"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
ภาพประจำตัวสมาชิก
คัดท้าย
Verified User
โพสต์: 2917
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 1

โพสต์

หมายเหตุ ไม่มีอะไรหรอกครับ วันนี้เงียบเหงา taladhoon.com ปิด ผมเลยไม่มีสนามเด็กเล่นครับ อิอิ :lol:


"ขาดทุน อย่าขาย"

รูปภาพ


http://www.efinancethai.com/hotnews/fra ... ame=h_kais


หวัดนกอาละวาด-รัฐฯมั่นใจคุมได้ใน 30 วัน
CPF-GFPT โดนเต็มๆ ตปท.งดนำเข้าไก่ไทย


กระทรวงสาธารณสุขยอมรับแล้วมีคนติดเชื้อไข้หวัดนกจริง แต่มั่นใจจะควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 30 วัน ระบุไม่มีผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่วนตลาดหุ้นปรับตัวลดลงไม่มากหลัง "ทักษิณ" แจกคาถาเด็ด "ขาดทุนอย่าขาย" ชี้ชัดผลลบจะเกิดกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง งานนี้ CPF-GFPT โดนถล่มยับ เหตุลูกค้าต่างประเทศสั่งระงับนำเข้าไก่จากไทย

-รับแล้วมีไข้หวัดนกระบาดจริง
แล้ว กระทรวงสาธารณสุข โดยนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกมาร่วมกันแถลงข่าว ยอมรับว่า จากห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลศิริราช ว่า ขณะนี้จากผลที่ได้รับพบว่า มีผู้ป่วย 2 ราย ติดเชื้อไข้หวัดนก ชนิด H5 N1 แน่นอนแล้ว คือเด็กชายอายุ 7 ขวบที่ จ. สุพรรณบุรี และเด็กชายวัย 6 ขวบ ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขมั่นใจในการป้องกันและควบคุมสาถานการณ์ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเคยมีประสบการณ์มาตรการป้องกันโรคซาร์สมาแล้ว

-นายกฯ ตอกย้ำควบคุมสถานการณ์ให้จบภายใน 1 เดือน
ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันว่ารัฐบาลสามารถคุมสถานการณ์ได้ โดยมาตรการที่ดำเนินการอยู่ต้องควบคู่กันไป ทั้งการป้องกันการแพร่เชื้อ และการตรวจสุขอนามัยเพื่อให้เกิดความมั่นใจไก่ที่ส่งออกมีคุณภาพและปลอดภัย
เขายอมรับว่า การระบาดในไนไก่ จะกระทบการส่งออกอย่างแน่นอน โดยในเบื้องต้น ญี่ปุ่นมีมาตรการกีดกันสินค้าไก่ของไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องใช้เวลากู้สถานการณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติ
นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าปัญหาดังกล่าวจะสามารถยุติได้ภายใน 30 วันนับจากนี้ไป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมีการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งแก้ไขปัญหาด้วย ซึ่งในขณะนี้มีหลายประเทศที่ชะลอการนำเข้าไก่จากไทย แต่เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และจะ ไม่สร้างความเสียหายมากนัก เนื่องจากยังเหลือเวลาอีก 11 เดือนในปีนี้ และเชื่อว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น เหมือนกับช่วงที่เกิดภาวะโรคซาร์ส ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักไปเพียงช่วงเดียวเท่านั้น
ส่วนราคาไก่เขาระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเข้ามาว่าเป็นอย่างไร แต่ด้วยกลไกของตลาดคงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่ไก่ที่ตายก็เป็นไก่ไข่ไม่ใช่ไก่เนื้อ ในเรื่องของราคาไข่ที่มีการปรับตัวขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องเข้าไปดูว่าเป็นการปรับตัวตามปกติ หรือเป็นการเข้าไปปั่นราคาไข่ให้สูงขึ้น และอยากให้เชื่อมั่นว่าประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีมาตรฐานเลี้ยงที่สูงที่สุดในโลก และเชื่อมั่นว่าภายใน 30 วันนี้จะเรียบร้อยสามารถควบคุมได้ ส่วนการส่งออกไก่เป้าทั้งปีประมาณ 40,000 กว่าล้านบาท ถ้าหายไป 1 เดือนก็คงประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท

