังกล่าวนั้น ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ได้อนุมัติปล่อยกู้เพื่อลงทุนพัฒนาโครงการแล้วเป็นวงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 85% กู้เป็นโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ และอีก 15% เป็นการกู้โดยบริษัท ซึ่ง WEH ได้เซ็นสัญญาเงินกู้กับ SCB ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และมีการเบิกเงินกู้งวดแรกมาเพื่อใช้เป็นมัดจำค่าเทอร์ไบน์ (เสากังหัน) และค่าก่อสร้าง--จบ--
pakapong_u
Verified User
โพสต์: 40089
ผู้ติดตาม: 1

Re: WEH

โพสต์ที่ 2

โพสต์

สัมภาษณ์พิเศษ : "ประเดช" กับภารกิจปั้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ เข้าตลาดหุ้น
Source - หุ้นอินไซด์รายวัน (Th)

Tuesday, September 12, 2017 16:50

หากเอ่ยชื่อบริษัทพลังงานไซด์ใหญ่ ต้องมีชื่อของ บริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ที่ตอนนี้ยังอยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ ......ย้อนไปก่อนหน้านี้วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ เคยประกาศจะเข้าตลาดหุ้น ในปี 57 แต่แล้วแผนต้องมีอันสะดุดจากข้อพิพาท ของผถห.ใหญ่ ที่ตอนนี้กลายเป็นอดีต ผถห.ไปแล้วที่จนถึงวันนี้ข้อพิพาทยังไม่เป็นที่สิ้นสุด
จนกระทั่งวันหนึ่ง "ณพ ณรงค์เดช" ผู้ถือหุ้นใหญ่ เคพีเอ็น โฮลดิ้งส์ ได้ให้ "ประเดช กิตติอิสรานนท์" ชายผู้มีหัวใจรักในหุ้นพลังงานทดแทน เข้ามาช่วยร่วมกันทำงาน สานฝันวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ
วันนี้ "ประเดช "คือหนึ่งในกรรมการ วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ พร้อมเปิดใจ เปิดตัว เชิญติดตาม............

Q:การประชุมผู้ถือหุ้น "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา

การประชุมครั้งนี้ก็ราบรื่นครับ ผลได้เข้าประชุมทุกครั้งรู้สึกปัญหาค่อนข้างเยอที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้รู้สึกราบรื่นดีมาก

Q:มีวาระอะไรที่พิเศษหรือไม่

วาระพิเศษครั้งนี้ก็มีเรื่องการเพิ่มคณะกรรมการบริษัทโดยจะมีเพิ่มขึ้นมาอีก 3 ท่าน คือมีตัวผม และลูกสาว (นันทิดา กิตติอิสรานนท์ ) รวมทั้งมีกรรมการอิสระเข้ามาอีกท่านหนึ่งมาด้วย และก็จะมีวาระเรื่องการเปลี่ยนชื่อบริษัท จาก บริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) เป็น บริษัท เคพีเอ็น พาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และมีวาระเพิ่มเติมมาอีกวาระหนึ่ง คือว่าวาระอื่นๆ ที่กำหนดเป็นวาระให้มีการโหวตเสียงกันก็คือวาระว่ามีคนชอบมาก่อกวน "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" อาจจะเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่เป็นก็แล้วแต่ ก็เลยกำหนดว่าถ้าทำให้บริษทเสียประโยชน์ ผู้ถือหุ้นทั่วไปก็จะเสียประโยชน์ด้วย ให้ผู้ถือหุ้นลงมติให้ผู้บริหาร และกรรมการบริษัทมีอำนาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือฟ้องเป็นคดีอาญา ถ้าหากว่าทำได้กับคนที่มาก่อกวน

Q:ตรงจุดนี้เพื่อทำให้แผนงานต่างๆ ไม่สะดุด

ก็คิดว่าจะราบรื่นแล้วครับ เพราะว่าตอนนี้โครงการทั้ง 5 โครงการที่มีปัญหากันอยู่ก็แก้ปัญหากันได้หมด โครงการนี้มีขนาดกำลังการผลิต 450 เมกะวัตต์ ตอนนี้ทางธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) SCB ก็ปล่อยกู้ Project finance ให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าปีหน้าจะก่อสร้างเสร็จ 4 โครงการ ต้นปี 62 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์จะเสร็จอีก 1 โครงการ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้วครับ

