มัวแต่ไปเตร็จเตร่เที่ยวห้องนั่งเล่นกับห้องวายู เรื่องหุ้นน้ำมันตัวเอ้ที่กำลังสร้างสถิติใหม่ทุกวันจากกรณีพิพาทกับศาลปกครอง กลายเป็นจุดสะดุดของหุ้นพลังงานทั้งแผงไปเลย ร่วมทั้งเครือวงศ์วานไปด้วย
ก็เลยมาโพสเรื่องสะดุดๆของบางบริษัทย้อนอดีตให้ฟังกัน
เพราะเหตุเมื่อเกิดขึ้น ก็ต้องมีการแก้ไข และเป็นบทเรียน
ตอนที่ 11 เหตุอุบัติ อุบัติเหตุ
อุบัติเหตุ น. เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด, ความบังเอิญเป็น ( จากพจนานุกรมเล่มใหญ่จากราชบัณฑิตยสถาน)
จ่อหัวเรื่องให้ดูน่าสะพึงกลัว แต่จริงๆเนื้อหาที่กูรูขอบสนามจะย้อนยุทธ์ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวมากหรอกครับ (เพราะผ่านพ้นมาแล้ว) เหตุอุบัติ อุบัติเหตุในแวดวงการตลาดไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดี ทุกบริษัทพยายามจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไม่ให้เกิด แต่อย่างว่าล่ะครับ บางครั้งก็ไม่ได้มีสาเหตุจากคนทำงานเอง
อุบัติเหตุแต่ละครั้งย่อมนำความเสีย หายทั้งด้านตัวเลขขายและเสียเวลาแก้ไขดำเนินการ แต่เหนืออื่นใดคือสูญเสียความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ลามไปถึงตัวบริษัทไปด้วย
ตัวอย่างแสนคลาสสิคที่ตำราการตลาดทุกแห่งนำมาเอ่ยถึงก็คือ กรณีของยาแก้ปวดไทลีนอลของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งถูกมือดีผสมสารหนูใส่ลงไป แล้วมีผู้บริโภครับประทานถึงแก่ชีวิต
หรือน้ำแร่เปอริเย้ที่ถูกผสมสารเบนซินลงไป
เอาให้ใกล้ๆเมืองไทยเข้ามาหน่อย เช่น น้ำมันยี่ห้อหนึ่งที่เพิ่งออกตัววางตลาดไม่เท่าไหร่ก็มีข่าวจุดระเบิดเผาห้องโดยสาร
แป้งเด็กจากค่อยยักษ์ใหญ่คอนซูเมอร์พบสารปรอทต้องสงสัยอยู่ในเนื้อแป้ง โทรศัพท์มือถือแบรนด์ยอดนิยมกำลังพูดๆก็ระเบิดตูม
หรือน้ำดื่มชาเขียวยี่ห้อขายดีก็พบสารพิษปนแปดเปื้อน
หรือจะยกตัวอย่างใกล้ๆชาว VI หน่อยก็ได้ครับ เมื่อครั้งที่หุ้น ปตทจากราคาจอง 35 บาทตกไป 28 บาท ก็เพราะเหตุอุบัติจากเรื่องราวการขนถ่ายน้ำมันเถื่อนกลางทะเลอ่าวไทย (กลายเป็นโอกาสทองของคนที่จ้องๆจดๆ)
มองในระดับอุตสาหกรรมก็เช่น ไข้หวัดนกรอบที่แล้วซึ่งมีการฌาปนกิจศพไก่ทั้งเผา ทั้งฝังจนคนรัก(เนื้อ)ไก่มองตาปริบๆ
อุบัติเหตุดังกล่าวไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะขั้นตอนการผลิต ควบคุมคุณภาพเอง หรือคู่ต่อสู้สกัดดาวรุ่งก็ตาม หรือเพราะผู้บริโภคใช้ผิดประเภท (เช่นใช้แบตเตอรี่ปลอมในมือถือ ) ยอมหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของบริษัทไม่พ้นครับ ถึงกับมีกฏทองของการจัดการวิกฤต (Crisis Management) ออกมาให้ศึกษา เป็นเรื่องเป็นราว อาทิเช่น
หยุดจำหน่ายหรือเพิกถอนผลิตภัณฑ์ตัวนั้นออกจากตลาดทันที (ก่อนที่คู่แข่งจะช่วยเร่งกระพือข่าวให้)
บริษัทจัดแถลงการณ์ด่วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยอมรับความผิดชอบทุกกรณี (ก่อนที่สื่อมวลชนจะจิกเจาะซักไซ้ขยายวง)
สืบเสาะหาสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินแก้ไขอย่างเร่งด่วน (ก่อนที่จะให้บรรดานักวิชาการวงนอกเข้ามาวิพากษ์ผสมโรง)
การันตีความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตอีกครั้งโดยหน่วยงานรัฐที่เป็นกลาง ( ห้ามให้สินบนเด็ดขาด...เอ ไม่รู้ว่าจะใช้ได้กับบ้านเราหรือเปล่า)
นำผลิตภัณฑ์ตัวเดิมหรือตัวใหม่เอี่ยมเลยเข้าตลาดอีกครั้งพร้อมแจ้งข่าวสารแก่สาธารณะชน เป็นต้น
บริษัทชั้นนำล้วนมีแผนปฏิบัติงานฉุกเฉินสำหรับการจัดการวิกฤตโดยเฉพาะ เช่น ลำดับขั้นตอนปฎิบัติ 1 2 3 4 เตรียมพร้อมทีมงานเฉพาะกิจ ใครจะรับหน้าที่แถลงข่าว ( ควรเป็นคนเดียวเท่านั้นเพื่อให้ข่าวสารออกมาไม่สับสน) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร (ถ้าสื่อสารเป็น) ติดต่อหน่วยงานรัฐที่ต้องเกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการอาหารและยา (ถ้าเป็นอาหาร เครื่องดื่ม) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระบวนการผลิต) สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค( เรื่องสิทธิของผู้บริโภค) ติดต่อสื่อมวลชนทุกแขนง ฯลฯ
ห้ามปฏิเสธ หลีกเลี่ยงหรือแก้ปัญหาอย่างขอไปที มิฉะนั้น ห เหตุวิบัติจะกลายเป็น ห หายนะ ให้บริษัทจมธรณีไปเลย ดังเช่นที่เกิดกับ กรณี Exxon Valdez ที่หลายคนทราบเรื่องมาแล้ว
ที่กูรูกล่าวมาทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกระทันหันโดยไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน ยังมีเหตุอุบัติ อุบัติเหตุเกิดจากการคาดการณ์ไม่ถึง ผู้บริหารเดาผลสืบเนื่องไม่ปรุโปร่ง พูดๆง่ายมองไม่ทะลวง Worst Case Scenario นั่นเอง
บริษัทอุปโภค บริโภคใหญ่ของคนไทยที่มีธุรกิจผลิตเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายแบรนด์เนมหรู (ลดราคากลางปีทีหนึ่งแทบจะเหยียบกันตาย เห็นสาวๆควักใบม่วงๆ น้ำตาลๆ ยื่นให้คนขายไม่ลังเลเลย) ย้อนยุทธ์เอ๊ย ยุคกลับไปช่วงที่รัฐบาลประกาศเริ่มใช้ภาษีแว็ต 7% ในสมัยที่คุณอานันท์ ปันยารชุนเป็นนายกรัฐมนตรี บรรดาผู้ผลิตสินค้าตลอดจนห้างร้านต่างๆล้วนกังวลการคำนวณภาษีระบบใหม่นี้ ( โดยเฉพาะบรรดาพ่อค้าที่เลี่ยงภาษีมาตลอด) ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาครับสำหรับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาอยู่ในระบบค้าขายของชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุผลของการขยายฐานภาษีและเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นตามแนวทางของอารยะประเทศ
เมือ่แรกได้ยินคำว่าภาษีหวัดเอ๊ยแว็ต ผู้บริโภคก็ออกงุนงง เกรงว่าจะต้องซื้อของแพงขึ้นอีก 7% เลยตั้งใจจะปิดกระเป๋าตายเลย ต่อเมื่อได้รับการยืนยันจากทางการว่าการคิดภาษีแว็ตจะถูกคำนวณเรียบร้อยในราคาขายเดิม ไม่มีการขึ้นราคาเก็บกับคนซื้อเด็ดขาด ผู้บริโภคค่อยยิ้มออก แล้วเปิดกระเป๋าช้อปปิ้งใหม่
แต่แล้วรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นความฉุนกึก เพราะไปเจอผลิตภัณฑ์ในเครือของบริษัทแห่งนี้ขึ้นราคาเฉยเลย 7% ไหน ไหน บอกว่าไม่มีขึ้นราคาไงล่ะ...พี่ ร้านค้าก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ก้อเขาส่งล็อคใหม่มาเมื่อคืนนี้เอง