-แจกคาถาเด็ดให้นักลงทุน "ขาดทุนอย่าขาย"
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศไทย จนส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงทันที ที่เปิดการซื้อขายเมื่อวานนี้ ว่าเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราวในระยะสั้น เพราะจริงๆ แล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ ธุรกิจฟาร์มไก่ ส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ตกใจมากเกินไป
" อย่าตกใจมาก เพราะจริงๆ แล้ว คนที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้ประกอบการและธุรกิจเกี่ยวกับไก่ ส่วนอื่นไม่เกี่ยว คนที่ตกใจส่วนใหญ่และลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต้องท่องคาถาอย่างเดียว ว่าขาดทุนอย่าขายเท่านั้น"

-คลัง ย้ำไม่ปรับจีดีพี แต่แบงก์ชาติ ขอประเมินสถานการณ์ 1-2 วันก่อนสรุป
ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง สถานการณ์ภาวะโรคไก่ระบาดในขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่ว่า ทางกระทรวงการคลังจะต้องรอดูสถานการณ์ก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้ นายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมายืนยันว่า วงจรชีวิตของไก่มีระยะ
สั้น ประมาณ 45 วันเท่านั้น เพราะฉะนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคงไม่มากนัก
"เชื่อว่า ประเทศไทยก็เอาจริงในการป้องกันอยู่แล้ว ส่วนภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงก็เป็นปกติของตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว เหมือนกับภาวะที่เกิดโรคซาร์ส ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลดลงไปด้วย"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากไก่มีวงจรชีวิตที่สั้น ซึ่งด้านจิตวิทยาก็ย่อมส่งผลกระทบภาวะตลาดหุ้นแน่นอน แต่ที่สำคัญตลาดหุ้นของไทยก็มีพื้นฐานที่ดีมากๆ และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการไปโรดโชว์ต่างประเทศเร็ว ๆนี้
และในขณะนี้จะไม่มีการปรับประมาณการจีดีพีแต่อย่างใด
ขณะที่ ม.ร.ว. ปริดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นายบัณฑิต นิจถาวร ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สายนโยบายการเงิน ไปศึกษาถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากโรคระบาดไข้หวัดนก โดยคาดว่าจะได้รับรายงานในอีก 1-2 วัน

-ต่างชาติตบท้าวสั่งงดนำเข้าไก่จากประเทศไทย
ในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) กระทรวงเกษตรญี่ปุ่นเป็นรายแรกได้ออกแถลงว่าจะระงับการนำเข้าไก่จากไทยหากมีการยืนยัน
ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในไทย
และวานนี้(23 ม.ค.)รัฐบาลฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์ระงับการนำเข้าสัตว์ปีกมีชีวิตจากไทยเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตราการป้องกันและรอข้อมูลเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารระหว่างประเทศ หลังจากมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกในไทย 2 ราย
นอกจากนั้น นายอับดุล ฮาก รมว.กระทรวงประมงและปศุสัตว์ ประเทศบังคลาเทศ ได้สั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีกจากไทยและอีก 7 ประเทศในเอเชีย เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศ
ทั้งนี้ 8 ประเทศที่ถูกสั่งระงับ ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย, เวียดนามและอินเดีย
เขาระบุว่าแม้ประเทศส่วนใหญ่ข้างต้นจะจะไม่มีโรคไข้หวัดนกในประเทศ แต่ประเทศเหล่านี้ได้สั่งนำเข้าไก่และอาหารนกจากเวียดนาม, ไทยและเกาหลีใต้ ซึ่งมีรายงานว่ามีไข้หวัดนกเกิดขึ้น
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรของฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสได้ตัดสินใจสั่งกักไก่สดที่นำเข้าจากไทยนับตั้งแต่หลังวันที่ 1 ม.ค. หลังจากมีข่าวการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย

