VI บ้าน ๆ
-
- Verified User
- โพสต์: 4241
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 151
เอารูปนี้มาฝากด้วยครับ ดูง่ายดี
แปลกใจจริงๆ ที่ ผปค. นิยม ส่งบุตรหลานไปเรียนที่อังกฤษ
แน่นอนครับว่าดีกว่าระบบไทยมาก แต่กระนั้่น ยุคของอัีงกฤษได้
ผ่านพ้นไปนานมากแล้ว ... นอกเหนือจากภาษาแล้ว ยังไม่เห็น
ว่าจะมีอะไรดี เอาง่ายๆ ครูเปียโนญี่ปุ่นของลูกชาย บอกว่า
คนญี่ปุ่นไม่เห็นสอบเกรดของอังกฤษเลย ถ้าไม่ได้ไปเรียนต่อที่
อังกฤษ ผมบอกว่านั่นนะซิ ผมแทบไม่เห็นว่ามีนักเปียโนเอกคน
ไหนที่จำได้ว่าจบมาจากอังกฤษเลย ในวงการกีต้าร์คลาสสิคที่ผมอยู่
ก็ไม่เห็นมีนักกีต้าร์อังกฤษที่เก่งเอกอุเลย หลังๆ นี่คนที่ชนะ
รายการใหญ่สุด มักมาจากฝรั่งเศส (สำหรับกีต้าร์คลาสสิคนะครับ)
แต่คนไทย ปีๆ หนึ่ง เสียค่าสอบเกรดให้อังกฤษ หลายล้านบาท
(ทั้งๆ ทีมาตรฐานก็สุดแสนจะธรรมดา)
และจากภาพไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมยุคนี้ จึงเป็นยุคของเกาหลีใต้...
เขาเก่งจริงๆ นำพาประเทศจากภาวะสงครามกลางเมือง ไม่มีอะไร
จะกิน มาเป็นประเทศแถวหน้าสุดได้ภายใน 40-50 ปี !!! มหัศจรรย์ครับ
แปลกใจจริงๆ ที่ ผปค. นิยม ส่งบุตรหลานไปเรียนที่อังกฤษ
แน่นอนครับว่าดีกว่าระบบไทยมาก แต่กระนั้่น ยุคของอัีงกฤษได้
ผ่านพ้นไปนานมากแล้ว ... นอกเหนือจากภาษาแล้ว ยังไม่เห็น
ว่าจะมีอะไรดี เอาง่ายๆ ครูเปียโนญี่ปุ่นของลูกชาย บอกว่า
คนญี่ปุ่นไม่เห็นสอบเกรดของอังกฤษเลย ถ้าไม่ได้ไปเรียนต่อที่
อังกฤษ ผมบอกว่านั่นนะซิ ผมแทบไม่เห็นว่ามีนักเปียโนเอกคน
ไหนที่จำได้ว่าจบมาจากอังกฤษเลย ในวงการกีต้าร์คลาสสิคที่ผมอยู่
ก็ไม่เห็นมีนักกีต้าร์อังกฤษที่เก่งเอกอุเลย หลังๆ นี่คนที่ชนะ
รายการใหญ่สุด มักมาจากฝรั่งเศส (สำหรับกีต้าร์คลาสสิคนะครับ)
แต่คนไทย ปีๆ หนึ่ง เสียค่าสอบเกรดให้อังกฤษ หลายล้านบาท
(ทั้งๆ ทีมาตรฐานก็สุดแสนจะธรรมดา)
และจากภาพไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมยุคนี้ จึงเป็นยุคของเกาหลีใต้...
เขาเก่งจริงๆ นำพาประเทศจากภาวะสงครามกลางเมือง ไม่มีอะไร
จะกิน มาเป็นประเทศแถวหน้าสุดได้ภายใน 40-50 ปี !!! มหัศจรรย์ครับ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
-
- Verified User
- โพสต์: 4241
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 152
ลืมเครดิตครับ
จากที่นี่ ... http://www.theguardian.com/news/datablo ... ce-reading
จากที่นี่ ... http://www.theguardian.com/news/datablo ... ce-reading
// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
-
- Verified User
- โพสต์: 86
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 155
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
- Nevercry.boy
- Verified User
- โพสต์: 4626
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 156
เกาหลีใต้เก่งจริง ๆ ประเทศไทยอยู่ตรงไหนครับคุณ syj
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
http://nevercry-boy.blogspot.com/
-
- Verified User
- โพสต์: 4241
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 157
Capture มาให้ดูครับ จาก Link ข้างบนนั่นแหละครับ ...
ไม่ค่อยอยากโพส อายเขา
(มิน่า หลังๆ นี่เด็กเก่งจบจากมหา'ลัยสุดยอดของไทย
มหา'ลัยชั้นนำของ US ยังเมินหน้าหนี ไม่เหมือนสมัย
20-30 ปีก่อนพอสู้เขาได้)
ไม่ค่อยอยากโพส อายเขา
(มิน่า หลังๆ นี่เด็กเก่งจบจากมหา'ลัยสุดยอดของไทย
มหา'ลัยชั้นนำของ US ยังเมินหน้าหนี ไม่เหมือนสมัย
20-30 ปีก่อนพอสู้เขาได้)
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
- Nevercry.boy
- Verified User
- โพสต์: 4626
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 158
ขอบคุณครับ เอาข้อมูลคุณ SYJ มาเรียง พบว่า
ท็อป-5 Reading คือ จีน, เกาหลีใต้, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์
ท็อป-5 Math คือ จีน, สิงค์โปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน
ท็อป-5 Sci คือ จีน, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, ญี่ปุ่น
และเริ่มเห็นแนวโน้มมาเอเชีย
ท็อป-5 Reading คือ จีน, เกาหลีใต้, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์
ท็อป-5 Math คือ จีน, สิงค์โปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน
ท็อป-5 Sci คือ จีน, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, ญี่ปุ่น
และเริ่มเห็นแนวโน้มมาเอเชีย
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
http://nevercry-boy.blogspot.com/
-
- Verified User
- โพสต์: 292
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 159
เรื่องการศึกษาคงคุยกันได้มากมาย ยาวนาน
เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ เพราะทุกคนมีครอบครัว มีลูกที่ต้องส่งเสริมและต้องปฏิบัติตาม
ผมว่าทุกคนก็เห็นปัญหาอยากทำให้ดีขึ้น แต่แก้ไขไปเหมือนยิ่งสางก็ยิ่งยุ่ง
รุ่นพ่อแม่คือพวกเราก็โดนทดสอบเปลี่ยนแปลงมาตลอด มี มศ 5 ป7-มศ5 มาเป็น ม6 ป6-ม6
เอ็นทราน มาเป็นโควตา รับตรง ที่สุดจะซับซ้อน
พยายามลดกวดวิชาเท่าไร ยิ่งมีมากขึ้น
เห็นเปรียบเทียบว่าไทยอยู่อันดับท้ายๆ ของมหาลัยโลก หรือ AEC
แล้วปวดใจ..คิดแก้ไขระบบคงกว้างไกลเกินไป
กับลูกตัวเอง ผมไม่หวังมากพยายามให้ตั้งใจเรียนตามระบบ
รู้จักคิด มีน้ำใจ แบ่งปันกับเพื่อนฝูง กวดวิชาอยากเรียนก็เรียน
เอาแค่พอผ่านไปได้เท่านั้น ..เข้ามหาลัยได้..ได้เกียรตินิยมก็เป็นธรรมะจัดสรร
เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ เพราะทุกคนมีครอบครัว มีลูกที่ต้องส่งเสริมและต้องปฏิบัติตาม
ผมว่าทุกคนก็เห็นปัญหาอยากทำให้ดีขึ้น แต่แก้ไขไปเหมือนยิ่งสางก็ยิ่งยุ่ง
รุ่นพ่อแม่คือพวกเราก็โดนทดสอบเปลี่ยนแปลงมาตลอด มี มศ 5 ป7-มศ5 มาเป็น ม6 ป6-ม6
เอ็นทราน มาเป็นโควตา รับตรง ที่สุดจะซับซ้อน
พยายามลดกวดวิชาเท่าไร ยิ่งมีมากขึ้น

เห็นเปรียบเทียบว่าไทยอยู่อันดับท้ายๆ ของมหาลัยโลก หรือ AEC
แล้วปวดใจ..คิดแก้ไขระบบคงกว้างไกลเกินไป
กับลูกตัวเอง ผมไม่หวังมากพยายามให้ตั้งใจเรียนตามระบบ
รู้จักคิด มีน้ำใจ แบ่งปันกับเพื่อนฝูง กวดวิชาอยากเรียนก็เรียน
เอาแค่พอผ่านไปได้เท่านั้น ..เข้ามหาลัยได้..ได้เกียรตินิยมก็เป็นธรรมะจัดสรร
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 160
วิจารณญาณ....สำคัญกว่าความรู้
เคยดูหนังญี่ปุ่นเรื่องนึงคือชื่อ "Quill" ชื่อไทยว่า "โฮ่งฮับ"
เป็นเรื่องราวของสุนัขลาบราดอร์ที่ทำหน้าที่จูงคนตาบอด
ตอนที่ครูฝึกมาคัดเลือกสุนัข
เค้าบอกให้เจ้าของเรียกลูกสุนัขทั้งหมดไปหา