อะ อะ ชักไม่สวยแล้ว ว่าแล้วผู้บริโภคที่เป็นนักช้อปวันแว็ตอาละวาดก็รวมตัวยื่นคำฟ้องกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งก็กำลังชุลมุนวุ่นวายอธิบายความภาษีแว็ตกับหน่วยงานต่างๆ ได้ผลครับ...รัฐลงดาบทันทีเพื่อยืนยันหลักการบวกภาษีแว็ตที่ถูกต้อง ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้บริโภค แล้วเรียกสอบสวนผู้บริหารระดับสูงของบริษัท แต่ช้าไปแล้วครับ ปฏิกิริยา Boycott เกิดขึ้นแล้วจากกลุ่มผู้บริโภค สื่อมวลชน ที่กล่าวหาว่าบริษัทฯฉวยโอกาสด้วยปฏิบัติการมั่วนิ่มผสมโรง ท่ามกลางแรงกระเพื่อมของไข้หวัด เอ๊ย แว็ตอาละวาด ฮัดเช้ย
บริษัทเจ้าสัวถูกลงโทษโดนปรับเป็นจำนวนเงินแสนในข้อหาฝ่าฝืนกฏระเบียบของรัฐ ต้องปรับลดราคาผลิต ภัณฑ์ลงมาตามเดิม ผู้บริหารต้องออกมาขอโทษผู้บริโภคผ่าน(การซื้อ)สื่อทุกฉบับด้วยข้ออ้างว่าเกิดความเข้าใจผิดในการตีความ ทำจดหมายแจ้งไปยังร้านค้าต่างๆให้หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชั่วคราวเพื่อรอปรับราคาใหม่(ให้เท่าเดิม) และยอมชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับร้านค้าที่ขาดรายได้ไป
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด บริษัทฯยินยอมจัดงบประมาณจำนวนหนึ่งให้กับหน่วยงานรัฐเพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้การศึกษาเรื่องภาษีแว็ตทั่วประเทศ ( จู่ๆก็ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยไม่ได้ตั้งใจ) ท้ายสุด บริษัทฯจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบภาษีแว็ตทุกกรณี ( จะถูกเรียกตรวจสอบเมื่อไหร่ก็ได้) งานนี้ ผู้บริหารเสี่ยใหญ่ ซึ่งปกติทำตัว Low Profile ที่สุด ต้องเปิดหน้า เปิดอกเจรจากับสื่อเป็นครั้งแรก
แน่นอน วิกฤตของบริษัทหนึ่งย่อมเป็นโอกาสของอีกหลายๆบริษัท เห็นอาการของขึ้น เอาจริงของหน่วยงานรัฐ บริษัทคอนซูเมอร์โปรดักส์คู่แข่งทั้งไทยและเทศ รีบตีข่าวน้อมรับกระแสหวัดเอ๊ยแว็ตทันที ด้วยการประกาศว่าจะไม่มีการขึ้นราคาสินค้าใดๆทั้งสิ้น ผู้บริโภคชาวไทยจึงสบายใจได้กับคุณภาพสินค้าราคาเท่าเดิม หากผู้บริโภคท่านใดเจอราคาที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ขอให้แจ้งแก่บริษัทต้นสังกัดเพื่อจะได้เร่งจัดการให้ถูกต้อง
งานนี้เจ็บ ทั้งค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้กับรัฐ (ในฐานะผู้ร้ายและพลเมืองดี)ค่าชดใช้แก่ร้านค้า เม็ดเงินจากการค้าขายที่ต้องสูญเสียไปโดยไม่คาดคิด มาร์เก็ตแชร์ที่เสียให้คู่แข่ง อีกทั้งเสียเครดิตกับชื่อเสียงที่สะสมมานาน กว่าผู้บริโภคจะลืมเลือนเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นแล้วเริ่มกลับมาวางใจใหม่ ในกรณีนี้ไม่ต้องเรียกฟื้นความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ครับ เพราะตัวสินค้าไม่มีปัญหาอะไร (ราคาหุ้นก็ไม่น่าจะกระทบมาก เพราะไม่ค่อยมีการซื้อขายอยู่แล้ว)