-ฟันธง GFPT โดนหนักกว่า CPF หากหวัดนกมีจริงเหตุส่งออกเป็นรายได้หลัก
นางสาวจิตรา อมรธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไซรัส เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับประมาณการราคาหุ้นGFPT และ CPF แต่ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ยังไม่นิ่งจึงประเมินค่อนข้างยากว่าราคาไก่เคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทั้งนี้หุ้น GFPT ถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากทำธุรกิจส่งออกไก่ 100% ในขณะที่ CPF มีรายได้จากไก่ 20-30% ของรายได้รวมโดยแบ่งเป็นการส่งออกประมาณ 15%
กรณีญี่ปุ่นสั่งระงับนำเข้าไก่จากประเทศไทยชั่วคราว จะทำให้ธุรกิจส่งออกไก่ได้รับผลกระทบมาก เพราะญี่ปุ่นถือเป็นตลาดหลักของทั้ง GFPT และ CPF
แม้ปัจจุบันราคาหุ้นทั้ง 2 บริษัทจะปรับลดลงมาค่อนข้างลึก แต่ก็ยังไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อ แต่หากมีอยู่แล้วควรเปลี่ยนตัวเล่นเป็นตัวอื่นจะดีกว่า เนื่องจากในระยะสั้นราคามีโอกาสปรับตัวลดลงอีกตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของการควบคุมโรคระบาดและการเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับคืนมาว่าจะทำได้อย่างไร
'จากสถานการณ์ตอนนี้อาจจะกระทบต่อกำไรไตรมาส 1/47 ของทั้ง 2 บริษัท แต่ในช่วงต่อไปก็อาจจะดีขึ้นหากสถานการณ์นิ่งและต่างประเทศนำเข้าไก่จากไทยเป็นปกติ อย่างไรก็ตามราคาไก่ปกติค่อนข้างเหวี่ยงแรงจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด' นางสาวจิตรากล่าว

-ลดเป้าประมาณการยอดขาย CPF ลง 20% ส่วน GFPT ลดลง 50%
ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บล.เกียรตินาคิน เปิดเผยว่าการห้ามนำเข้าไก่จากไทยโดยยังไม่มีกำหนดเวลาแน่ชัดของญี่ปุ่นในครั้งนี้จะกระทบกับภาวะอุตสาหกรรมการส่งออกไก่โดยรวมของไทย สำหรับทั้ง CPF และ GFPT จะได้รับผลกระทบจากข่าวนี้โดยตรง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะทำให้ยอดขายทั้งในประเทศและการส่งออกในช่วง 1H47 ลดลง ทั้งนี้จะต้องติดตามต่อไปว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายลงไปเมื่อใด และคาดว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบกับ CPF และ GFPT
ในส่วนของ CPF มีสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นประมาณ 50% ของยอดการส่งออกทั้งหมด ซึ่งข่าวนี้ทำให้ปริมาณความต้องการไก่ในประเทศลดลง ดังนั้น จากก่อนหน้านี้ที่ได้คาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบริษัท โดยได้ปรับลดประมาณการยอดขายลง 5-10% และจากข่าวการห้ามนำเข้าไก่อย่างไม่มีกำหนดของญี่ปุ่น จึงปรับลดประมาณการยอดขายในปี 2547 ลง 20% โดยคาดว่ายอดขายรวมในปี 2547 จะประมาณ 81,677 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 2,386 ล้านบาท (Fully Diluted EPS ที่ 0.32 บาท/หุ้น) ลดลงประมาณ 18% YoY จากประมาณการกำไรสุทธิที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 2,905 ล้านบาท
ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ CPF โดยจากเดิมใช้ PER ของกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรที่ประมาณ 13.5 เท่า ได้ปรับลด PER ที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าที่เหมาะสมเนื่องจากปัจจัยลบจากข่าวโรคระบาดดังกล่าว โดย Discount ค่า PER ลงประมาณ 20% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 10-11 เท่า จะได้มูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ CPF ที่ประมาณ 3.20-3.52 บาท และด้วยสถานการณ์ที่ยังคงไม่ชัดเจนจากข่าวโรคระบาดดังกล่าวและการที่ญี่ปุ่นระงับการนำเข้าอย่างไม่มีกำหนดแม้จะเป็นการชั่วคราว รวมทั้งยังมีความไม่แน่นอนว่าจะมีประเทศใดที่จะระงับการนำเข้าเช่นนี้อีก ดังนั้น เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขายทำกำไร" สำหรับ
CPF ทั้งนี้ ราคาปิดของ CPF วานนี้ (22 ม.ค. 2547) อยู่ที่ 4 บาท
ส่วน GFPT ธุรกิจหลักของบริษัทคือ การผลิตและจำหน่ายไก่ และตลาดส่งออกใหญ่ของ GFPT อยู่ที่ประมาณ 50-60% ส่งออกไปยังญี่ปุ่น ดังนั้น จึงคาดว่าหากเกิดโรคระบาดไก่ขึ้นจะกระทบกับ GFPT มากกว่า CPF ดังนั้น จึงปรับลดประมาณการยอดขายของ GFPT จากเดิมที่คาดว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับยอดขายของบริษัทประมาณ 5% เป็น 50% เพื่อให้สอดคล้องในกรณีที่หากข่าวโรคระบาดเป็นจริง จะทำให้ GFPT ไม่มียอดส่งออกไปยังญี่ปุ่นเลยตลอดระยะเวลาการห้ามนำเข้าไก่จากไทย จึงคาดว่ายอดขายในปี 2547 ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 4,220 ล้านบาท และกำไรสุทธิประมาณ 206 ล้านบาท (EPS 1.65 บาท/หุ้น) ลดลงประมาณ 50% YoY จากประมาณการกำไรสุทธิปี 2546 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 420 ล้านบาท (EPS 3. 66 บาท/หุ้น) และคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำสำหรับผลการดำเนินงานปี 2546 ประมาณ 1.70 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ณ ระดับราคาปัจจุบันเท่ากับประมาณ 7%
ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ GFPT โดยจากเดิมใช้ P/BV ของบริษัทที่ประมาณ 0.95 เท่า ได้ปรับลด P/BV ที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าที่เหมาะสมลงประมาณ 35-50% เนื่องจากปัจจัยลบจากข่าวโรคระบาดดังกล่าว โดยใช้ APBR ที่ประมาณ 0.65-0.50 เท่า จะได้มูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ GFPT ที่ประมาณ 15.50-20.15 บาท
จากการที่ตลาดส่งออกหลักของบริษัทคือ ญี่ปุ่น ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบโดยตรงจากข่าวการห้ามนำเข้า จึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขาย" สำหรับ GFPT ทั้งนี้ ราคาปิดหุ้น GFPT วานนี้ (22 ม.ค. 2547) อยู่ที่ 21.70 บาท