ทุกตัววิ่งหาเจ้าของอย่างเร็ว
มีตัวนึงที่ "ขอดมโน่น ดมนี่ ก่อน" แล้วจึงวิ่งไปหาเจ้าของ
เจ้าของบ่นว่า "สงสัยแกสอบตกตัวแรกเลย"
แต่เจ้าตัวนั้นเป็นตัวเดียวที่ได้รับเลือกค่ะ
วันหนึ่ง...ครูฝึกจึงชวนเจ้าของมาดู ขณะเจ้า Quill ทำหน้าที่
จูงคนตาบอดที่เป็นชายสูงวัยที่เคยมีความสามารถสูง
จึงค่อนข้างมันใจในตนเองสูงและแน่นอน "ออกจะดื้อ"
ด้วยเพิ่งตาบอด และเพิ่งพบกับเจ้า Quill ไม่นาน
ที่สำคัญเขายังไม่ยอมรับการที่ตนเองกลับต้องมาเป็น "ผู้ตาม"
โดยเฉพาะ "ผู้นำ" ที่เขาต้องตาม คือ "สุนัขลาบราดอร์" ตัวนึง
สิ่งที่เราได้เห็นผ่านสายตาเจ้าของ ของเจ้า Quill คือ
ชายตาบอดจะเดินข้ามถนน ขณะที่สัญญาณคนข้ามเป็นสีแดง
เจ้า Quill นั่งสงบไม่ยอมเดินไป กระตุกสายจูงอย่างไรก็ไม่ไป
แต่ชายตาบอดพยายามจะเดินไปจนเกือบถึงขอบถนน
และรถยนต์คันหนึ่งก็วิ่งผ่านไป พอได้ยินเสียงชายตาบอดถึงกับชะงัก
หลังจากนั้นมาชายตาบอดจึงยอมรับเจ้า Quill
เพราะเขาเชื่อมั่นแล้วว่าเจ้า Quill สามารถนำเขาได้
ครูฝึกบอกกับเจ้าของว่าที่เลือกเจ้า Quill
เพราะมันต้องมาทำภารกิจ "เป็นผู้นำ" คนตาบอด
ซึ่งภารกิจนี้ต้องการสุนัขที่มี "วิจารณญาณ" มากพอ
ไม่ต้องการสุนัขที่พร้อมจะทำตามเจ้าของทุกอย่าง
ไม่เช่นนั้นจะพากันไป "เข้ารกเข้าพง" (อันนี้เราเติมให้เอง 555)
โยงกลับมาสู่เรื่องการเลี้ยงลูกนะคะ
เรามีความเห็นว่าว่า "วิจารณญาณ" เป็นสิ่งสำคัญ
ที่ควรสร้างให้เกิดในตัวลูกของพวกเราเช่นกัน
เพราะถ้ามีแต่ "ความรู้" อย่างเดียว น่าจะแค่ "พอไปได้"
แต่ถ้าจะให้ "ไปได้ดี" วิจารณญาณที่ดี เป็นสิ่งสำคัญมาก
เรามีเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กให้มีวิจารณญาณที่ดี
มา share ด้วย แต่จะทยอยๆ มานะคะ
เคยดูหนังญี่ปุ่นเรื่องนึงคือชื่อ "Quill" ชื่อไทยว่า "โฮ่งฮับ"
เป็นเรื่องราวของสุนัขลาบราดอร์ที่ทำหน้าที่จูงคนตาบอด
ตอนที่ครูฝึกมาคัดเลือกสุนัข
เค้าบอกให้เจ้าของเรียกลูกสุนัขทั้งหมดไปหา
ทุกตัววิ่งหาเจ้าของอย่างเร็ว
มีตัวนึงที่ "ขอดมโน่น ดมนี่ ก่อน" แล้วจึงวิ่งไปหาเจ้าของ
เจ้าของบ่นว่า "สงสัยแกสอบตกตัวแรกเลย"
แต่เจ้าตัวนั้นเป็นตัวเดียวที่ได้รับเลือกค่ะ
วันหนึ่ง...ครูฝึกจึงชวนเจ้าของมาดู ขณะเจ้า Quill ทำหน้าที่
จูงคนตาบอดที่เป็นชายสูงวัยที่เคยมีความสามารถสูง
จึงค่อนข้างมันใจในตนเองสูงและแน่นอน "ออกจะดื้อ"
ด้วยเพิ่งตาบอด และเพิ่งพบกับเจ้า Quill ไม่นาน
ที่สำคัญเขายังไม่ยอมรับการที่ตนเองกลับต้องมาเป็น "ผู้ตาม"
โดยเฉพาะ "ผู้นำ" ที่เขาต้องตาม คือ "สุนัขลาบราดอร์" ตัวนึง
สิ่งที่เราได้เห็นผ่านสายตาเจ้าของ ของเจ้า Quill คือ
ชายตาบอดจะเดินข้ามถนน ขณะที่สัญญาณคนข้ามเป็นสีแดง
เจ้า Quill นั่งสงบไม่ยอมเดินไป กระตุกสายจูงอย่างไรก็ไม่ไป
แต่ชายตาบอดพยายามจะเดินไปจนเกือบถึงขอบถนน
และรถยนต์คันหนึ่งก็วิ่งผ่านไป พอได้ยินเสียงชายตาบอดถึงกับชะงัก
หลังจากนั้นมาชายตาบอดจึงยอมรับเจ้า Quill
เพราะเขาเชื่อมั่นแล้วว่าเจ้า Quill สามารถนำเขาได้
ครูฝึกบอกกับเจ้าของว่าที่เลือกเจ้า Quill
เพราะมันต้องมาทำภารกิจ "เป็นผู้นำ" คนตาบอด
ซึ่งภารกิจนี้ต้องการสุนัขที่มี "วิจารณญาณ" มากพอ
ไม่ต้องการสุนัขที่พร้อมจะทำตามเจ้าของทุกอย่าง
ไม่เช่นนั้นจะพากันไป "เข้ารกเข้าพง" (อันนี้เราเติมให้เอง 555)
โยงกลับมาสู่เรื่องการเลี้ยงลูกนะคะ
เรามีความเห็นว่าว่า "วิจารณญาณ" เป็นสิ่งสำคัญ
ที่ควรสร้างให้เกิดในตัวลูกของพวกเราเช่นกัน
เพราะถ้ามีแต่ "ความรู้" อย่างเดียว น่าจะแค่ "พอไปได้"
แต่ถ้าจะให้ "ไปได้ดี" วิจารณญาณที่ดี เป็นสิ่งสำคัญมาก
เรามีเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กให้มีวิจารณญาณที่ดี
มา share ด้วย แต่จะทยอยๆ มานะคะ

-
- Verified User
- โพสต์: 86
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 161
รอติดตามค่ะ คุณนุชเรามีเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กให้มีวิจารณญาณที่ดี
มา share ด้วย แต่จะทยอยๆ มานะคะ![]()
โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงวัยวุ่น เอ๊ย วัยรุ่นด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 162
ขอบคุณที่แวะทักทายกันเสมอค่ะ อาจรอนานหน่อยนะคะหวานกับแวว เขียน:รอติดตามค่ะ คุณนุชเรามีเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กให้มีวิจารณญาณที่ดี
มา share ด้วย แต่จะทยอยๆ มานะคะ![]()
โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงวัยวุ่น เอ๊ย วัยรุ่นด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
พอดีสัปดาห์นี้งานยุ่งนิดนึงค่ะ แต่ไม่นานก็คงกลับมาเหมือนเดิมค่ะ

-
- Verified User
- โพสต์: 4241
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 163
จีน ปีนั้นเขาจัดสอบแค่ นครเซี่ยงไฮ้ ที่เดียว จึงไม่นับเป็นตัวแทนประเทศครับNevercry.boy เขียน:ขอบคุณครับ เอาข้อมูลคุณ SYJ มาเรียง พบว่า
ท็อป-5 Reading คือ จีน, เกาหลีใต้, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์
ท็อป-5 Math คือ จีน, สิงค์โปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน
ท็อป-5 Sci คือ จีน, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, ญี่ปุ่น
และเริ่มเห็นแนวโน้มมาเอเชีย
(แต่บอกเลยว่า มหาลัยชื่อดังของเซี่ยงไฮ้นี่ดังมากนะครับ ... ต้องขอโทษจำชื่อไม่ได้)
// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
-
- Verified User
- โพสต์: 4241
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 164
อีกนิด HK กับสิงคโปร์ ถือว่าเป็น นครเมือง หรือรัฐนครอะไรนี่แหละครับsyj เขียน:จีน ปีนั้นเขาจัดสอบแค่ นครเซี่ยงไฮ้ ที่เดียว จึงไม่นับเป็นตัวแทนประเทศครับNevercry.boy เขียน:ขอบคุณครับ เอาข้อมูลคุณ SYJ มาเรียง พบว่า
ท็อป-5 Reading คือ จีน, เกาหลีใต้, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์
ท็อป-5 Math คือ จีน, สิงค์โปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน
ท็อป-5 Sci คือ จีน, ฟินแลนด์, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, ญี่ปุ่น
และเริ่มเห็นแนวโน้มมาเอเชีย
(แต่บอกเลยว่า มหาลัยชื่อดังของเซี่ยงไฮ้นี่ดังมากนะครับ ... ต้องขอโทษจำชื่อไม่ได้)
(ซึ่งได้เปรียบประเทศอื่นๆ ที่มีชนบทด้วย เขาจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ นครเซี่ยงไฮ้)
// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 165
เวลาเป็นสิ่งมีค่า การบริหารเวลา
จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ของชีวิต
ที่ได้บอกว่าช่วงนี้ยุ่งๆ พอตั้งใจจัดสรรเรื่องเวลาดีๆ
ก็สามารถมีเวลามาเขียนต่อได้นี่นา...
