นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังการร่วมประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้สิทธิเอกชนดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะกับนายรัฐพล มีธนาถาวร รองปลัด กทม. และตัวแทนสำนักเทศกิจ สำนัก การโยธา สำนักการจราจรและขนส่งว่าที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญหลายเรื่อง เช่น สัญญาสัมปทาน ป้ายไตรวิชั่นหรือป้าย 3 มิติระหว่าง กทม. บริษัทเจซีเดลโกล 75 ป้าย บริษัทมาสเตอร์แอด 50 ป้ายและป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในสวนป่าวิภาวดีข้างสำนักการจราจรและขนส่ง 3 ป้าย
ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าในแต่ละปี กทม. มีรายได้จากบริษัทดังกล่าวราว 6 ล้านบาท ตลอดอายุสัมปทาน 9 ปีที่ผ่านมา มีรายได้รวม 54 ล้านบาทถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงมีมติ 2 ประเด็น คือ 1.ไม่ต่อสัญญาป้ายโฆษณาขนาดใหญ่จำนวน 3 ป้ายเพื่อจะใช้พื้นที่ก่อสร้างศาลาว่าการ กทม. แห่งใหม่ 2. ไม่ต่อสัญญาป้ายไตรวิชั่นให้ทั้ง 2 บริษัท โดยคณะกรรมการเห็นว่า กทม. ควรจะร่างสัญญาให้สิทธิสัมปทานใหม่ ด้วยการเพิ่มอัตราค่าเช่า และกำหนดสัดส่วนการใช้ป้ายโฆษณาป้ายไตรวิชั่นจากเดิมที่ กทม. มีสิทธิใช้เพียง 1 ด้านจากที่มีทั้งหมด 3 ด้าน เป็น กทม. จะขอใช้ในอัตราครึ่งต่อครึ่ง คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลราวเดือน มิ.ย. 2550
นายพนิช กล่าวอีกว่า ส่วนป้ายโฆษณาในศาลาที่พักผู้โดยสารแบบสเตนเลส นับร้อยแห่งที่พบว่าบริษัทผู้รับสัมปทานทำผิดสัญญา ด้วยการติดตั้งป้ายโฆษณาบนหลังคาป้ายรถเมล์บางแห่งติดตั้งโฆษณาข้างเสา ซึ่งพบการฝ่าฝืนมากในถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 1 ถนนพระราม 4 ถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ลักษณะอย่างนี้ถือว่าทำผิดสัญญาที่ทำไว้กับ กทม.อย่างชัดเจน เนื่องจากในสัญญาระบุให้ติดตั้งป้ายโฆษณาได้เฉพาะพื้นที่ว่าง ด้านหลังที่ประชาชนนั่งรอรถเมล์ หรือพื้นที่ด้านข้างป้ายรถเมล์หากป้ายรถเมล์นั้น ๆ ตั้งอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ เพื่อไม่ให้เป็นการบดบังร้านค้า จึงมีมติให้บริษัทรื้อป้าย ที่ติดตั้งผิดสัญญาออกให้หมดภายในวันที่ 24 พ.ค. นี้.