-หุ้น CPF-GFPT โดนถล่มยับ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทั้งคู่ว่า วานนี้ CPF เปิดตลาดที่ระดับ 3.20 บาท และปิดที่ระดับ 3.72 บาท ลดลง 0.28 บาท หรือ -7.00% มีมูลค่าการซื้อขายรวม 341.67 ล้านบาท ระห่างวันปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ระดับ 3.20 บาท
ส่วน GFPT เปิดตลาดที่ระดับ 19 บาท และปิดที่ระดับ 19.40 บาท ลดลง 2.30 บาท หรือ -10.60 % มีมูลค่าการซื้อขายรวม 84.50 ล้านบาท ระห่างวันปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ระดับ 18 บาท

-SET INDEX รีบาวน์หลังเกิดความชัดเจน
สำหรับความเคลื่อนไหวของ SET INDEX วานนี้เมื่อเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 757.65 จุด จากนั้นมีแรงเทขายออกมาอย่างหนักกดดัชนีปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ 738.15 จุด ลดลง 22.02 จุด และตลอดช่วงเช้ายืนในแดนลบ กระทั่งทางการออกมาแถลงยอมรับว่ามีไข้หวัดนกระบาดในประเทศไทยจริง ทำให้เกิดแพนิกและมีแรงเทขายอีกครั้ง แต่จากนั้นไม่นานกมีแรงไล่ซื้อกลับเข้ามา กระทั่งสุดท้าย SET INDEX เด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 754.44 จุด ลดลง 5.73 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 34,284.26 ล้านบาท
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

ในความเป็นจริง

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ทั้งgfpt cpf พูดถึงยอดส่งไก่ และผลิตออกมาในตลาด
ผมว่าน่าจะมีปริมาณน้อยกว่าสหฟาร์ม ในความคิดผม
แต่บังเอิญหุ้นไก่ในตลาดหุ้นบ้านเรามีแค่สองตัวนี้
ผลกระทบที่เราคาดว่าจะมีจะเลย
รับเละไปทั้งสองตัว
สำหรับผมตอนนี้มีgfpt อยู่แต่เก่าก่อน
กำลังจะตัดสินใจทิ้งไปในวันจันทร์ดีไหม
คงต้องอาศัยเวลาคิดอีกหน่อย
คืนหนึ่งเช้าพรุ่งนี้คงตัดสินใจได้อีกที
Solo
Verified User
โพสต์: 627
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ขอบคุณครับ