หนังสือเรื่อง "กินกบตัวนั้นซะ" ช่วยได้ดี
เราอ่านและใช้มาเป็นแนวทางในการจัดลำดับ
ความสำคัญของงานต่างๆ และส่งผลให้
ที่ผ่านมาบริหารเวลาได้ค่อนข้างดีทีเดียว
ใครยังไม่เคยอ่านน่าลองหามาอ่านค่ะ
....................................
ขอขยายความประโยคนี้ที่ได้เคยทิ้งท้ายไว้
ส่วนใหญ่เด็กจะเป็นคนขอเรียนเองเลยค่ะ
โดยเฉพาะ ม.ปลาย เพราะมีเทคนิคดีๆ ที่ช่วยพิชิตโจทย์ได้จริง
ส่งผลต่อความสำเร็จในการสอบเรียนต่อในคณะที่ดี
และสามารถเข้าสู่อาชีพที่ดีได้จริง...เราก็เห็นด้วยว่าควรเรียน
...................................
ที่หมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านใหญ่มีโรงเรียนสอนพิเศษหลายแห่ง
ทั้งดนตรี ศิลปะ กีฬา และวิชาการ เด็กๆ ขี่จักรยานไปเรียนเองได้
ตอนอยู่ประถม บางวันเพื่อนลูกมาเล่นที่บ้าน
สักพักพี่เลี้ยงมาตามบอกว่าน้องไม่ไปเรียนพิเศษ
คุณครูโทรตาม เป็นอย่างนี้อยู่หลายคน คนละหลายครั้ง
หลังๆ ต้องถามเวลาที่แต่ละคนเรียนไว้เพื่อช่วยเตือน
บางคนก็สนุก และชอบเรียนค่ะ แต่บางคนก็บ่นมาก
ในคนที่บ่นมาก...พบว่าตอนเย็นวันธรรมดา
มีเรียนพิเศษทุกเย็น วันหยุดเมื่อก่อนเรียนเฉพาะวันเสาร์
พอโตขึ้น ป. 5 ต้องเรียนวันอาทิตย์เพิ่ม "หนูจะบ้าตาย" นี่คือคำบ่น
บอกคุณแม่หรือเปล่า ว่าหนูอยากเรียนน้อยลง
"บอกแล้ว" "ไม่เห็นลดลง มีแต่เพิ่ม
กรณีแบบนี้ ต้องช่วยบอกไปว่า....
ผู้ใหญ่มีวิสัยทัศน์...คุณแม่ของหนูรู้จักลูกตัวเองดีที่สุดแล้ว
คงเลือกแล้วว่าต้องพัฒนาลูกไปแนวไหน...จึงช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้
มีเพื่อนอีกมาก ที่อยากเรียนพิเศษแต่พ่อแม่ไม่มีความพร้อม
ตัวเราโชคดีแล้ว ควรตั้งใจเรียนให้คุ้มกับเงินที่พ่อแม่เสียเพิ่มไป
เจ้าตัวน้อยพยักหน้ารับ...แต่แอบคิ้วขมวด
....................................
คิดอย่างที่บอกกับเด็กๆ ไปนั่นแหละค่ะว่า
พ่อแม่มีวิสัยทัศน์ และมองออกว่า
ควรเลือกพัฒนาลูกไปแนวไหน...จึงช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้
แต่แค่อยากฝากกรณีเด็กเล็กที่เรียนมากเกิน และเด็กที่ไม่เต็มใจ
ว่าน่าจะต้องทบทวนเรื่องสมดุลระหว่าง "เวลาเรียน" "เวลาพักผ่อน"
และอย่าลืมเผื่อ "เวลาเล่นเพื่อเสริมจินตนาการ" ให้เด็กบ้าง
เพราะโดยส่วนตัวเห็นด้วยกับประโยคของไอน์สไตน์
ที่ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" ค่ะ
จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ของชีวิต
ที่ได้บอกว่าช่วงนี้ยุ่งๆ พอตั้งใจจัดสรรเรื่องเวลาดีๆ
ก็สามารถมีเวลามาเขียนต่อได้นี่นา...

หนังสือเรื่อง "กินกบตัวนั้นซะ" ช่วยได้ดี
เราอ่านและใช้มาเป็นแนวทางในการจัดลำดับ
ความสำคัญของงานต่างๆ และส่งผลให้
ที่ผ่านมาบริหารเวลาได้ค่อนข้างดีทีเดียว
ใครยังไม่เคยอ่านน่าลองหามาอ่านค่ะ
....................................
ขอขยายความประโยคนี้ที่ได้เคยทิ้งท้ายไว้
กับเด็กโตการเรียนพิเศษ มีประโยชน์มากจริงๆดึงลูกกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่...
หรือจะผลักลูกไปสู่อ้อมกอดของโรงเรียนกวดวิชาดีหนอ ?
ส่วนใหญ่เด็กจะเป็นคนขอเรียนเองเลยค่ะ
โดยเฉพาะ ม.ปลาย เพราะมีเทคนิคดีๆ ที่ช่วยพิชิตโจทย์ได้จริง
ส่งผลต่อความสำเร็จในการสอบเรียนต่อในคณะที่ดี
และสามารถเข้าสู่อาชีพที่ดีได้จริง...เราก็เห็นด้วยว่าควรเรียน
...................................
ที่หมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านใหญ่มีโรงเรียนสอนพิเศษหลายแห่ง
ทั้งดนตรี ศิลปะ กีฬา และวิชาการ เด็กๆ ขี่จักรยานไปเรียนเองได้
ตอนอยู่ประถม บางวันเพื่อนลูกมาเล่นที่บ้าน
สักพักพี่เลี้ยงมาตามบอกว่าน้องไม่ไปเรียนพิเศษ
คุณครูโทรตาม เป็นอย่างนี้อยู่หลายคน คนละหลายครั้ง
หลังๆ ต้องถามเวลาที่แต่ละคนเรียนไว้เพื่อช่วยเตือน
บางคนก็สนุก และชอบเรียนค่ะ แต่บางคนก็บ่นมาก
ในคนที่บ่นมาก...พบว่าตอนเย็นวันธรรมดา
มีเรียนพิเศษทุกเย็น วันหยุดเมื่อก่อนเรียนเฉพาะวันเสาร์
พอโตขึ้น ป. 5 ต้องเรียนวันอาทิตย์เพิ่ม "หนูจะบ้าตาย" นี่คือคำบ่น
บอกคุณแม่หรือเปล่า ว่าหนูอยากเรียนน้อยลง
"บอกแล้ว" "ไม่เห็นลดลง มีแต่เพิ่ม
กรณีแบบนี้ ต้องช่วยบอกไปว่า....
ผู้ใหญ่มีวิสัยทัศน์...คุณแม่ของหนูรู้จักลูกตัวเองดีที่สุดแล้ว
คงเลือกแล้วว่าต้องพัฒนาลูกไปแนวไหน...จึงช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้
มีเพื่อนอีกมาก ที่อยากเรียนพิเศษแต่พ่อแม่ไม่มีความพร้อม
ตัวเราโชคดีแล้ว ควรตั้งใจเรียนให้คุ้มกับเงินที่พ่อแม่เสียเพิ่มไป
เจ้าตัวน้อยพยักหน้ารับ...แต่แอบคิ้วขมวด
....................................