Q:แผนเข้าตลาดหุ้นของ "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง"

ก็มีความเป็นไปได้ครับ ตอนนี้กำลังเตรียมตัวที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ผมมองว่าความเป็นไปได้น่าจะกลางปีหน้า

Q:กระแสพลังงานทดแทนจะทำให้ความน่าสนใจหรือเสน่ห์ของ "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" น้อยลงหรือไม่ เมื่อเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมาที่กระแสพลังงานทดแทนแรงมาก

ผมว่าตอนนี้พลังงานทดแทนยังแรงมากนะ เพราะว่าประเทศต่างๆ รอบบ้านเรารวมทั้งประเทศจีน รวมทั้งทางยุโรป ก็ยังมุ่งไปทางพลังงานทดแทนค่อนข้างเยอะ และวินด์ฯ เองก็ยังมีการเตรียมการที่จะทำโครงการอื่นๆ นอกจากโครงการที่ได้รับเงินกู้มาในครั้งนี้ โดยมีการเตรียมทำโครงการในต่างประเทศด้วย

Q: Update โครงการที่ "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" ลงทุน

โครงการของวินด์ฯ มีโครงการที่จ่ายไฟแล้วประมาณ 4 ปีอยู่ 2 โครงการ คือโครงการห้วยบง ทั้ง 2 โครงการนี้มีขนาดกำลังการผลิตรวมกัน 207 เมกะวัตต์ และอีก 1 โครงการขนาด 60 เมกะวัตต์ ที่วะตะแบกโครงการนี้จ่ายไฟมาเมื่อปลายปีที่แล้ว และมีอีก 5 โครงการที่กำลังดำเนินการก่อสร้างซึ่งได้รับอนุมัติเงินเงินกู้มาเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 5 โครงการนี้ มีกำลังการผลิตโครงการละ 90 เมกะวัตต์ รวม 450 เมกะวัตต์

Q:คุณประเดชถือหุ้น "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง"กี่%

ผมรวมครอบครัวถืออยู่ 38% ซึ่งเราจะถือในระยะยาว

Q:การที่เราถือ SUPER ด้วย และ "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" ด้วย จะมีคำถามตามมาหรือไม่

ตัว SUPER ผมแค่ไปลงทุนไม่ได้เข้าไปบริหาร และไม่ได้เป็นกรรมการบริษัทด้วยคือเป็นการลงทุนอย่างเดียวเลย ส่วนวินด์ฯ ก็เป็นครั้งแรกที่จะเข้าไปเป็นกรรมการ และผมคิดว่าพลังงานทดแทนการที่จะขัดผลประโยชน์กันโอกาสความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อยเพราะโครงการค่อนข้างเยอะอยู่ที่เม็ดเงินลงทุนมากกว่า ถ้าหากว่าใครมีเม็ดเงินลงทุนเยอะก็มีโอกาสซื้อโครงการได้มากกว่า ทำโครงการได้มากกว่า ผมจึงมองว่าโอกาสที่จะไป Conflict กันเองน่าจะค่อนข้างน้อย แต่ในอนาคตอาจจะเป็นการร่วมมือกันก็เป็นได้

Q:กังวลมั้ยว่าพอนักลงทุนเห็นคุณประเดชมาบริหารวินด์ฯ แล้วจะขาย SUPER

ผมว่าตรงนี้ไม่เกี่ยวกัน ตอนนี้วินด์ฯ ก็ยังไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่าจะเข้าตลาดได้คงเป็นปี ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องไปเปรียบเทียบกันว่าบริษัทไหนผลงานดีกว่า นักลงทุนเขาก็มีสิทธิเลือก หุ้นในตลาดมีตั้งหลายบริษัทไม่ใช่มีแค่ SUPER กับวินด์ฯ

Q:ผลประกอบการ "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง"

