
4 มิ.ย 50
ย้อนกลับไปต้นเดือนพ.ค.50 ผม พี่จ๋อย และเต้ย นั่งคุยกันเล่นๆ ที่ ร้านบ้านไร่กาแฟ คิดกันเล่นว่า อยากจะทำนิตยสารขึ้นมาสักเล่ม มอง ๆ ดูแล้วไม่มีเล่มไหนเลยสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่าเลยสักเล่มที่คนบ้าบัฟเฟตแบบพวกเราจะถูกใจได้ ในนิตยสารเล่มอื่นน่ะ เป็นลูกเมียน้อยเห็นๆ เนื้อหามีอยู่กระจิ๊ดนึง แต่ต้องเสียตังเกือบ 80-100 บาท โหย ไม่คุ้มอย่างแรง แถมข่าวก็มั่วๆ อัพเดทมั้ย ไม่เลย... สรุปเข้า Thaivi.com ดีกว่า อัพเดททุกลมหายใจ
พวกเรานั่งๆ คิดจะใช้ชื่อนิตยสารว่าอะไรดี จากหลายชื่อมาก เช่น The Path to Value, The Value, Better Investing, Sex and Investing, Invest and Sex me ฯลฯ
คิดไปคิดมา ก็มาลงที่ชื่อ The Digest พี่จ่อยบอก ทำก็ทำนะ พี่เอาด้วย ผมเอาอยู่แล้ว เต้ยก็คิดสักพักใหญ่ มันจิบกาแฟเกือบห้าครั้ง ก่อนที่จะพยักหน้า ตกลงพวกเราเอาหมด ผมก็พูดลอยๆ หันหน้าไปทางอื่นด้วย ทุกคนเอาหมด เราก็ไปรัชดากัน พูดแค่นั้นพอหันกลับมา ทุกคนก็หัวเราะพร้อมกัน
เต้ยอาร์ทของพวกเรารับอาสาออกแบบโลโก้ชื่อนิตยสาร แต่ก่อนนั้นเต้ยทำออกมาหลายแบบมาก จนในที่สุดก็ได้โลโก้แบบที่เห็นๆกันในตอนนี้ แต่ตอนแรกน่ะ ไม่มีคำภาษาอังกฤษบนหัวหนังสือหรอกนะครับ มีแต่ คำว่าเดอะ ไดเจส แต่พี่จ๋อยอยากให้มันดูแสดงออกถึงความเป็นอินเตอร์อีกหน่อย เต้ยเลยเขียนชื่อให้นิตยสารแบบตรงตัวว่า The Digest เราก็เลยได้ชื่ออย่างที่ได้เห็น
The Digest Volume 0 (เล่มขายโฆษณา)
ตอนที่เรากำลังทำ The Digest Vol.1 อยู่นั้น ก็ได้รับคำสั่งด่วนจากทางพี่เว็นรูนี่ว่า เราควรมีเล่มม็อคอัพ ไว้ขายแอดโฆษณา ซวยแล้วก็ 3 กองบอกอน่ะ เขียนไปได้คนละกระจึ๋งเดียวเอง ด้วยสปีดที่สโลรี่อย่างแรง เพราะเป็นช่วงเริ่มต้น มันก็เลยทำให้การเขียนอะไรหลายๆอย่างดูช้าไปซะหมด ผม พี่จ๋อย เต้ย สุขสิดี และ น้ำคาง เขียนรวมกัน ยังได้ไม่ถึง 10 คอลัมน์ซะด้วยซ้ำ ดังนั้นเราต้องหยุดงานทั้งหมด แล้วมาแก้ไขปัญหานี้ก่อนว่าจะทำยังไงดี ตอนนั้นนึกถึงหนังสือที่ผมกับพี่จ๋อยหอบมันขึ้นมาในทันที
พวกเราจัดการเปิดนิตยสารการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด แล้วดูว่าหน้าไหนของหนังสือพวกนั้น ที่มันพอจะดูคล้ายคลึงกับคอลัมน์ที่เราจะทำในเดอะไดเจส พอได้หน้าที่มีคอลัมน์ที่เนื้อหาดูใกล้เคียงกัน เราก็จะเอาหนังสือพวกนั้นมานั่งสแกน โดยมีสุขสิดีและน้ำค้างช่วยกันนั่งสแกนแบบ 2 วัน 2 คืน ส่วนกองบอกอทั้ง 3 คน ก็มีหน้าที่หาๆๆๆ หน้าที่มีเนื้อหาตรงกับเล่มที่เราคิดไว้มากที่สุด พอขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้น เต้ยก็รีบจัดการแปลงไฟล์แล้วให้โรงพิมพ์มารับงานไป