คิดอย่างที่บอกกับเด็กๆ ไปนั่นแหละค่ะว่า
พ่อแม่มีวิสัยทัศน์ และมองออกว่า
ควรเลือกพัฒนาลูกไปแนวไหน...จึงช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้
แต่แค่อยากฝากกรณีเด็กเล็กที่เรียนมากเกิน และเด็กที่ไม่เต็มใจ
ว่าน่าจะต้องทบทวนเรื่องสมดุลระหว่าง "เวลาเรียน" "เวลาพักผ่อน"
และอย่าลืมเผื่อ "เวลาเล่นเพื่อเสริมจินตนาการ" ให้เด็กบ้าง
เพราะโดยส่วนตัวเห็นด้วยกับประโยคของไอน์สไตน์
ที่ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" ค่ะ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 166
การทำความดีบางครั้งต้องมีผู้ให้โอกาส
....................................
มีน้องคนนึงสมาชิก thaivi ของเรา...ทำงานอยู่ที่ออสเตรเลีย
ได้ pm มาคุยด้วยตั้งแต่ตอนกระทู้เดิม
รายงานตัวว่ามาจากฐานที่ยากจน ทุกวันนี้แค่ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่รวย
พยายามทำงานเก็บเงินเพื่อลงทุนอยู่ นานๆ ครั้ง
น้องก็จะมาทักทายและเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังบ้าง
ล่าสุดน้องได้เล่าถึงเรื่องการอยากความดี แต่เขาไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากนัก
และอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอีกด้วย แต่ก็ทำได้ดีมากโดยการไป "บริจาคพลาสมา" ค่ะ
ของประเทศเราก็มีนะคะ ที่สภากาชาดไทย ตาม link นี้ค่ะ
http://www.blooddonationthai.com/conten ... 1%E0%B8%B2
ไม่น่าเชื่อขณะกำลังเขียนถึงน้องคนนี้อยู่ น้องก็ทักทายมาทาง pm พอดีเลยค่ะ
เลยบอกให้รออ่าน และชวนมาทักทายกันในกระทู้ด้วยไม่รู้ว่าจะมีเวลาหรือเปล่า
.................................................
เล่าถึงการบริจาคพลาสมาแล้วนึกถึงตัวเองตอนบริจาคโลหิตครั้งแรก
เดินผ่านรถรับบริจาคของสภากาชาดที่มารับบริจาคที่ ม.รามคำแหง
รู้ตัวว่าตกเกณฑ์เรื่องน้ำหนักค่ะ ไม่ถึง 45 กก
แต่มีใจอยากบริจาคมากๆ ก็เลยเดินขึ้นไปขอโอกาสทำความดีค่ะ
(ตอนชั่งน้ำหนัก...สะพายกระเป๋าหนังสืออย่างหนัก....ได้แค่ 43 กก. กว่าเอง)
ในรถมีคุณหมออยู่ด้วย ...ก็รายงานตัวว่า ไม่เคยเป็นลม ไม่เคยหน้ามืดวิงเวียน
และไม่มีโอกาสหนักถึง 45 กก. แน่ แต่อยากจะบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์กับเขาบ้าง
(ทำหน้าจริงจังสุดๆ ) คุณหมอคงรำคาญ เอ๊ย...คงเห็นความตั้งใจจริง
ท่านก็บอกว่า งั้นเจาะปลายนิ้วดูก่อนถ้า “เลือดลอย” ก็อด ถ้า “เลือดจม” ก็จะให้บริจาคได้
อ่านเกี่ยวกับ “เลือดลอยสาเหตุที่บริจาคเลือดไม่ได้” ได้ตาม link นี้ค่ะ
http://www.med.cmu.ac.th/hospital/blbank/blowblood.htm
ปรากฏว่า “เลือดจม” ค่ะ เลยได้รับโอกาสในการทำความดีด้วยการบริจาคโลหิตตั้งแต่นั้นมา
ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอท่านนั้นด้วยการให้โอกาสทำความดีของคุณหมอนั้น
ส่งผลดีแก่ทั้งตัวเราผู้บริจาคและตัวผู้ป่วยที่มีโอกาสรับโลหิตไปต่อชีวิต
หลังจากได้รับโอกาสในครั้งแรกแล้ว ก็บริจาคโลหิตไปทั้งหมด 21 ครั้งแล้วค่ะ
เสียดายที่ตั้งแต่มีลูกประกอบกับอายุที่มากขึ้น
หลังๆ มาเลือดลอยบ่อยขึ้น และมีหน้ามืดวิงเวียนบ้าง
เลยพิจารณาตนเองเลิกบริจาคโลหิตตั้งแต่นั้นมาค่ะ
แต่ก็ได้พาคุณพ่อของลูกไปบริจาคแทนค่ะ ซึ่งเจ้าตัวรายงานว่า
เคยบริจาคตอนเรียน รด. 1 ครั้ง แล้วเป็นลม เลยไม่ได้บริจาคอีกเลย
เลยเกลี้ยกล่อมจนตกลงและพาไปบริจาค...เค้าก็เลยบริจาคมาตลอดจนถึงบัดนี้ค่ะ
ซึ่งลูกชายก็บอกไว้ว่า...ถ้าลูกอายุถึงลูกก็จะบริจาคเช่นกันค่ะ
......................................
กลับมาถึงเรื่องของการทำดีที่ต้องได้รับโอกาส
ขอกราบขอบพระคุณ "ท่านอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา" ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
ที่นอกจากจะเป็นแบบอย่างให้ถือปฏบัติในเรื่องการทำความดีแล้ว
ยังให้โอกาสในการพัฒนาตนเองและให้โอกาสได้ทำความดีเป็นวงกว้างอีกด้วย
อีกท่านที่ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย คือ “คุณโจ_ลูกอิสาน” ท่านนายกสมาคมของพวกเรา
ที่นอกจากเป็น Idol คนสำคัญที่สุดในการลงทุนแล้ว ยังได้ให้โอกาสในการทำความดีเป็นวงกว้างเช่นเดียวกันค่ะ
..........................................
ตั้งใจจะตอบแทนด้วยการทำความดีเท่าที่จะมีโอกาส
ตามที่ท่านอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ และ คุณ “โจ_ลูกอิสาน”
รวมทั้งครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่กล่าวถึงได้ไม่หมด ณ ที่นี้
ได้อุทิศตนเองทำความดีเป็นแบบอย่างไว้ค่ะ
....................................
มีน้องคนนึงสมาชิก thaivi ของเรา...ทำงานอยู่ที่ออสเตรเลีย
ได้ pm มาคุยด้วยตั้งแต่ตอนกระทู้เดิม
รายงานตัวว่ามาจากฐานที่ยากจน ทุกวันนี้แค่ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่รวย
พยายามทำงานเก็บเงินเพื่อลงทุนอยู่ นานๆ ครั้ง
น้องก็จะมาทักทายและเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังบ้าง
ล่าสุดน้องได้เล่าถึงเรื่องการอยากความดี แต่เขาไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากนัก
และอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอีกด้วย แต่ก็ทำได้ดีมากโดยการไป "บริจาคพลาสมา" ค่ะ
ของประเทศเราก็มีนะคะ ที่สภากาชาดไทย ตาม link นี้ค่ะ
http://www.blooddonationthai.com/conten ... 1%E0%B8%B2
ไม่น่าเชื่อขณะกำลังเขียนถึงน้องคนนี้อยู่ น้องก็ทักทายมาทาง pm พอดีเลยค่ะ
เลยบอกให้รออ่าน และชวนมาทักทายกันในกระทู้ด้วยไม่รู้ว่าจะมีเวลาหรือเปล่า
.................................................