บทเรียนย้อนยุทธ์ครั้งนี้ก็คือ อย่าเขย่าเรือกลางกระแสคลื่นที่ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบกับผลประโยชน์ของประชาชนเพราะใครๆก็เฝ้าจับตามอง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกคนในบริษัทล้วนต้องรับผิดชอบร่วมกันกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง แต่คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือ เหล่าพนักงานระดับล่างที่อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนแปะสติ๊กเกอร์ราคาใหม่ก่อนวันประกาศใช้แว็ต และต้องมานั่งลอกสติ๊กเกอร์ที่เพิ่งแปะออกในคืนต่อมา พร้อมกับแปะดวงใหม่ราคาเดิมลงไป
เอวัง ว่าด้วยเหตุอุบัติ อุบัติเหตุทั้งที่ไม่รู้ตัวและรู้ตัวแต่คาดไม่ถึงปฎิกิริยาตอบโต้ ก็จบลงครับ
ปล. ผลสืบเนื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องหรือเปล่าก็ไม่ทราบคือ
เจ้าสัวผู้กุมบังเหียนบริษัท เริ่มมองแล้วว่า อุบัติเหตุบางครั้งอาจต้องใช้สายสัมพันธ์ทางการเมืองบ้างเล็กน้อยเพื่อช่วยบรรเทาความเสียหาย เพราะที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจนี้ปิดประตูนักการเมืองทุกบาน
นักการเมืองคนแรกที่สามารถเข้าไปเจาะพื้นที่ได้ก็คือ หนุ่มน้อยหน้าใส(ขณะนั้น)ที่มีทั้งรูป วุฒิ และทรัพย์พอสมควร ไฟแรง ชื่อดีจากพรรคเก่าแก่ โดยบริษัทฯตีกลองเปิดประตูรับเข้าไปเรียกคะแนนนิยมจากสาวๆเต็มที่ มีงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ก็จะเทียบเชิญหนุ่มคนเดิมพร้อมครอบครัวเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน
จนหนุ่มน้อยคนนั้นกลายเป็นหนุ่มใหญ่ระดับผู้นำในวันนี้
เออ...ต้องรอดูผลเลือกตั้งอาทิตย์นี้ก่อนว่า เจ้าสัวจะตีปีกกระพือหรือไม่
ย้อนยุทธ์ตอนที่ 11 เหตุอุบัติ...อุบัติเหตุ
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
ย้อนยุทธ์ตอนที่ 11 เหตุอุบัติ...อุบัติเหตุ
โพสต์ที่ 1
-
- Verified User
- โพสต์: 1289
- ผู้ติดตาม: 0
ย้อนยุทธ์ตอนที่ 11 เหตุอุบัติ...อุบัติเหตุ
โพสต์ที่ 2
ฟังแล้วไดข้อคิดในการระวังตัว เวลาทำธุรกิจดีเลยครับ 
ตอนนี้หนุ่มหน้าใส ที่ว่า เป็นผู้นำฝ่ายแค้น สภาโจ๊ก ใช่ไหมครับ :roll:

ตอนนี้หนุ่มหน้าใส ที่ว่า เป็นผู้นำฝ่ายแค้น สภาโจ๊ก ใช่ไหมครับ :roll:
^
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
"เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งที่รักแล้ว วันต่อๆไปก็จะไม่ใช่การทำงาน"..Brian Tracy
state exact goal/then analyze what fail the goal/then act/if you don't start/dream still be a dream
หุ้นไม่ใช่แค่เศษกระดาษ มันมีคนทำงานจริง
-
- Verified User
- โพสต์: 4596
- ผู้ติดตาม: 0
ย้อนยุทธ์ตอนที่ 11 เหตุอุบัติ...อุบัติเหตุ
โพสต์ที่ 3
vat ออกจะดีๆ แล้วทำไม
ยังมีสินค้า หรือบริษัท จำนวนหนึ่ง จึงไม่ยอมใช้ vat
ต้องออกกฎนู้นนี้ ยกเว้น vat ให้กับสินค้านั่นโน้นกันอยู่เรื่อยๆเลยละครับ
ยังมีสินค้า หรือบริษัท จำนวนหนึ่ง จึงไม่ยอมใช้ vat
ต้องออกกฎนู้นนี้ ยกเว้น vat ให้กับสินค้านั่นโน้นกันอยู่เรื่อยๆเลยละครับ
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์