ไม่นานนัก นิตยสารเดอะไดเจส Vol.0 ก็มาถึงอ๊อฟฟิส ทุกคนเข้าไปมุงดูด้วยความตื่นเต้น โดยมีบัฟเฟตกับมังเกอร์ขึ้นหน้าปก เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์กับคอลัมภ์ 30 คำถามกับบัฟเฟตและชาลีมังเกอร์ เราได้นิตยสารมาทั้งหมด 5 เล่ม เปิดดูอย่างภูมิใจ และคิดว่ามันออกมาดูดีกว่าที่คิดแฮะ ถ้าเสร็จจริงๆ คงจะดูไฮโซอย่างแรง ไม่ว่าจะเป็นราคาและรูปเล่มที่ไม่เหมือนใคร แต่ความพลาดก็ไม่ปราณีกองบอกอ นิตยสารเล่มทดลองติดกาวไม่แน่น ทำให้กระดาษมันหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ จนทางเราต้องให้โรงพิมพ์กลับไปทำใหม่ให้มันดูดีกว่าเดิม
ในที่สุดพวกเราก็ได้เดอะไดเจส Vol.0 ออกมาจำนวน 5 เล่ม ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า เดอะไดเจส Vol.1 ก็ใกล้ถึงกำหนดเข้ามาเต็มที พวกเราวางแผนไว้ว่า นิตยสารจะต้องวางจำหน่ายทุกวันที่ 8 ของเดือน ในราคาเล่มละ 100 แต่พวกเราค้านหัวชนฝาเรื่องราคาว่ามันสูงไป บางคนบอก 80 พอนะพี่ 90 ก็ได้นะ 99 นะมีทอน 1 บาทก็ยังดี แต่พวกเราไม่รู้หรอกว่าในตอนนั้นต้นทุนนิตยสารเล่มนี้มันแพงแค่ไหน พวกเราเลยเชื่อในคำตัดสินเรื่องราคาของพี่เว็นรูนี่ว่า 100 บาท เอ้า 100 บาทก็โอเค งั้นพวกเราก็จะทำมันออกมาให้ได้ สมกับราคา 100 บาทล่ะกัน
ในช่วงที่กำลังทำเล่มหนึ่งอยู่นั้นพวกเรามานั่งคุยกันว่ามีใครเคยทำอะไรมาก่อน ปรากฏว่าทีมบอกอชุดนี้ ทั้งผม พี่จ๋อย เต้ย สุขสิดี น้ำค้าง ไม่มีใครเคยทำนิตยสารมาก่อนสักคนเดียว เริ่มสงสัยขึ้นมานิดหนึ่งว่า คนที่ไม่เคยทำนิตยสารมาก่อนเลย 5 คน จะเขียนมันออกมายังไงนะนี่ ในที่สุดพวกเรามีความเห็นกันว่า ต้องกราบเรียนเชิญนักเขียนในไทวีคนอื่นๆ ให้มาเขียนด้วย
มอง ๆ ดูแล้วไม่มีเล่มไหนเลยสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่าเลยสักเล่มที่คนบ้าบัฟเฟตแบบผมจะถูกใจได้ ในนิตยสารเล่มอื่นน่ะ เป็นลูกเมียน้อยเห็นๆ เนื้อหามีอยู่กระจิ๊ดนึง แต่ต้องเสียตังเกือบ 80-100 บาท โหย ไม่คุ้มอย่างแรง แถมข่าวก็มั่วๆ อัพเดทมั้ย ไม่เลย... สรุปตอนนั้นเข้า Thaivi.com ดีกว่า อัพเดททุกลมหายใจ