เล่าถึงการบริจาคพลาสมาแล้วนึกถึงตัวเองตอนบริจาคโลหิตครั้งแรก
เดินผ่านรถรับบริจาคของสภากาชาดที่มารับบริจาคที่ ม.รามคำแหง
รู้ตัวว่าตกเกณฑ์เรื่องน้ำหนักค่ะ ไม่ถึง 45 กก
แต่มีใจอยากบริจาคมากๆ ก็เลยเดินขึ้นไปขอโอกาสทำความดีค่ะ
(ตอนชั่งน้ำหนัก...สะพายกระเป๋าหนังสืออย่างหนัก....ได้แค่ 43 กก. กว่าเอง)
ในรถมีคุณหมออยู่ด้วย ...ก็รายงานตัวว่า ไม่เคยเป็นลม ไม่เคยหน้ามืดวิงเวียน
และไม่มีโอกาสหนักถึง 45 กก. แน่ แต่อยากจะบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์กับเขาบ้าง
(ทำหน้าจริงจังสุดๆ ) คุณหมอคงรำคาญ เอ๊ย...คงเห็นความตั้งใจจริง
ท่านก็บอกว่า งั้นเจาะปลายนิ้วดูก่อนถ้า “เลือดลอย” ก็อด ถ้า “เลือดจม” ก็จะให้บริจาคได้
อ่านเกี่ยวกับ “เลือดลอยสาเหตุที่บริจาคเลือดไม่ได้” ได้ตาม link นี้ค่ะ
http://www.med.cmu.ac.th/hospital/blbank/blowblood.htm
ปรากฏว่า “เลือดจม” ค่ะ เลยได้รับโอกาสในการทำความดีด้วยการบริจาคโลหิตตั้งแต่นั้นมา
ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอท่านนั้นด้วยการให้โอกาสทำความดีของคุณหมอนั้น
ส่งผลดีแก่ทั้งตัวเราผู้บริจาคและตัวผู้ป่วยที่มีโอกาสรับโลหิตไปต่อชีวิต
หลังจากได้รับโอกาสในครั้งแรกแล้ว ก็บริจาคโลหิตไปทั้งหมด 21 ครั้งแล้วค่ะ
เสียดายที่ตั้งแต่มีลูกประกอบกับอายุที่มากขึ้น
หลังๆ มาเลือดลอยบ่อยขึ้น และมีหน้ามืดวิงเวียนบ้าง
เลยพิจารณาตนเองเลิกบริจาคโลหิตตั้งแต่นั้นมาค่ะ
แต่ก็ได้พาคุณพ่อของลูกไปบริจาคแทนค่ะ ซึ่งเจ้าตัวรายงานว่า
เคยบริจาคตอนเรียน รด. 1 ครั้ง แล้วเป็นลม เลยไม่ได้บริจาคอีกเลย
เลยเกลี้ยกล่อมจนตกลงและพาไปบริจาค...เค้าก็เลยบริจาคมาตลอดจนถึงบัดนี้ค่ะ
ซึ่งลูกชายก็บอกไว้ว่า...ถ้าลูกอายุถึงลูกก็จะบริจาคเช่นกันค่ะ
......................................
กลับมาถึงเรื่องของการทำดีที่ต้องได้รับโอกาส
ขอกราบขอบพระคุณ "ท่านอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา" ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
ที่นอกจากจะเป็นแบบอย่างให้ถือปฏบัติในเรื่องการทำความดีแล้ว
ยังให้โอกาสในการพัฒนาตนเองและให้โอกาสได้ทำความดีเป็นวงกว้างอีกด้วย
อีกท่านที่ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย คือ “คุณโจ_ลูกอิสาน” ท่านนายกสมาคมของพวกเรา
ที่นอกจากเป็น Idol คนสำคัญที่สุดในการลงทุนแล้ว ยังได้ให้โอกาสในการทำความดีเป็นวงกว้างเช่นเดียวกันค่ะ
..........................................
ตั้งใจจะตอบแทนด้วยการทำความดีเท่าที่จะมีโอกาส
ตามที่ท่านอาจารย์ ดร.ไพบูลย์ และ คุณ “โจ_ลูกอิสาน”
รวมทั้งครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่กล่าวถึงได้ไม่หมด ณ ที่นี้
ได้อุทิศตนเองทำความดีเป็นแบบอย่างไว้ค่ะ

-
- Verified User
- โพสต์: 86
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 167
อนุโมทนากับคุณนุชและครอบครัวในการบริจาคเลือดด้วยค่ะ
ในช่วงเวลาวิกฤต เลือดเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากจริงๆค่ะ ถ้าให้ได้ทันท่วงที ทั้งชนิดและปริมาณ สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายให้กลายเป็นดีขึ้น มีผลทำให้คนไข้รอดตายได้เลย
แถมเลือดที่เราบริจาคไป 1 ถุง เค้ายังสามารถนำไปแยกแยะส่วนประกอบต่างๆให้นำไปใช้ประโยชน์กับคนไข้ได้มากกว่า 1 คน เป็นการสร้างกุศลที่ได้ประโยชน์หลายอย่างจริงๆ
ตอนเป็นนศ.ก็เคยบริจาคทุก 3 เดือนเหมือนกันค่ะ ตอนหลังพอเรียนต่อ ทำงานหนัก อดนอน อายุมากขึ้นก็ยังไม่ได้ไปบริจาคอีกเลย แต่ก็คอยเล่าเรื่องประโยชน์ของเลือดต่อคนไข้ให้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆฟัง ลูกคนโตเค้าก็เริ่มบริจาคได้แล้วค่ะ ท่าทางเค้าดีใจมากที่รู้ว่าเลือดจากร่างกายเค้าสามารถช่วยคนได้หลายอย่าง เป็นการทำบุญอย่างง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องแสวงหาอะไรเพิ่มเลย แค่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีเท่านั้นเอง
ในช่วงเวลาวิกฤต เลือดเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากจริงๆค่ะ ถ้าให้ได้ทันท่วงที ทั้งชนิดและปริมาณ สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายให้กลายเป็นดีขึ้น มีผลทำให้คนไข้รอดตายได้เลย
แถมเลือดที่เราบริจาคไป 1 ถุง เค้ายังสามารถนำไปแยกแยะส่วนประกอบต่างๆให้นำไปใช้ประโยชน์กับคนไข้ได้มากกว่า 1 คน เป็นการสร้างกุศลที่ได้ประโยชน์หลายอย่างจริงๆ
ตอนเป็นนศ.ก็เคยบริจาคทุก 3 เดือนเหมือนกันค่ะ ตอนหลังพอเรียนต่อ ทำงานหนัก อดนอน อายุมากขึ้นก็ยังไม่ได้ไปบริจาคอีกเลย แต่ก็คอยเล่าเรื่องประโยชน์ของเลือดต่อคนไข้ให้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆฟัง ลูกคนโตเค้าก็เริ่มบริจาคได้แล้วค่ะ ท่าทางเค้าดีใจมากที่รู้ว่าเลือดจากร่างกายเค้าสามารถช่วยคนได้หลายอย่าง เป็นการทำบุญอย่างง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องแสวงหาอะไรเพิ่มเลย แค่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีเท่านั้นเอง

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
-
- Verified User
- โพสต์: 86
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 168
เรื่องเรียนพิเศษกับลูกๆ...เห็นด้วยค่ะ ว่าขึ้นกับวิสัยทัศน์ของผู้ใหญ่ ว่าจะส่งเสริมให้ลุกใช้เวลาว่างไปทางไหน ด้วยวัตถุประสงค์อะไร ที่สำคัญ มันส่งผลต่อทัศนคติในการใช้เวลาว่างของลูกด้วยสิแต่แค่อยากฝากกรณีเด็กเล็กที่เรียนมากเกิน และเด็กที่ไม่เต็มใจ
ว่าน่าจะต้องทบทวนเรื่องสมดุลระหว่าง "เวลาเรียน" "เวลาพักผ่อน"
และอย่าลืมเผื่อ "เวลาเล่นเพื่อเสริมจินตนาการ" ให้เด็กบ้าง
สำหรับที่บ้าน ตอนเค้าเล็กๆ การไปเรียนพิเศษคือการให้โอกาสได้ไปพบเพื่อนใหม่ๆ ครูใหม่ๆ กิจกรรมสนุกๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ก็เลยให้ไปเรียนดนตรี วาดเขียน ภาษาอังกฤษแบบสนุกสนาน (อาจารย์สอนผ่านหนังการ์ตูน ร้องเพลง วาดรูประบายสี เล่นเกมส์ หรือเล่านิทาน) ไม่ได้เรียนทุกอย่างในช่วงเวลาเดียวนะคะ เปลี่ยนไปตามเวลา อายุ และความสนใจของเค้าด้วย