ผมว่า เชื่อมั่งไม่เชื่อมั่ง ดีกว่าครับ

แพงแพง ก็ขายทำกำไรบ้างครับ

ต่ำต่ำค่อยซื้อคืนครับ
ควรลงทุนอย่างรอบคอบ ในหุ้นดีและราคาไม่แพง ครับ
บุคคลทั่วไป
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 4

โพสต์

:? น่าเสียดายที่ท่านพูดช้าไป ผมขายคัทลอสก่อนนั้นนานแล้ว แต่แน่ใจได้ว่าถ้าเชื่อท่านพอร์ตก็อาจขาดทุนอยู่ เสียดายไม่ได้เก็บshinก่อนนั้น อิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
anti-red
Verified User
โพสต์: 60
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ของผมจะดูว่า มีตัวอื่นให้เล่นหรือเปล่า
ถ้ายังหาตัวใหม่ไม่ได้ ก็คงถือรอไปก่อนล่ะ

แต่ถ้ามีตัวไหน สะดุดกึ๊ก น่าเล่น ก็จะยอม Cut เพื่อย้ายตัว

ที่ผ่านมาก็สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แหะ ๆ
กบน้อย เผชิญโลกกว้าง ทุนต่ำ ๆ เริ่มด้วยแดง จะแรงในอนาคต
Sin
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ท่านนายกนี่ล่ะ เซียนหุ้นตัวจริงไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองดูประวัติท่านซิว่าท่านรวยมาจากอะไร ผมว่าท่านก็เป็นคนหนึ่งที่รักประเทศชาตินะ ดูอย่างคราวที่หุ้นจะปรับฐานซิ ท่านออกมาเตือนก่อนตั้งหลายอาทิตย์ ลองตามข่าวแล้วฟังทรรศนะท่านดีๆ ก็พอจะจับทางตลาดได้เหมือนกันนะ
นายสต็อก
Verified User
โพสต์: 777
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 7

โพสต์

เอ...นี่ยังใช้ภาพท่านนายกรับทานไก่อยู่เหรอครับ
ผมว่า ช่วงปลายเดือนมกราคมนี่...ท่านอาจอยากให้เปลี่ยนเป็นรูปตอน
ท่านรับทานเป็ดหรือกุ้งบ้างก็ได้นะครับ (ฮิ!..ฮิ!...ฮิ!) :roll:
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

Re: "ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างค

โพสต์ที่ 8

โพสต์

"ขาดทุน อย่าขาย"

รูปภาพ


http://www.efinancethai.com/hotnews/fra ... ame=h_kais


หวัดนกอาละวาด-รัฐฯมั่นใจคุมได้ใน 30 วัน
CPF-GFPT โดนเต็มๆ ตปท.งดนำเข้าไก่ไทย


แอบสงสัย ทุกคนเชื่อท่านนายกฯ หรือเปล่า

รอให้รัฐมลโทและข้างที่บริวารขายเสร็จ รายย่อยค่อยขาย เขาจะได้เอากระสอบมาใส่หุ้น อิอิ
ZzZzZz
ผู้ติดตาม: 0

"ขาดทุน อย่าขาย" <--- ใครเชื่อท่านนายกบ้างครับ

โพสต์ที่ 9

โพสต์

ถ้าใครถือปรัชญานายกอันนี้ไว้ตอนตลาด 1700 จุดล่ะ
ผมว่าถึงวันนี้ พอร์ตคงไม่จืดเลยล่ะ

นายกพูดงี้กลัวรายย่อยเทขายแล้วทำหุ้นตกเหรอครับ
เพราะเท่าที่ผ่านมา ต่างชาติทยอยขายมาโดยตลอด
มีแต่รายย่อยกับกองทุนอีกนิดหน่อยที่ช่วยดันกันเองเท่านั้น

เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย ..จริงอ่ะ :lol:
ล็อคหัวข้อ