หรือเป็นกระทู้มั่วนิ่มดื้อๆ
ได้อ่านคอลัมน์ Book on Top ของ คุณไพศาล สุริยวงศ์ไพศาล
ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เซคชั่นเศรษฐกิจ ฉบับวันนี้ ( 19 ธันวาคม ครบรอบ อังคารทมิฬ 108 จุดหุ้นตกผวา)
คุณไพศาลได้แนะนำหนังสือ Alan Greenspan : The Age of Turbulence
บันทึกเรื่องราว ความทรงจำที่คุณปู่อลัน เขียนเอง
ไม่ทราบใครอ่านแล้วบ้างเอ่ย มาช่วยแชร์กันก็ดีนะครับ
ราคาขายที่เอเชียบุ๊ค 1,050 บาทแน่ะ รอตอนโปรโมชั่นดีกว่า
อาจได้ลด 20-30%
รู้จักกันดีว่า คุณปู่อลัน กรีนสแปน เคยดำรงตำแหน่งใหญ่โตระดับชาติ
ทรงอิทธิพลพอๆกับประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว
ทุกคำพูดของคุณปู่ (ฟังยากชะมัดเลย) ส่งผลกับดัชนีดาวโจนส์ทุกจุด
ทุกก้าวย่างของคุณปู่ ล้วนแต่เป็นที่จับตามองของสื่อและนักวิเคราะห์วอลล์สตรีท
แม้แต่กระเป๋าเอกสารของคุณปู่ ถ้าวันไหนดูตุงเป็นพิเศษ
ทุกคนจะแอบเดาว่า วันนั้น คุณปู่ต้องมีเรื่องขบคิดและแถลงมากกว่าปกติ
หนังสือที่คุณปู่อลันเขียนหลังจากลงจากตำแหน่งประธาน FED
เป็นการย้อนอดีตความทรงจำและสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจดำเนินการต่างๆระหว่างดำรงตำแหน่ง
ผ่านยุคสมัยของรัฐบาลทั้ง Republican และ Democrat ตั้งแต่ปี 1987 เป็นต้นมา (สมัยรัฐบาลโรนัลด์ รีแกน)
คงมีเรื่องราวสนุกๆมากมายปรากฏในหนังสือเล่มนี้ ต้องรออ่านซะหน่อย
ความจริง นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งสูงๆของบ้านเรา
น่าจะมีงานเขียนลำดับความทรงจำแบบนี้ออกมาเยอะๆ
ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเข้าถึงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย
ว่ามีเหตุหรือปัจจัยจากอะไร แก้ไขหรือผ่อนคลายอย่างไร ผลออกมาเป็นอย่างไร
เถอะน่า จะเขียนเข้าข้างหรือชมตัวเองเล็กน้อย พอไม่น่าเกลียด ก็ไม่เป็นไรหรอก
คนอ่านมีวิจารณญาณตัดสินเองว่าจะเลือกเชื่อหรือไม่
เอ..พูดมาตั้งนาน แล้วคุณปู่มาเกี่ยวกับ แม่พลอย ของกูรู ใน สี่แผ่นดินได้อย่างไร
ความตอนหนึ่งที่คุณไพศาล เขียนไว้ว่า
นี่แหละครับคือจุดที่ กูรูนำมาขบคิดและตีประเด็นกระทู้วันนี้มีบุคคลสองคนที่มีอิทธิพลต่อวิธีคิดของท่าน (คุณปู่อลัน-กูรูเติมเองครับ)
คนแรกก็คือ อาจารย์ที่ปรึกษาของท่านสมัยที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
ในมหานครนิวยอร์ก อาจารย์ผู้นี้คะยั้นคะยอให้ท่านเรียนจบปริญญาเอก
ส่วนอีกท่านก็คือ ว่าที่ภรรยาคนที่สองของท่าน
เพียงแต่เธออายุสั้น เสียชีวิตก่อนที่จะได้มีโอกาสแต่งงานกับคุณปู่ Greenspan
เธอผู้นี้แม้จะเรียนหนังสือต่ำกว่าท่าน คือจบแค่ปริญญาตรี
แต่กลับเป็นผู้ที่ทำให้คุณปู่ Greenspan มีความคิดกว้างไกล
เธอบอกกับคุณปู่ว่า
ถ้าคุณปู่จะวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง
คุณปู่ต้องศึกษาวรรณคดี ปรัชญา ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคม
คุณปู่จะใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์อย่างเดียวหาเพียงพอไม่