เหตุผลนึงที่ต้องไปหาที่เรียนพิเศษให้ลูกเล็ก เพราะวันหยุดตามหัวเมืองต่างจังหวัด จะไม่ค่อยมีสถานที่ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ อย่างสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ห้องสมุดดีๆอย่าง TK Park เหมือนในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆ สถานที่อย่างนี้ต้องโน่น.. ปิดเทอมใหญ่ ค่อยได้พาไปสัมผัสค่ะ
พอลูกเริ่มโตหน่อย สังคมที่รร.เอย ระบบการสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อเอย จะผลักดันให้เค้าต้องหาที่เรียนพิเศษตามรร.กวดวิชาเพิ่มเติมเอง แต่เราต้องคอยดูแล จัดระบบ ช่วยเลือกสถานที่ เวลา ไม่ให้ลูกเบียดเบียนตัวเองมากเกินไป จนไม่มีเวลาทบทวนหรือพักผ่อน เจอบ่อยเหมือนกันนะคะที่เด็กบางคนขอไปเรียนตามเพื่อน หรือเรียนให้มากๆที่เข้าไว้ ประเภทที่ไหนเค้าว่าดี หนูก็ต้องได้ไปเรียนด้วย ทั้งที่อาจซ้ำซ้อน สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แทนที่จะเป็นผลดี กลายเป็นผลเสียไปเลย
ข้อดีที่เห็นคือ เค้าได้ใช้ทักษะที่เค้าได้ฝึกจากการเรียนพิเศษตอนเด็กๆ มาช่วยในเวลาที่เค้าต้องการ relax อย่างคนโตเค้าก็ยังชอบศิลปะ ขีดๆ เขียนๆ ทั้งที่เรียนสายวิทย์ ตอนไปเป็นนร.แลกเปลี่ยน เธอก็ไปสมัครเรียนรร.ศิลปะ โชว์ผลงานให้อาจารย์เอามาจัดแสดงได้ ตอนนี้เวลาเครียดๆจากอ่านหนังสือเตรียมสอบ เธอก็จะลงมาเล่นดนตรี ถ้าเสียงเปียนโนดังลั่นบ้าน ก็เดาได้เลยว่าอาจเครียดมาก



อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 169
ขอบคุณค่ะ และเช่นกันนะคะ ครอบครัวของคุณหวานกับแววก็ยอดเยี่ยมเลย="หวานกับแวว"]อนุโมทนากับคุณนุชและครอบครัวในการบริจาคเลือดด้วยค่ะ
ในช่วงเวลาวิกฤต เลือดเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากจริงๆค่ะ ถ้าให้ได้ทันท่วงที ทั้งชนิดและปริมาณ สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายให้กลายเป็นดีขึ้น มีผลทำให้คนไข้รอดตายได้เลย
แถมเลือดที่เราบริจาคไป 1 ถุง เค้ายังสามารถนำไปแยกแยะส่วนประกอบต่างๆให้นำไปใช้ประโยชน์กับคนไข้ได้มากกว่า 1 คน เป็นการสร้างกุศลที่ได้ประโยชน์หลายอย่างจริงๆ
ตอนเป็นนศ.ก็เคยบริจาคทุก 3 เดือนเหมือนกันค่ะ ตอนหลังพอเรียนต่อ ทำงานหนัก อดนอน อายุมากขึ้นก็ยังไม่ได้ไปบริจาคอีกเลย แต่ก็คอยเล่าเรื่องประโยชน์ของเลือดต่อคนไข้ให้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆฟัง ลูกคนโตเค้าก็เริ่มบริจาคได้แล้วค่ะ ท่าทางเค้าดีใจมากที่รู้ว่าเลือดจากร่างกายเค้าสามารถช่วยคนได้หลายอย่าง เป็นการทำบุญอย่างง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องแสวงหาอะไรเพิ่มเลย แค่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีเท่านั้นเอง
สังเกตจากที่ลูกคนโตไปบริจาคเลือดแล้วแสดงว่าได้รับการปลูกฝังเรื่องค่านิยมและคุณธรรมที่ดี
เดาว่าคุณหวานกับแววเป็นคุณหมอใช่มั้ยคะ ที่เคยบอกว่าตามมาจากกระทู้พี่หมอมุข
กำลังคิดว่าคนที่ยังไม่เคยบริจาคโลหิตอาจยังไม่ค่อยสะดวกเรื่องการเดินทาง
และไม่ทราบว่าบ่อยครั้งโลหิตขาดแคลนค่ะ ที่จริงโรงพยาบาลระดับจังหวัดทุกจังหวัด
ก็เป็นศูนย์รับบริจาคของสภากาชาดอยู่แล้ว ของตัวเองไม่สะดวกเข้าเมืองหลวงยังไปบริจาคที่ รพ.ปทุมธานี
และ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต ตอนนี้แฟนยิ่งสะดวกใหญ่เลยมารับบริจาคที่ Future Park Rangsit เลย
แต่คนที่บริจาคก็จะเป็นคนที่ทำอยู่ประจำ รายใหม่ๆ นี่หลายคนก็ตัดสินใจยากค่ะ
ถ้าเป็นสาวๆ บางคนยังกลัวว่าบริจาคแล้วจะอ้วนก็มีค่ะ ก็บอกไปว่าไม่อ้วนหรอกดูเราสิ
บริจาคจนมีรอยเข็มพรุนไปหมดยังผอมแห้งอยู่ บางคนก็ยอมตามไปนะคะ
เราก็ดีใจเพื่อนยอมมาบริจาคด้วย พอไปเห็นเข็มเป็นลมอีก เลยบริจาคไม่ได้ค่ะก็มีค่ะ
มีอยู่วันนึงฟังวิทยุขณะขับรถไปทำงานมีคนขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ป O ค่ะ
บอกว่าคุณพ่อจะมาผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจขอรับบริจาคภายในวันที่....
และให้เบอร์โทรไว้ เลยโทรไปถามปรากฏว่ามีจริงค่ะที่ รพ.ราชวิถี
แต่ตัวเองกรุ๊ป A ค่ะ จึงไม่สามารถ เลยพยายามมาหาเพื่อนๆ ที่ทำงาน
พบว่ามีคนบริจาคได้อยู่หลายคน จึงขออนุญาต ผอ. ว่าขอขับรถพาเพื่อนๆไปบริจาคเลือด
ที่ราชวิถีตอนเที่ยงอาจเลยๆ เวลานิดหน่อย ผอ.ท่านก็ตกลงนะคะ
แต่สุดท้ายเพื่อนๆ เองไม่ไปค่ะ บอกว่าประกาศทางวิทยุขนาดนั้น
ป่านนี้คนไปบริจาคเพียบแล้วมั้งคนที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นก็คงมีฟังวิทยุคลื่นนั้นบ้าง
ก่อนกำหนดผ่า 1 วันโทรไปถาม ลูกสาวผู้ป่วยบอกว่าต้องเลื่อนกำหนดผ่าตัดไปเพราะไม่มีเลือดค่ะ
เหมือนๆ จะหลังสงกรานต์หรือวันหยุดยาวเนี่ยแหละค่ะ เลือดจึงขาดแคลน
นึกถึงว่าถ้าเป็นญาติเราล่ะ ถ้าไม่ใช่ case ที่พอรอได้แบบที่เล่ามา
ถ้าเป็นกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน ถ้าไม่มีเลือดพอก็รักษาชีวิตไว้ไม่ได้
หรือไม่ต้องญาติเราหรอกเพื่อนมนุษย์นี่แหละค่ะ ทุกชีวิตมีความสำคัญเท่ากัน
ก็พยายามจะช่วยรณรงค์เท่าที่จะมีโอกาสเหมือนกันค่ะ แต่ก็เคยทำให้รายใหม่
ไปบริจาคได้บ้างค่ะก็น่าดีใจอยู่ไม่น้อยค่ะ เพราะพอบริจาคไปครั้งนึงแล้วส่วนใหญ่ก็บริจาคต่อเนื่องค่ะ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 171
กิจกรรมสนุกในครอบครัว
ที่จริงการเลี้ยงลูกนี่สนุกดีนะคะ
แต่ละช่วงวัยมีอะไรให้ทำมากมาย
ขอยกตัวอย่างที่ทำกันในบ้านนะคะ
สอนติดกระดุม
- ไปซื้อกระดุุมเม็ดใหญ่ๆ มา
- เอาเสื้อที่ไม่ใช้มาผ่ารังดุมให้ใหญ่ขึ้น
ให้ลูกหัดติดและปลดกระดุมได้
เด็กเล็กชอบทำอะไรซ้ำๆ ค่ะ
และเราจะได้เห็นความพยายาม
บางทีเกร็งมือจนปากเบี้ยวตามค่ะ
ฝึกการทำงานประสานกันระหว่างตาและมือ
...........................