เท่าที่จำได้วินด์ฯจะได้ปันผลจากโครงการที่ COD แล้วเช่นจากห้วยบงปีหนึ่งก็ประมาณ 700-800 ล้านบาท แต่ถ้าดูในงบการเงินวินด์ฯจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงการซึ่งบุ๊คเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้บุ๊คเป็นเงินลงทุน ซึ่งทำให้กำไรของวินด์ฯ ในช่วงแรกๆ ดูค่อนข้างน้อย แต่ถ้าก่อสร้างทั้ง 5 โครงการนี้เสร็จการขยายโครงการต่างๆ ยังไม่ค่อยมากก็มีโอกาสที่วินด์ฯจะทำกำไรได้เยอะต่อปี ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าถ้าไม่มีการขยายต่อหลังจากก่อสร้างเสร็จ 5 โครงการ รวมโครงการเก่าด้วย วินด์ฯน่าจะมีกำไรปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท

Q:โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง"

ตอนนี้เป็นกลุ่มเคพีเอ็นฯประมาณ 46% กลุ่มครอบครัวผมประมาณ 38% ที่เหลือเป็นนักลงทุนอื่นๆ อีก10%

Q:เงินเพิ่มทุน IPO จะมหาศาลหรือไม่

ความจำเป็นของการเพิ่มทุนผมคิดว่าขึ้นอยู่กับโครงการ ว่าโครงการที่วินด์ฯเตรียมทำในโอกาสต่อไป ไม่ใช่ 5 โครงการนี้ว่ามีโครงการมากน้อยแค่ไหน และขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ด้วยว่าต้องเพิ่มทุนกี่% ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากี่% ต้องไปดูในรายละเอียดครับ

---จบ---

--- หุ้นอินไซด์ ฉบับวันที่ 13 กันยายน 2560
pakapong_u
Verified User
โพสต์: 40089
ผู้ติดตาม: 1

Re: WEH

โพสต์ที่ 3

โพสต์

'ประเดช' เปิดใจเคลียร์ ร่วมปั้นWEHเข้าตลาดหุ้นปี61-ไม่สนคดีพิพาท
Source - ฐานเศรษฐกิจ (Th)