พูดถึงวิชาประวัติศาสตร์ ปรัชญา วรรณกรรม
หลายคนทำหน้าเบื่อเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ นามธรรม จับต้องไม่ได้
แต่คุณปู่ยืนยันว่า สิ่งละอันพันละน้อยในอดีตนี่แหละ
ที่หล่อหลอมความคิดของปัจเจกชนให้ออกรูปและร่างเป็นคนๆนั้น
หากไม่เข้าใจอดีตที่ผ่านมา จะรู้ล่วงอนาคตได้ฉันใด
วรรณกรรม เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถอธิบายความซับซ้อนของเรื่องราวแห่งยุคสมัยให้ง่ายขึ้น
เพราะช่วยให้จดจำ ถ่ายทอด ไปสู่อีกรุ่นหนึ่งโดยรักษารูปและบริบทไว้
เช่น ถ้าอยากจะรู้ว่าทำไม รัชกาลที่ 7 จึงต้องประกาศ ภาวะดุลข้าราชบริพาร
แน่นอน ในตำราทั่วไปคงเขียนเพียงว่า เพราะเกิดข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจตกต่ำ เงินคงคลังร่อยหรอ
แต่ถ้าได้อ่านใน "สี่แผ่นดิน" ของ ม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมช ก็จะพบความนัยซ่อนอยู่นั่นก็คือ
เป็นผลสืบเนื่องจากการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยของรัชกาลก่อน
ไม่ว่าเป็นเรื่องของการละคร มหรสพ ความบันเทิงต่างๆ
การสร้างตำหนัก พระที่นั่งและพระราชวัง ซึ่งต้องมีงบสร้างและทะนุบำรุงสม่ำเสมอ
การจัดตั้งกองทหารม้าซึ่งต้องมีภาระดูแลต่อเนื่อง ทั้งม้า สนามและคน
การแจกจ่ายทรัพย์สินแก่ผู้อยู่ใกล้ชิด (บรรดาบ้านทั้งหลาย เช่น บ้านนารายณ์บรรทมสินธุ์ บ้านพิษณุโลก เป็นต้น)
ครั้นมาถึง รัชกาลถัดมา จึงรับผลไปเต็มๆ (อันนี้ต้องตีความเองเพราะไม่ได้เขียนโจ่งแจ้ง)
"คุณเปรม" ของ "แม่พลอย" ก็เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่ถูกดุลออกมา
(คุณเปรม เป็นทหารม้า เติบโตและรุ่งเรืองเป็นถึงพระยานาหมื่นในสมัย รัชกาลที่ 6)
ถ้าคุณปู่อลัน กรีนสแปน(หรือใครๆ) อยากจะเข้าใจประวัติศาสตร์
ความเป็นอยู่ของบุคคลในราชสำนักไทย และชนชั้นสูงในอดีต
ก่อนและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบบสมบูรณาญาสิทธิราช
"สี่แผ่นดิน" เป็นอีกเล่มหนึ่ง ที่คุณปู่คงอยากจะอ่าน ( คุณปู่จะสนใจมั้ยเนี่ย)
หรือถ้าอยากจะรู้วิถีดำเนินของชาวบ้านธรรมดาที่ต้องกัดปากตีนถีบเลี้ยงดู ผจญภัยเยี่ยงลูกผู้ชายชาติอาชาไนย
ทุ่งมหาราช ของ เรียมเอง ก็เป็นหนึ่งในวรรณกรรมที่สะท้อนชีวิตจิตใจคนไทยในสังคมภาคเกษตรได้ดี
(หรืออยากจะลึกซึ้งไปกว่านั้น ขอแนะนำคุณปู่อ่านขุนช้าง ขุนแผน)
กูรูยังจำได้ อ่าน ทุ่งมหาราชสมัยเด็กๆ เปิดเรื่องและปิดเรื่องด้วย การละเล่น แม่ศรี...
เพื่อขอพรและขอบคุณธรรมชาติ หลังการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ
ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของสังคมชนบทภาคกลาง
ถ้าอยากจะหยอดอารมณ์โรแมนติคมากกว่านั้น
ความรักแบบลูกทุ่งของชาวแสนแสบแห่งทุ่งบางกะปิ ของ "ไม้เมืองเดิม"ใน"แผลเก่า"
ก็จะเห็นนัยความแปรเปลี่ยนของสังคมคนเมืองที่เริ่มเข้ามาแทรกในชนบท
ล่วงรู้ความฉลาดปราดเปรื่องของคุณปู่อลัน
เพราะเนื่องมาจากการอ่านและศึกษาแขนงวิชาอื่นที่นอกเหนือจากตำราเศรษฐศาสตร์
เห็นทีน่าจะดำเนินตามเยี่ยงอย่าง