หรือจะเป็นอย่างนี้
http://www.dek-d.com/lifestyle/28342/
จากอันนี้สามารถแช่ไข่ในน้ำส้มสายชูเพียงไม่นาน
เราจะสามารถเอาลูกแม๊กหรือเข็มหมุดหัวเล็กๆ หรือตะปูเล็กๆ ยัดใส่ไปในไข่ได้
เอาไปต้ม แล้วเอามาทำเหมือนหมอไสยศาสตร์
"อืม...เจ้ามีของในตัวนะ ถูกเสกของใส่...ข้าจะเอาออกให้" อิ อิ
แล้วเอาไข่ต้มที่ปอกแล้วมากลิ้งไปกลิ้งมาตามพุงลูก
แล้วให้เค้าผ่าไข่ดู จะพบลูกสิ่งต่างๆ ที่เราใส่ไปก่อนต้มนั่นแหละ
เราก็สามารถสอนเรื่องความมีเหตุผลได้ด้วย
สีปลอดภัย
สีก็ทำให้เล่นเองได้โดยใช้แป้งข้าวโพดมาเคี่ยวใส่สีผสมอาหาร
ไปซื้อขวดคล้ายๆ ที่ร้านค้าเอามาใส่ซอสวางตามโต๊ะอาหาร
เวลาเล่นเผลอเอามือเข้าปากก็ไม่อันตรายค่ะ
ดองซากสัตว์
อันนี้กรณีที่เด็กบางคนสนใจ
ที่บ้านดองงูเขียวปากจิ้งจกไว้ตัวนึงค่ะ
มันตกต้นไม้ตาย ซากสมบูรณ์มากๆ
(ช่วงหน้าหนาวสันนิษฐานกันเองว่ามันเป็นสัตว์เลือดเย็น
แล้วยังได้ความอบอุ่นไม่เพียงพอ พอเลื้อยเลยพลาดตกต้นไม้ได้...มั่วบ้าง)
ไปรับลูกตอนเย็นเจอลูกเก็บซากงูมาด้วย ก็เลยเรียนรู้วิธีดองกัน
ใช้ ฟอร์มาลีน กับ ใช้ Ethyl alcohol 95 %
เคยอยากดองใสค่ะ แต่กระดูกและเนื้อเยื่อที่มีแคลเซียม
ต้องใช้สี Alizaline Red S Method for Embryos(Bone Fomation) แต่หาซื้อไม่ได้ค่ะ
สอนเรื่องลูกชิ้นที่มีบอแรกส์
ก็ชวนกันทำค่ะ แต่เราใช้กาวลาเท็กซ์ กับสี+บอแรกซ์
ก็ทำลูกดึ๋งคล้ายๆ ลูกชิ้นได้หลายสี ทำให้ดูค่ะ อย่างนี้
http://www.youtube.com/watch?v=7c0-ftiOu2o
มีอีกมากๆ ค่ะ
สิ่งที่ได้คือความสนุก มีเหตุผล
และลูกต้องค้นคว้าเพิ่มเติมบ้าง
(จริงๆ ก็ต้องทั้งแม่และลูกแหละ)
ฝึกนิสัยการค้นหาข้อมูลด้วยค่ะ
มีอีกมาก ค่อยทยอยมาเล่านะคะ
เหมาะกับเด็กอนุบาลถึงประถมค่ะ
ที่จริงการเลี้ยงลูกนี่สนุกดีนะคะ
แต่ละช่วงวัยมีอะไรให้ทำมากมาย
ขอยกตัวอย่างที่ทำกันในบ้านนะคะ
สอนติดกระดุม
- ไปซื้อกระดุุมเม็ดใหญ่ๆ มา
- เอาเสื้อที่ไม่ใช้มาผ่ารังดุมให้ใหญ่ขึ้น
ให้ลูกหัดติดและปลดกระดุมได้
เด็กเล็กชอบทำอะไรซ้ำๆ ค่ะ
และเราจะได้เห็นความพยายาม
บางทีเกร็งมือจนปากเบี้ยวตามค่ะ
ฝึกการทำงานประสานกันระหว่างตาและมือ
...........................
หรือจะเป็นอย่างนี้
http://www.dek-d.com/lifestyle/28342/
จากอันนี้สามารถแช่ไข่ในน้ำส้มสายชูเพียงไม่นาน
เราจะสามารถเอาลูกแม๊กหรือเข็มหมุดหัวเล็กๆ หรือตะปูเล็กๆ ยัดใส่ไปในไข่ได้
เอาไปต้ม แล้วเอามาทำเหมือนหมอไสยศาสตร์
"อืม...เจ้ามีของในตัวนะ ถูกเสกของใส่...ข้าจะเอาออกให้" อิ อิ
แล้วเอาไข่ต้มที่ปอกแล้วมากลิ้งไปกลิ้งมาตามพุงลูก
แล้วให้เค้าผ่าไข่ดู จะพบลูกสิ่งต่างๆ ที่เราใส่ไปก่อนต้มนั่นแหละ
เราก็สามารถสอนเรื่องความมีเหตุผลได้ด้วย
สีปลอดภัย
สีก็ทำให้เล่นเองได้โดยใช้แป้งข้าวโพดมาเคี่ยวใส่สีผสมอาหาร
ไปซื้อขวดคล้ายๆ ที่ร้านค้าเอามาใส่ซอสวางตามโต๊ะอาหาร
เวลาเล่นเผลอเอามือเข้าปากก็ไม่อันตรายค่ะ
ดองซากสัตว์
อันนี้กรณีที่เด็กบางคนสนใจ
ที่บ้านดองงูเขียวปากจิ้งจกไว้ตัวนึงค่ะ
มันตกต้นไม้ตาย ซากสมบูรณ์มากๆ
(ช่วงหน้าหนาวสันนิษฐานกันเองว่ามันเป็นสัตว์เลือดเย็น
แล้วยังได้ความอบอุ่นไม่เพียงพอ พอเลื้อยเลยพลาดตกต้นไม้ได้...มั่วบ้าง)
ไปรับลูกตอนเย็นเจอลูกเก็บซากงูมาด้วย ก็เลยเรียนรู้วิธีดองกัน
ใช้ ฟอร์มาลีน กับ ใช้ Ethyl alcohol 95 %
เคยอยากดองใสค่ะ แต่กระดูกและเนื้อเยื่อที่มีแคลเซียม
ต้องใช้สี Alizaline Red S Method for Embryos(Bone Fomation) แต่หาซื้อไม่ได้ค่ะ
สอนเรื่องลูกชิ้นที่มีบอแรกส์
ก็ชวนกันทำค่ะ แต่เราใช้กาวลาเท็กซ์ กับสี+บอแรกซ์
ก็ทำลูกดึ๋งคล้ายๆ ลูกชิ้นได้หลายสี ทำให้ดูค่ะ อย่างนี้
http://www.youtube.com/watch?v=7c0-ftiOu2o
มีอีกมากๆ ค่ะ
สิ่งที่ได้คือความสนุก มีเหตุผล
และลูกต้องค้นคว้าเพิ่มเติมบ้าง
(จริงๆ ก็ต้องทั้งแม่และลูกแหละ)
ฝึกนิสัยการค้นหาข้อมูลด้วยค่ะ
มีอีกมาก ค่อยทยอยมาเล่านะคะ
เหมาะกับเด็กอนุบาลถึงประถมค่ะ

-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 173
ยินดีค่ะ รู้สึกได้ถึงความภูมิใจผ่านประโยคสั้นๆ ข้างบนoatty เขียน:วันศุกร์นี้ผมบริจาคเลือดแล้วจะเอามาโชว์ครับว่าได้กี่ครั้งแล้ว
เดาว่าจำนวนครั้งต้อง "มาก ก..ก....ก......." เลยหละค่ะ
รอชื่นชมจำนวนครั้ง แต่ตอนนี้ขอชื่นชมจิตใจที่ดีก่อน
และเชื่อแน่ว่าการให้ของคุณ oatty ได้เคยช่วยชีวิตใครบางคน
หรืออาจจะหลายคนมาแล้ว ขอให้ความดีนั้นส่งผลให้จิตใจผ่องแผ้ว
คิดอ่านใดๆ รวมทั้งการตัดสินใจในการลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 174
เช้านี้เปิด fb เจอผู้ต้องการความช่วยเหลือ
เรื่องที่เพิ่งได้เล่าให้ฟังไปพอดีค่ะ
โทรตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นความจริงแล้วก่อนนำมาช่วยแจ้ง ดังนี้ค่ะ
ดญ.อรณัญช์ นาราช
มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจ
ต้องการความช่วยเหลือรับบริจาคโลหิตจำนวนมาก
รับได้ทุกกรุ๊ป เหตุที่ได้เพราะทาง รพ.จะนำเลือดที่มีผู้บริจาคให้น้อง
ไปแลกกับกรุ๊ปเลือดที่น้องใช้จากธนาคารเลือดค่ะ
(โทรถามคุณแม่น้องเล่าให้ฟัง_บอกไปว่าตัวเราไม่พร้อม
แต่จะช่วยประชาสัมพันธ์ค่ะ_น้ำเสียงคุณแม่มีความหวังเลยค่ะ)
ใครมีความพร้อมและสามารถช่วยได้เชิญบริจาคได้ที่
รพ.ศิริราช อาคาร 72 ปี ชั้น 3 ตั้งแต่เวลา 8.30 - 18.30
(หกโมงครึ่งเย็น-ใครอยู่ใกล้ๆ เลิกงานยังอาจพอไปทันนะคะ)
แจ้งว่าบริจาคช่วย "ดญ.อรณัญช์ นาราช"
เบอร์โทรคุณแม่ค่ะ 081-967-9556
เรื่องที่เพิ่งได้เล่าให้ฟังไปพอดีค่ะ
โทรตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นความจริงแล้วก่อนนำมาช่วยแจ้ง ดังนี้ค่ะ
ดญ.อรณัญช์ นาราช
มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจ
ต้องการความช่วยเหลือรับบริจาคโลหิตจำนวนมาก
รับได้ทุกกรุ๊ป เหตุที่ได้เพราะทาง รพ.จะนำเลือดที่มีผู้บริจาคให้น้อง
ไปแลกกับกรุ๊ปเลือดที่น้องใช้จากธนาคารเลือดค่ะ