Wednesday, July 26, 2017 06:06


เสี่ยรายใหญ่ "ประเดช" โดดร่วมวง KPN เร่งปั้นวินด์เอนเนอร์ยี่ เข้าตลาดหุ้นไตรมาส 2 ปี 2561 เจรจาซื้อหุ้นเพิ่มสัดส่วนเข้าบริหาร มั่นใจแบงก์ไทยพาณิชย์หนุนสินเชื่อเดินหน้า 5 โครงการ ขนาด 450 เมกะวัตต์
นายประเดช กิตติอิสรานนท์ ประธานกรรมการบริษัท ดีดีมาร์ทฯ และผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของบริษัท ซุปเปอร์บล๊อกฯ (SUPER) เปิดใจกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้รับการชักชวนจากนายณพ ณรงค์เดช ผู้ถือหุ้นใหญ่ เคพีเอ็น โฮลดิ้งส์ ให้เข้ามาช่วยให้บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้งฯ (WEH) ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าโครงการลมรายใหญ่ของประเทศไทย ประสบความสำเร็จและเข้าตลาดหลัก ทรัพย์ฯได้ โดยนายประเดช จะเข้ามาเป็นกรรมการบริษัท ร่วมกับนายวิชัย ทองแตง ทนายความชื่อดังที่เป็นประธานบริษัทขณะนี้ เนื่องจากเห็นว่านายประเดช มีความรู้และชำนาญการบริหารจัดการธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นอย่างดี
นายประเดช กล่าวว่า ไม่เพียงแค่การร่วมบริหาร แต่นายประเดช ต้องการถือหุ้นให้มีสัด ส่วนใหญ่ขึ้นอีก 10% จากเดิมที่ถืออยู่ 25% ของทุนจดทะเบียนวินด์ รวมถือหุ้นประมาณ 35% โดยมีจุดมุ่งหมายเข้าทำงานในวินด์ และการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหุ้นที่ต้องการซื้อเพิ่มอยู่ระหว่างการรวบรวมติดต่อขอซื้อจากนักลงทุน
นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า วินด์มีแผนชัดเจนแล้วที่จะเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะยื่นข้อมูลเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า และคาดว่าเสนอขายหุ้นให้นักลงทุนครั้งแรก (IPO) ภายในเดือนมีนาคม 2561 โดยยืนยันและมีความมั่นใจสูงว่า วินด์ เข้าตลาดหุ้นได้แน่นอน แม้ว่านายนพพร ศุภพิพัฒน์ อดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ รีนิวเอเบิล เอนเนอยี่ คอร์ปอเรชั่น หรือ REC (ชื่อใหม่ เคพีเอ็น เอนเนอยี่ ไทยแลนด์ (KPNET) ฟ้องร้องนายณพ ณรงค์เดช เรียกหุ้น REC คืน ซึ่งนายนพพร ถือหุ้น REC สัดส่วน 100% และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ วินด์ 60% เนื่องจากเป็นคดีความฟ้องร้องในชั้นของผู้ถือหุ้น REC ซึ่งมีเงื่อนไขสัญญาชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นเดิมไม่มีสิทธิเอาหุ้นคืน แต่เป็นเงื่อนไขการชำระเงิน พร้อมค่าปรับ 15% หากผิดสัญญา ซึ่งผู้ซื้อพร้อมชำระเงินและค่าปรับ
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าของวินด์ ที่เหลืออีก 5 โครงการ ขนาดรวม 450 เมกะวัตต์ ที่ด่านขุนทดและห้วยบง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด 5 โครงการ มีความต้องการใช้เงินสำหรับก่อสร้างโครงการ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าสถาบันการเงินจะให้การสนับสนุนสินเชื่อโครงการหลังจากที่สถาบันการเงิน เชื่อมั่นว่านายประเดช สามารถผลักดันให้โครงการทั้ง 5 ที่เหลือสำเร็จ
ปัจจุบันโครงการของวินด์ ที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว ทั้งหมด 267 เมกะวัตต์ มีรายได้เดือนละ 180-200 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าห้วยบง 2 โครงการ โครงการ ละ 103.5 เมกะวัตต์ และโครงการวัดตะแบก 60 เมกะวัตต์
"ผมไม่สนใจผู้ถือหุ้น REC ทะเลาะกัน ในเมื่อสัญญาเอาหุ้นคืนไม่ได้ ปัญหาของวินด์คือ ต้องการคนมาช่วย
ซึ่งผมเป็นห่วงโครงการที่เหลืออีก 5 โครงการที่ไม่สำเร็จ สัญญาขายไฟฟ้า (PPA) จะหมดตั้งแต่กลางปี 2561 จึงต้องเข้ามาช่วยเพื่อให้โครงการเดินหน้า เป็นการช่วยผู้ถือหุ้นวินด์ทุกคนด้วย เพราะถ้าโครงการสำเร็จครบหมด เป็นผลดีกับรายย่อย และวินด์จะเป็นบริษัทที่มีกำไรจากการขายไฟฟ้าปีละ 7 พันล้านบาท" นายประเดช กล่าวและว่า ยังถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ซุปเปอร์บล๊อกฯ (SUPER) สัดส่วน 12% ไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับนายจอมทรัพย์ โลจายะ ส่วนหุ้นที่ขายออกมาบ้าง เนื่องจากใช้สินเชื่อบางส่วนลงทุน และนำเงินมาลงทุนวินด์เพิ่มโดยมีเป้าหมายชัดเจน ในการลงทุนหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง, ผลตอบแทนขั้นต่ำ 100%, ลงทุนระยะยาวไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีแผนนำบริษัท RSS ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าของตนเองเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในอีก 2 ปีข้างหน้า
ขณะที่ทนายความของนายนพพร ศุภพิพัฒน์ อดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ WEH ว่า ขณะนี้อนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารอย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้การกระทำใดๆ ของคู่กรณี ไม่ว่าการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น หรือขายโครงการมาจ่ายให้นายนพพร จะไม่มีผลในการเปลี่ยนแปลงคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น นักลงทุนหรือใครก็ตาม ที่เข้าดำเนินการใดๆ กับ WEH จำเป็นต้องรอผลจนกว่าคำชี้ขาดจะออกมาอย่างเป็นทางการเสียก่อน
ขณะที่สถาบันการเงินที่เคยปล่อยกู้ให้กับโครงการพัฒนาพลังงาน กล่าวว่า จะไม่อนุมัติสินเชื่อโครงการของ WEH ได้ จนกว่ามีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างความเป็นเจ้าของของ WEH ก่อน--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 27 - 29 ก.ค. 2560--
โพสต์โพสต์