จันทร์ ก.ย. 15, 2003 11:49 pm | 0 คอมเมนต์
พูดแล้วไม่เคลียเดี๋ยวขออธิบาย หลัก ROE ใน WORK BOOK ต่อ
คือ เขาซื้อโค๊ก ในปี 1988 592,540,000 เหรียญ จำนวน 113,380,000 หุ้น ราคา 5.22 ซึ่งขณะที่ซื้อ มีโค๊กกำไรต่อหุ้น .36 book = 1.07
PE= 5.22/.36 เท่ากับ 14.5 ซึ่งถือว่าสูงมากในความคิดของผม
แต่เมื่อดูการคำนวณแล้วตกใจ
คือ
ROE = .36 / 1.07 = 33.6
เขาเล่นคำนวณซื่อๆเลยว่า
1988 book 1.07 กำไร .36 ปันผล .15 เข้าบริษัท .21
1989 book 1.28 กำไร .43 ปันผล .18 เข้าบริษัท .25
1990 book 1.53 กำไร .51 ปันผล .21 เข้าบริษัท .30
1991 book 1.83 กำไร .61 ปันผล .26 เข้าบริษัท .35
1992 book 2.18 กำไร .72 ปันผล .30 เข้าบริษัท .42
1993 book 2.60 กำไร .87 ปันผล .37 เข้าบริษัท .50
1994 book 3.10 กำไร 1.04 ปันผล .44 เข้าบริษัท .60
1995 book 3.70 กำไร 1.24 ปันผล .52 เข้าบริษัท .72
1996 book 4.42 กำไร 1.48 ปันผล .62 เข้าบริษัท .86
1997 book 5.28 กำไร 1.77 ปันผล .75 เข้าบริษัท 1.02
1998 book 6.30 กำไร 2.12 ปันผล .90 เข้าบริษัท 1.22
1999 book 7.52 กำไร 2.53 ปันผล 1.07 เข้าบริษัท 1.46
2000 book 8.98 กำไร 3.02 ปันผล 1.27 เข้าบริษัท 1.75
ปันผล รวม 7.04 เข้าบริษัทหรือ Retained Earnings 9.66
ปันผล 7.04 x 113.38 ล้านหุ้น หลังจากหักภาษี 14 เปอร์เซ็นต์
ได้เม็ดเงินกลับมา 686 ล้านเหรียญ
ในปี 2000 ประมาณการกำไร 3.02 เมื่อเมื่อคิด PE ที่ 15
จะมีมูลค่า 3.02 x 15 x 113.38 ล้าหุ้น เท่ากับ 5.136 พันล้านเหรียญ
สรุปว่า เม็ดเงินลงทุน 592.4 ล้านเหรียญในปี 1988 จะได้รับเงินต้นคืน 686 ล้านเหรียญ คงเหลือหุ้นฟรีๆ 113.38 ล้านหุ้น มูลค่า 5.136 พันล้านเหรียญ หลังจากการลงทุน และถือยาว 12 ปี
พิมพ์ซะเหนือยเลย
ข้อสังเกตุ คือไม่ได้นำ EPS ย้อนหลัง 10 ปี มาคำนวณ ในแบบ The New Buffetology
และไม่ได้บอกเรื่อง ROA ครับ
แต่ที่พี่ประจวบบอกไว้ ดีแล้วครับ