(โทรถามคุณแม่น้องเล่าให้ฟัง_บอกไปว่าตัวเราไม่พร้อม
แต่จะช่วยประชาสัมพันธ์ค่ะ_น้ำเสียงคุณแม่มีความหวังเลยค่ะ)
ใครมีความพร้อมและสามารถช่วยได้เชิญบริจาคได้ที่
รพ.ศิริราช อาคาร 72 ปี ชั้น 3 ตั้งแต่เวลา 8.30 - 18.30
(หกโมงครึ่งเย็น-ใครอยู่ใกล้ๆ เลิกงานยังอาจพอไปทันนะคะ)
แจ้งว่าบริจาคช่วย "ดญ.อรณัญช์ นาราช"
เบอร์โทรคุณแม่ค่ะ 081-967-9556
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 175
ลืมข้อมูลสำคัญไปค่ะtheenuch เขียน:เช้านี้เปิด fb เจอผู้ต้องการความช่วยเหลือ
เรื่องที่เพิ่งได้เล่าให้ฟังไปพอดีค่ะ
โทรตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นความจริงแล้วก่อนนำมาช่วยแจ้ง ดังนี้ค่ะ
ดญ.อรณัญช์ นาราช
มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจ
ต้องการความช่วยเหลือรับบริจาคโลหิตจำนวนมาก
รับได้ทุกกรุ๊ป เหตุที่ได้เพราะทาง รพ.จะนำเลือดที่มีผู้บริจาคให้น้อง
ไปแลกกับกรุ๊ปเลือดที่น้องใช้จากธนาคารเลือดค่ะ
(โทรถามคุณแม่น้องเล่าให้ฟัง_บอกไปว่าตัวเราไม่พร้อม
แต่จะช่วยประชาสัมพันธ์ค่ะ_น้ำเสียงคุณแม่มีความหวังเลยค่ะ)
ใครมีความพร้อมและสามารถช่วยได้เชิญบริจาคได้ที่
รพ.ศิริราช อาคาร 72 ปี ชั้น 3 ตั้งแต่เวลา 8.30 - 18.30
(หกโมงครึ่งเย็น-ใครอยู่ใกล้ๆ เลิกงานยังอาจพอไปทันนะคะ)
แจ้งว่าบริจาคช่วย "ดญ.อรณัญช์ นาราช"
เบอร์โทรคุณแม่ค่ะ 081-967-9556
ที่ต้องการด่วนเพราะต้องผ่าตัดด่วนพรุ่งนี้ 25 ตค.2556
-
- Verified User
- โพสต์: 86
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 176
เดาไม่ผิดค่ะ เป็นแผนกที่ใช้เลือดเปลืองมากที่สุดในรพ.ด้วยสิคะเดาว่าคุณหวานกับแววเป็นคุณหมอใช่มั้ยคะ ที่เคยบอกว่าตามมาจากกระทู้พี่หมอมุข


อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 177
รายข้างบนพอได้โทรถามคุณแม่น้องเค้าไปแล้วหวานกับแวว เขียน:เดาไม่ผิดค่ะ เป็นแผนกที่ใช้เลือดเปลืองมากที่สุดในรพ.ด้วยสิคะเดาว่าคุณหวานกับแววเป็นคุณหมอใช่มั้ยคะ ที่เคยบอกว่าตามมาจากกระทู้พี่หมอมุขเลยยินดีกับคนไข้ทั้งหลายที่มีผู้ใจบุญช่วยบริจาคเลือดค่ะ เพราะถ้าไม่มีเลือด บางทีเราก็แทบจะทำอะไรไม่ได้ เรียกว่าหมดฝีมือไปเลยเหมือนกัน
และมาช่วยประกาศ+โทรบอกเพื่อนที่อยู่ไม่ไกลนักให้
ก็ยังเป็นห่วง...แต่ไม่กล้าโทรถามอีกเลยค่ะ
กลัวโทรแล้วเจอว่าเค้ายังได้เลือดไม่พอ...
เพราะคนที่เห็นประกาศหรือที่เราโทรบอกคิดเหมือนกันหมด
ว่าคงมีคนไปบริจาคเยอะแล้วเหมือนที่เล่าไปเมื่อวานค่ะ
-
- Verified User
- โพสต์: 86
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 178
ใครที่ตั้งใจ อยากไปบริจาค ไม่ต้องกลัวว่าถ้ามีคนอื่นไปบริจาคเยอะแล้ว เลือดของเราคงไม่จำเป็นแล้วมั้ง อยากขอให้เดินหน้าบริจาคต่อไปเลยค่ะ (เชียร์สุดๆนะเนี่ย)กลัวโทรแล้วเจอว่าเค้ายังได้เลือดไม่พอ...
เพราะคนที่เห็นประกาศหรือที่เราโทรบอกคิดเหมือนกันหมด
ว่าคงมีคนไปบริจาคเยอะแล้วเหมือนที่เล่าไปเมื่อวานค่ะ
เพราะการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด ไม่ได้ใช้เลือดเฉพาะระหว่างผ่าตัดเท่านั้น ออกมาอยู่ใน ICU หลังผ่าตัดแล้ว ก็ยังมีโอกาสได้ใช้อีก
และถึงแม้ว่าผู้ป่วยรายที่ท่านต้องการไปบริจาคให้นั้น อาจไม่จำเป็นต้องได้รับเลือดอีกต่อไปแล้ว ก็ยังมีผู้ป่วยรายอื่นๆที่จำเป็นต้องได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือดอยู่อีกทุกๆวัน วันละหลายๆคนเสียด้วย
เลือดที่ท่านตั้งใจจะไปบริจาค ไม่มีวันสูญเปล่าแน่ๆค่ะ เพราะเลือดดังกล่าวจะถูกนำไปเตรียมเก็บไว้ในหลายรูปแบบในธนาคารเลือด ถ้าจำไม่ผิด 1 ถุง แยกได้เป็น 5 ประเภท บางประเภทก็เก็บไว้ได้นานมากๆ เป็นปี เช่น พลาสม่าแช่แข็ง , cryoprecipitate ที่เอาไว้รักษาคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ประเภทที่เลือดออกแล้วหยุดยากน่ะค่ะ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
- Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 179
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยครับ เลยไม่ค่อยได้เข้ามาทักทายกัน
ขอเอาใจช่วยน้องที่จะผ่าตัดและพ่อแม่ด้วยครับ
เข้าใจหัวอกพ่อแม่ดีครับ
ถ้าเจ็บได้ก็ขอเจ็บแทนดีกว่าครับ
แต่ถึงแม้หลายคนจะมองว่ามีลูกก็เหมือนมีห่วง มีทุกข์ แต่ผมกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก
เพราะความสุขที่มีเค้า เห็นเค้าเติบโตไปในเส้นทางชีวิตเค้า มันสวยงามมากกว่าความทุกข์ครับ
ชีวิตเราก็อย่างเงี้ยล่ะครับ สุขๆ ทุกข์ๆ ปนๆกันไป
ขอเอาใจช่วยน้องที่จะผ่าตัดและพ่อแม่ด้วยครับ
เข้าใจหัวอกพ่อแม่ดีครับ
ถ้าเจ็บได้ก็ขอเจ็บแทนดีกว่าครับ
แต่ถึงแม้หลายคนจะมองว่ามีลูกก็เหมือนมีห่วง มีทุกข์ แต่ผมกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก
เพราะความสุขที่มีเค้า เห็นเค้าเติบโตไปในเส้นทางชีวิตเค้า มันสวยงามมากกว่าความทุกข์ครับ
ชีวิตเราก็อย่างเงี้ยล่ะครับ สุขๆ ทุกข์ๆ ปนๆกันไป
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1735
- ผู้ติดตาม: 0
Re: VI บ้าน ๆ
โพสต์ที่ 180
[youtube][/youtube]
ใช้เลือดมากที่สุด เดาว่าเป็น OR ใช่มั้ยคะ
ชื่อมาจากชื่อลูกหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าคงเป็นลูกสาวทั้งคู่ รวมคุณแม่ด้วยเป็นสามสาว
งานนี้คุณพ่อแย่เลยเวลา vote อะไรในบ้านสงสัยเสียงตกไปประจำ
แผนกไหนหนอหวานกับแวว เขียน:เดาไม่ผิดค่ะ เป็นแผนกที่ใช้เลือดเปลืองมากที่สุดในรพ.ด้วยสิคะเดาว่าคุณหวานกับแววเป็นคุณหมอใช่มั้ยคะ ที่เคยบอกว่าตามมาจากกระทู้พี่หมอมุขเลยยินดีกับคนไข้ทั้งหลายที่มีผู้ใจบุญช่วยบริจาคเลือดค่ะ เพราะถ้าไม่มีเลือด บางทีเราก็แทบจะทำอะไรไม่ได้ เรียกว่าหมดฝีมือไปเลยเหมือนกัน

ชื่อมาจากชื่อลูกหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าคงเป็นลูกสาวทั้งคู่ รวมคุณแม่ด้วยเป็นสามสาว
งานนี้คุณพ่อแย่เลยเวลา vote อะไรในบ้านสงสัยเสียงตกไปประจำ
